busforex

เข้าสู่ระบบ



คงสถานะการเข้าระบบไว้ตลอด
banner
banner
Exness Broker Forex
โบนัส 10 ปี XM
ข่าว Forex ข่าวเศรษฐกิจโลก

สรุปข่าวต่างประเทศประจำวันที่น่าสนใจ

ตอบ470 อ่าน9737
tuinui
03 กันยายน 2019, 12:17:46 น.
นักลงทุนชาวจีนยังคงแห่ซื้อหุ้นฮ่องกง โดยเข้าซื้อหุ้นฮ่องกงสุทธิติดต่อกันเป็นวันที่ 32 เมื่อวันจันทร์(2ก.ย.)ในวงเงินรวมกัน 7.2 หมื่นล้านดอลลาร์ฮ่องกง ผ่านโครงการเชื่อมต่อตลาดหุ้นฮ่องกงกับตลาดหุ้นเซินเจิ้นและเซี่ยงไฮ้

ผู้เชี่ยวชาญเปิดเผยว่า เมื่อประเมินจากค่า P/BV แล้ว นักลงทุนจีนยังคงสนใจซื้อหุ้นฮ่องกงเนื่องจากหุ้นฮ่องกงมีราคาถูกกว่าเมื่อเทียบกับหุ้นจีนในตลาดหุ้นเซินเจิ้นและเซี่ยงไฮ้ แม้สถานการณ์การประท้วงในฮ่องกงยังคงรุนแรง ขณะที่บริษัทต่างๆมีผลประกอบการลดลง

เมื่อวันจันทร์ ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงปิดปรับตัวลดลง เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับการชุมนุมประท้วง โดยมีรายงานว่านักเรียนนับหมื่นคนในฮ่องกงพร้อมใจกันหยุดเรียนเช้าเพื่อเข้าร่วมการชุมนุม

การชุมนุมประท้วงต่อต้านรัฐบาลและร่างกฎหมายส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนในฮ่องกงได้ดำเนินติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่ 13 แล้วเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเมื่อวานนี้ ผู้บัญชาการฝ่ายประชาสัมพันธ์ของสำนักงานตำรวจฮ่องกงเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมตัวประชาชนจำนวน 159 คนในข้อหาก่อเหตุประท้วงรุนแรงเมื่อช่วงสุดสัปดาห์

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจยังได้จับกุมตัวผู้ต้องสงสัยอีก 8 คนในช่วงเช้าเมื่อวานนี้ ในข้อหาครอบครองอาวุธร้ายแรง และละเมิดคำสั่งห้ามของศาล โดยกลุ่มผู้ประท้วงได้ก่อเหตุรุนแรงและสร้างความเสียหายในสถานีรถไฟใต้ดินเอ็มทีอาร์หลายแห่ง

ทั้งนี้ ผู้บัญชาการฝ่ายประชาสัมพันธ์ฯเปิดเผยว่า การจับกุมครั้งล่าสุดนี้ส่งผลให้จำนวนผู้ที่ถูกจับกุมตัวในขณะนี้เพิ่มขึ้นเป็น 1,117 คน หลังจากเกิดเหตุการณ์ประท้วงทั่วฮ่องกงและก่อให้เกิดความโกลาหลนับตั้งแต่ช่วงต้นเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา

ที่มา bangkokbiznews
แชร์กระทู้นี้
tuinui Hero Member กระทู้: 4089
นักลงทุนชาวจีนยังคงแห่ซื้อหุ้นฮ่องกง โดยเข้าซื้อหุ้นฮ่องกงสุทธิติดต่อกันเป็นวันที่ 32 เมื่อวันจันทร์(2ก.ย.)ในวงเงินรวมกัน 7.2 หมื่นล้านดอลลาร์ฮ่องกง ผ่านโครงการเชื่อมต่อตลาดหุ้นฮ่องกงกับตลาดหุ้นเซินเจิ้นและเซี่ยงไฮ้

ผู้เชี่ยวชาญเปิดเผยว่า เมื่อประเมินจากค่า P/BV แล้ว นักลงทุนจีนยังคงสนใจซื้อหุ้นฮ่องกงเนื่องจากหุ้นฮ่องกงมีราคาถูกกว่าเมื่อเทียบกับหุ้นจีนในตลาดหุ้นเซินเจิ้นและเซี่ยงไฮ้ แม้สถานการณ์การประท้วงในฮ่องกงยังคงรุนแรง ขณะที่บริษัทต่างๆมีผลประกอบการลดลง

เมื่อวันจันทร์ ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงปิดปรับตัวลดลง เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับการชุมนุมประท้วง โดยมีรายงานว่านักเรียนนับหมื่นคนในฮ่องกงพร้อมใจกันหยุดเรียนเช้าเพื่อเข้าร่วมการชุมนุม

การชุมนุมประท้วงต่อต้านรัฐบาลและร่างกฎหมายส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนในฮ่องกงได้ดำเนินติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่ 13 แล้วเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเมื่อวานนี้ ผู้บัญชาการฝ่ายประชาสัมพันธ์ของสำนักงานตำรวจฮ่องกงเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมตัวประชาชนจำนวน 159 คนในข้อหาก่อเหตุประท้วงรุนแรงเมื่อช่วงสุดสัปดาห์

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจยังได้จับกุมตัวผู้ต้องสงสัยอีก 8 คนในช่วงเช้าเมื่อวานนี้ ในข้อหาครอบครองอาวุธร้ายแรง และละเมิดคำสั่งห้ามของศาล โดยกลุ่มผู้ประท้วงได้ก่อเหตุรุนแรงและสร้างความเสียหายในสถานีรถไฟใต้ดินเอ็มทีอาร์หลายแห่ง

ทั้งนี้ ผู้บัญชาการฝ่ายประชาสัมพันธ์ฯเปิดเผยว่า การจับกุมครั้งล่าสุดนี้ส่งผลให้จำนวนผู้ที่ถูกจับกุมตัวในขณะนี้เพิ่มขึ้นเป็น 1,117 คน หลังจากเกิดเหตุการณ์ประท้วงทั่วฮ่องกงและก่อให้เกิดความโกลาหลนับตั้งแต่ช่วงต้นเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา

ที่มา bangkokbiznews
แชร์กระทู้นี้
banner
banner
banner
banner
banner
banner
tuinui
03 กันยายน 2019, 12:26:24 น.
-- นางแคร์รี ลัม ผู้ว่าการเขตปกครองพิเศษฮ่องกง เปิดเผยในระหว่างการประชุมภายในร่วมกับกลุ่มนักธุรกิจของฮ่องกงว่า เธอจะลาออกจากตำแหน่งหากเธอมีทางเลือก และยังกล่าวด้วยว่า เธอเองเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดวิกฤตการณ์ทางการเมืองทั่วฮ่องกงในขณะนี้

สื่อต่างประเทศหลายแห่ง ซึ่งรวมถึงสำนักข่าวรอยเตอร์ ได้รายงานคำพูดดังกล่าวของนางลัมซึ่งมีขึ้นในระหว่างการประชุมที่จัดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยระบุว่า นางลัมได้กล่าวยอมรับต่อผู้ที่เข้าร่วมประชุมครั้งนี้ว่า ขณะนี้เธอมีทางออกที่ "จำกัดมาก" ในการคลี่คลายวิกฤตการณ์ เนื่องจากสถานการณ์ที่ไม่สงบได้กลายมาเป็นประเด็นความมั่นคงและอำนาจอธิปไตยสำหรับจีน ขณะที่จีนเองก็กำลังเผชิญกับความสัมพันธ์อันตึงเครียดกับสหรัฐ

-- พายุเฮอร์ริเคน "โดเรียน" ได้พัดถล่มบาฮามาสเมื่อวานนี้ตามเวลาท้องถิ่น ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 5 ราย และบ้านเรือนจำนวนมากได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม

ศูนย์เฮอร์ริเคนแห่งชาติของสหรัฐ (NHC) ระบุว่า โดเรียน ซึ่งเป็นหนึ่งในพายุเฮอร์ริเคนที่มีความรุนแรงที่สุดในมหาสมุทรแอตแลนติกนั้น ได้หมุนตัวอยู่เหนือเกาะแกรนด์ บาฮามาส เป็นเวลานานถึง 36 ชั่วโมงในช่วงบ่ายวันจันทร์ตามเวลาท้องถิ่น และคาดว่าจะเคลื่อนตัวอยู่ในบริเวณดังกล่าวจนถึงช่วงเช้าวันอังคาร

-- เจ้าหน้าที่จีนและสหรัฐอเมริกาเผชิญความยากลำบากในการที่จะตกลงกันอีกครั้งเกี่ยวกับแผนการจัดประชุมในเดือนนี้เพื่อเจรจาการค้ากันต่อไป หลังจากสหรัฐเดินหน้าเก็บภาษีนำเข้าเพิ่มขึ้นจากสินค้าจีนเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา แม้จีนเรียกร้องให้สหรัฐชะลอการเก็บภาษีดังกล่าวก็ตาม ขณะที่กระทรวงพาณิชย์จีนมีแผนที่จะฟ้องร้องสหรัฐต่อองค์การการค้าโลก

ทางด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ยืนยันก่อนหน้านี้ว่า การเจรจาจะดำเนินต่อไปในเดือนก.ย.นี้ แต่นั่นก็ไม่ได้ช่วยหนุนตลาด โดยดัชนี S&P 500 ปรับตัวลดลง 1.8% ในเดือนที่แล้ว และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐร่วงลงท่ามกลางความไม่แน่นอนที่ส่งผลกระทบต่อบริษัททั้งในประเทศและต่างประเทศ

-- เจ้าหน้าที่ของฮ่องกงเตือนว่าผู้ประท้วงหัวรุนแรงมากกว่า 1,000 คนได้ถูกจับกุม ขณะที่สื่อต่างประเทศหลายแห่งรวมถึงรอยเตอร์รายงานว่า นางแคร์รี ลัม ผู้นำฮ่องกงจะลาออก ถ้าเธอสามารถทำได้ ขณะที่การเผชิญหน้าครั้งรุนแรงที่สุดได้เกิดขึ้นนับตั้งแต่เกิดการประท้วงขึ้นครั้งแรกเมื่อ 3 เดือนที่ผ่านมา

อย่างไรก็ดี บรรดานักลงทุนจีนยังคงเข้าลงทุนในตลาดหุ้นฮ่องกง โดยนักลงทุนจีนซื้อหุ้นฮ่องกงเป็นวันที่ 32 เมื่อวานนี้โดยมีมูลค่าสุทธิ 7.2 หมื่นล้านดอลลาร์ฮ่องกง (9.2 พันล้านดอลลาร์) ซึ่งเป็นการซื้อต่อเนื่องยาวนานที่สุดนับตั้งแต่เดือนธ.ค. 2560 เนื่องจากนักลงทุนจีนได้รับแรงดึงดูดจากราคาหุ้นที่ถูก และได้สนใจกับรายได้สุทธิของภาคธุรกิจที่ย่ำแย่ที่สุดในรอบ 3 ปี ทั้งนี้ ดัชนีฮั่งเส็งลดลง 0.4% เมื่อวานนี้ โดยลดลง 15% จากระดับสูงสุดในเดือนเม.ย. โดยดัชนีฮั่งเส็งได้ลบแรงบวกทั้งหมดของปีนี้ และเป็นดัชนีที่ปรับตัวย่ำแย่ที่สุดในโลกในเดือนที่ผ่านมา

-- ตลาดหุ้นเอเชียมีแนวโน้มปรับตัวลงตามดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ที่ลดลงในช่วงเช้านี้ เนื่องจากเจ้าหน้าที่จีนและสหรัฐเผชิญความยากลำบากในการกำหนดการประชุมที่วางแผนไว้ในเดือนนี้เพื่อเจรจาการค้าต่อไป โดยสัญญาฟิวเจอร์ร่วงในตลาดโตเกียว, ซิดนีย์ และฮ่องกง ขณะที่ตลาดหุ้นและพันธบัตรสหรัฐปิดทำการเมื่อวานนี้ เนื่องในวันแรงงาน แต่สัญญาฟิวเจอร์พันธบัตรอายุ 10 ปีลดช่วงติดลบลง ขณะที่เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นติดต่อกันเป็นวันที่ 6 โดยแตะระดับสูงสุดในรอบกว่าสองปี

ส่วนเงินปอนด์ร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 2 ปี เนื่องจากอังกฤษเผชิญกับความขัดแย้งในรัฐสภาเรื่องการเลื่อนเวลาถอนตัวของอังกฤษออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) ขณะที่ราคาน้ำมันดิบลดลงต่ำกว่า 55 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ท่ามกลางความกังวลว่า พายุเฮอริเคนที่จะกระทบชายฝั่งตะวันออก และการชะลอตัวทางเศรษฐกิจของสหรัฐจากผลกระทบของสงครามการค้านั้น อาจจะทำให้ความต้องการใช้น้ำมันลดลง

-- ธนาคารทั่วประเทศญี่ปุ่นนั้นมีเงินสดสำรองของบริษัทในประเทศที่มีจำนวนมากกว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของประเทศส่วนใหญ่ โดยบริษัทที่จดทะเบียนในญี่ปุ่นมีเงินสดสำรอง 506.4 ล้านล้านเยน (4.8 ล้านล้านดอลลาร์) ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยบริษัทต่างๆ มองว่า เงินดังกล่าวเป็นทุนสำรองในช่วงเวลาที่ยากลำบาก แต่บรรดานักลงทุนระบุว่า ผู้บริหารควรนำเงินไปลงทุนเพื่อการขยายธุรกิจ หรือคืนให้แก่ผู้ถือหุ้น

ทั้งนี้ แม้จะมีความพยายามอย่างเต็มที่ นายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะของญี่ปุ่นก็ยังเผชิญความยากลำบากในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยเงินสดสำรองอยู่ที่ระดับมากกว่า 3 เท่านับตั้งแต่เดือนมี.ค. 2556 หลายเดือนหลังจากที่นายอาเบะกลับขึ้นมามีอำนาจโดยเขายืนยันที่จะสกัดกั้นการสะสมเงินสด

-- เจ้าหน้าที่อาวุโสของอังกฤษรายหนึ่งกล่าวว่า นายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษกำลังวางแผนที่จะจัดเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 14 ต.ค. หากเขาแพ้การลงมติสำคัญเกี่ยวกับการถอนตัวของอังกฤษออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) แบบไม่มีข้อตกลง โดยภายใต้กฎหมายใหม่ที่อนุมัติโดยบรรดาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอังกฤษนั้น นายกรัฐมนตรีจะต้องผลักดันข้อตกลงใหม่ผ่านสภาผู้แทนราษฎรภายในวันที่ 19 ตุลาคมหรือโน้มน้าวให้สมาชิกสภานิติบัญญัติสนับสนุน Brexit แบบไม่มีข้อตกลง หากนายจอห์นสันไม่สามารถบรรลุผลใดๆ กำหนดการ Brexit อาจจะเลื่อนออกไปอีกครั้งจนถึงวันที่ 31 ม.ค. ภายใต้กฎใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อขัดขวางโอกาสการทำ Brexit แบบไม่มีข้อตกลง แม้จะมีสัญญาณของปัญหาต่างๆ นายจอห์นสันกล่าวว่า เขาจะไม่เลื่อนกำหนดการ Brexit ไม่ว่าจะในสถานการณ์ใดๆ และเขาต้องการที่จะหลีกเลี่ยงการเลือกตั้งใหม่ โดยค่าเงินปอนด์ดิ่งลงมากถึง 0.98%

-- จับตาข้อมูลเศรษฐกิจในวันนี้ เกาหลีใต้เปิดเผยผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 2 (ประมาณการครั้งสุดท้าย) และ อัตราเงินเฟ้อเดือนส.ค., ออสเตรเลียเปิดเผยยอดค้าปลีกเดือนก.ค., ธนาคารกลางออสเตรเลียประชุมนโยบายการเงินและแถลงมติอัตราดอกเบี้ย, สหรัฐเปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตเดือนส.ค.จากมาร์กิต, ดัชนีภาคการผลิตเดือนส.ค.จากสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) และ การใช้จ่ายด้านการก่อสร้างเดือนก.ค.

ส่วนในวันพรุ่งนี้ เกาหลีใต้เปิดเผยทุนสำรองเงินตราต่างประเทศเดือนส.ค., ออสเตรเลียเปิดเผย       ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 2/2562, จีนเปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการเดือนส.ค.จากไฉซิน, ฝรั่งเศสเปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการขั้นสุดท้ายเดือนส.ค.จากมาร์กิต, เยอรมนีเปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการขั้นสุดท้ายเดือนส.ค.จากมาร์กิต และอียูเปิดเผบดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการขั้นสุดท้ายเดือนส.ค.จากมาร์กิต และ ยอดค้าปลีกเดือนก.ค. , อังกฤษเปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการเดือนส.ค.จากมาร์กิต และ สหรัฐเปิดเผยยอดนำเข้า ยอดส่งออก และดุลการค้าเดือนก.ค., ดัชนีภาวะธุรกิจนิวยอร์กเดือนส.ค. จากสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) และ รายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจ หรือ Beige Book จากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) (เช้าวันที่ 5 ก.ย.)

อ่านต่อได้ที่ : https://www.ryt9.com/s/iq29/3036413
tuinui Hero Member กระทู้: 4089
-- นางแคร์รี ลัม ผู้ว่าการเขตปกครองพิเศษฮ่องกง เปิดเผยในระหว่างการประชุมภายในร่วมกับกลุ่มนักธุรกิจของฮ่องกงว่า เธอจะลาออกจากตำแหน่งหากเธอมีทางเลือก และยังกล่าวด้วยว่า เธอเองเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดวิกฤตการณ์ทางการเมืองทั่วฮ่องกงในขณะนี้

สื่อต่างประเทศหลายแห่ง ซึ่งรวมถึงสำนักข่าวรอยเตอร์ ได้รายงานคำพูดดังกล่าวของนางลัมซึ่งมีขึ้นในระหว่างการประชุมที่จัดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยระบุว่า นางลัมได้กล่าวยอมรับต่อผู้ที่เข้าร่วมประชุมครั้งนี้ว่า ขณะนี้เธอมีทางออกที่ "จำกัดมาก" ในการคลี่คลายวิกฤตการณ์ เนื่องจากสถานการณ์ที่ไม่สงบได้กลายมาเป็นประเด็นความมั่นคงและอำนาจอธิปไตยสำหรับจีน ขณะที่จีนเองก็กำลังเผชิญกับความสัมพันธ์อันตึงเครียดกับสหรัฐ

-- พายุเฮอร์ริเคน "โดเรียน" ได้พัดถล่มบาฮามาสเมื่อวานนี้ตามเวลาท้องถิ่น ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 5 ราย และบ้านเรือนจำนวนมากได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม

ศูนย์เฮอร์ริเคนแห่งชาติของสหรัฐ (NHC) ระบุว่า โดเรียน ซึ่งเป็นหนึ่งในพายุเฮอร์ริเคนที่มีความรุนแรงที่สุดในมหาสมุทรแอตแลนติกนั้น ได้หมุนตัวอยู่เหนือเกาะแกรนด์ บาฮามาส เป็นเวลานานถึง 36 ชั่วโมงในช่วงบ่ายวันจันทร์ตามเวลาท้องถิ่น และคาดว่าจะเคลื่อนตัวอยู่ในบริเวณดังกล่าวจนถึงช่วงเช้าวันอังคาร

-- เจ้าหน้าที่จีนและสหรัฐอเมริกาเผชิญความยากลำบากในการที่จะตกลงกันอีกครั้งเกี่ยวกับแผนการจัดประชุมในเดือนนี้เพื่อเจรจาการค้ากันต่อไป หลังจากสหรัฐเดินหน้าเก็บภาษีนำเข้าเพิ่มขึ้นจากสินค้าจีนเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา แม้จีนเรียกร้องให้สหรัฐชะลอการเก็บภาษีดังกล่าวก็ตาม ขณะที่กระทรวงพาณิชย์จีนมีแผนที่จะฟ้องร้องสหรัฐต่อองค์การการค้าโลก

ทางด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ยืนยันก่อนหน้านี้ว่า การเจรจาจะดำเนินต่อไปในเดือนก.ย.นี้ แต่นั่นก็ไม่ได้ช่วยหนุนตลาด โดยดัชนี S&P 500 ปรับตัวลดลง 1.8% ในเดือนที่แล้ว และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐร่วงลงท่ามกลางความไม่แน่นอนที่ส่งผลกระทบต่อบริษัททั้งในประเทศและต่างประเทศ

-- เจ้าหน้าที่ของฮ่องกงเตือนว่าผู้ประท้วงหัวรุนแรงมากกว่า 1,000 คนได้ถูกจับกุม ขณะที่สื่อต่างประเทศหลายแห่งรวมถึงรอยเตอร์รายงานว่า นางแคร์รี ลัม ผู้นำฮ่องกงจะลาออก ถ้าเธอสามารถทำได้ ขณะที่การเผชิญหน้าครั้งรุนแรงที่สุดได้เกิดขึ้นนับตั้งแต่เกิดการประท้วงขึ้นครั้งแรกเมื่อ 3 เดือนที่ผ่านมา

อย่างไรก็ดี บรรดานักลงทุนจีนยังคงเข้าลงทุนในตลาดหุ้นฮ่องกง โดยนักลงทุนจีนซื้อหุ้นฮ่องกงเป็นวันที่ 32 เมื่อวานนี้โดยมีมูลค่าสุทธิ 7.2 หมื่นล้านดอลลาร์ฮ่องกง (9.2 พันล้านดอลลาร์) ซึ่งเป็นการซื้อต่อเนื่องยาวนานที่สุดนับตั้งแต่เดือนธ.ค. 2560 เนื่องจากนักลงทุนจีนได้รับแรงดึงดูดจากราคาหุ้นที่ถูก และได้สนใจกับรายได้สุทธิของภาคธุรกิจที่ย่ำแย่ที่สุดในรอบ 3 ปี ทั้งนี้ ดัชนีฮั่งเส็งลดลง 0.4% เมื่อวานนี้ โดยลดลง 15% จากระดับสูงสุดในเดือนเม.ย. โดยดัชนีฮั่งเส็งได้ลบแรงบวกทั้งหมดของปีนี้ และเป็นดัชนีที่ปรับตัวย่ำแย่ที่สุดในโลกในเดือนที่ผ่านมา

-- ตลาดหุ้นเอเชียมีแนวโน้มปรับตัวลงตามดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ที่ลดลงในช่วงเช้านี้ เนื่องจากเจ้าหน้าที่จีนและสหรัฐเผชิญความยากลำบากในการกำหนดการประชุมที่วางแผนไว้ในเดือนนี้เพื่อเจรจาการค้าต่อไป โดยสัญญาฟิวเจอร์ร่วงในตลาดโตเกียว, ซิดนีย์ และฮ่องกง ขณะที่ตลาดหุ้นและพันธบัตรสหรัฐปิดทำการเมื่อวานนี้ เนื่องในวันแรงงาน แต่สัญญาฟิวเจอร์พันธบัตรอายุ 10 ปีลดช่วงติดลบลง ขณะที่เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นติดต่อกันเป็นวันที่ 6 โดยแตะระดับสูงสุดในรอบกว่าสองปี

ส่วนเงินปอนด์ร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 2 ปี เนื่องจากอังกฤษเผชิญกับความขัดแย้งในรัฐสภาเรื่องการเลื่อนเวลาถอนตัวของอังกฤษออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) ขณะที่ราคาน้ำมันดิบลดลงต่ำกว่า 55 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ท่ามกลางความกังวลว่า พายุเฮอริเคนที่จะกระทบชายฝั่งตะวันออก และการชะลอตัวทางเศรษฐกิจของสหรัฐจากผลกระทบของสงครามการค้านั้น อาจจะทำให้ความต้องการใช้น้ำมันลดลง

-- ธนาคารทั่วประเทศญี่ปุ่นนั้นมีเงินสดสำรองของบริษัทในประเทศที่มีจำนวนมากกว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของประเทศส่วนใหญ่ โดยบริษัทที่จดทะเบียนในญี่ปุ่นมีเงินสดสำรอง 506.4 ล้านล้านเยน (4.8 ล้านล้านดอลลาร์) ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยบริษัทต่างๆ มองว่า เงินดังกล่าวเป็นทุนสำรองในช่วงเวลาที่ยากลำบาก แต่บรรดานักลงทุนระบุว่า ผู้บริหารควรนำเงินไปลงทุนเพื่อการขยายธุรกิจ หรือคืนให้แก่ผู้ถือหุ้น

ทั้งนี้ แม้จะมีความพยายามอย่างเต็มที่ นายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะของญี่ปุ่นก็ยังเผชิญความยากลำบากในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยเงินสดสำรองอยู่ที่ระดับมากกว่า 3 เท่านับตั้งแต่เดือนมี.ค. 2556 หลายเดือนหลังจากที่นายอาเบะกลับขึ้นมามีอำนาจโดยเขายืนยันที่จะสกัดกั้นการสะสมเงินสด

-- เจ้าหน้าที่อาวุโสของอังกฤษรายหนึ่งกล่าวว่า นายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษกำลังวางแผนที่จะจัดเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 14 ต.ค. หากเขาแพ้การลงมติสำคัญเกี่ยวกับการถอนตัวของอังกฤษออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) แบบไม่มีข้อตกลง โดยภายใต้กฎหมายใหม่ที่อนุมัติโดยบรรดาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอังกฤษนั้น นายกรัฐมนตรีจะต้องผลักดันข้อตกลงใหม่ผ่านสภาผู้แทนราษฎรภายในวันที่ 19 ตุลาคมหรือโน้มน้าวให้สมาชิกสภานิติบัญญัติสนับสนุน Brexit แบบไม่มีข้อตกลง หากนายจอห์นสันไม่สามารถบรรลุผลใดๆ กำหนดการ Brexit อาจจะเลื่อนออกไปอีกครั้งจนถึงวันที่ 31 ม.ค. ภายใต้กฎใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อขัดขวางโอกาสการทำ Brexit แบบไม่มีข้อตกลง แม้จะมีสัญญาณของปัญหาต่างๆ นายจอห์นสันกล่าวว่า เขาจะไม่เลื่อนกำหนดการ Brexit ไม่ว่าจะในสถานการณ์ใดๆ และเขาต้องการที่จะหลีกเลี่ยงการเลือกตั้งใหม่ โดยค่าเงินปอนด์ดิ่งลงมากถึง 0.98%

-- จับตาข้อมูลเศรษฐกิจในวันนี้ เกาหลีใต้เปิดเผยผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 2 (ประมาณการครั้งสุดท้าย) และ อัตราเงินเฟ้อเดือนส.ค., ออสเตรเลียเปิดเผยยอดค้าปลีกเดือนก.ค., ธนาคารกลางออสเตรเลียประชุมนโยบายการเงินและแถลงมติอัตราดอกเบี้ย, สหรัฐเปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตเดือนส.ค.จากมาร์กิต, ดัชนีภาคการผลิตเดือนส.ค.จากสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) และ การใช้จ่ายด้านการก่อสร้างเดือนก.ค.

ส่วนในวันพรุ่งนี้ เกาหลีใต้เปิดเผยทุนสำรองเงินตราต่างประเทศเดือนส.ค., ออสเตรเลียเปิดเผย       ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 2/2562, จีนเปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการเดือนส.ค.จากไฉซิน, ฝรั่งเศสเปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการขั้นสุดท้ายเดือนส.ค.จากมาร์กิต, เยอรมนีเปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการขั้นสุดท้ายเดือนส.ค.จากมาร์กิต และอียูเปิดเผบดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการขั้นสุดท้ายเดือนส.ค.จากมาร์กิต และ ยอดค้าปลีกเดือนก.ค. , อังกฤษเปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการเดือนส.ค.จากมาร์กิต และ สหรัฐเปิดเผยยอดนำเข้า ยอดส่งออก และดุลการค้าเดือนก.ค., ดัชนีภาวะธุรกิจนิวยอร์กเดือนส.ค. จากสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) และ รายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจ หรือ Beige Book จากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) (เช้าวันที่ 5 ก.ย.)

อ่านต่อได้ที่ : https://www.ryt9.com/s/iq29/3036413
tuinui
03 กันยายน 2019, 20:26:31 น.
นายอีฟ เมอร์ช สมาชิกคณะกรรมการบริหารประจำธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) แสดงความไม่ไว้วางใจต่อโครงการสกุลเงินลิบรา ซึ่งเป็นสกุลเงินดิจิทัลของบริษัทเฟซบุ๊ค อิงค์ เนื่องจากกังวลว่า สกุลเงินดังกล่าวออกโดยบริษัทเพียงไม่กี่ราย เช่น มาสเตอร์การ์ด เพย์พาล อีเบย์ และอูเบอร์

นอกจากนี้ นายอีฟ เมอร์ช ยังแสดงความกังวลด้วยว่า การที่สกุลเงินลิบราเป็นของเฟซบุ๊กนั้น เป็นเรื่องน่าวิตกอย่างยิ่ง เพราะเฟซบุ๊คเป็นบริษัทที่มีปัญหาในเรื่องการบริหารจัดการข้อมูลส่วนบุคคลบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย พร้อมขอให้ประชาชนอย่าถูกล่อลวงโดยคำมั่นสัญญาที่ไม่น่าไว้วางใจนี้

ถ้อยแถลงดังกล่าวมีขึ้น หลังเมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา สำนักงานต่อต้านการผูกขาดตลาดของสหภาพยุโรป (อียู) กำลังทำการตรวจสอบโครงการสกุลเงินลิบรา

สำนักงานดังกล่าวระบุในแบบสอบถามที่ส่งให้กับเฟซบุ๊คว่า ขณะนี้คณะกรรมาธิการยุโรป (อีซี) กำลังทำการสอบสวนถึงแนวโน้มของพฤติกรรมต่อต้านการแข่งขันที่เกี่ยวข้องกับสมาคมลิบรา ท่ามกลางความวิตกว่า ระบบการชำระเงินดังกล่าวจะปิดกั้นคู่แข่งอย่างไม่เป็นธรรม

เจ้าหน้าที่ระบุว่า พวกเขาวิตกว่า สกุลเงินลิบราของเฟซบุ๊ค อาจจะจำกัดการแข่งขันเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนข้อมูล และการใช้ข้อมูลผู้บริโภค

ทั้งนี้ เมื่อเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา เฟซบุ๊ค อิงค์ เปิดเผยแผนการสร้างสกุลเงินดิจิทัลของทางบริษัท โดยสกุลเงินดังกล่าวจะใช้ชื่อว่าลิบรา ซึ่งเฟซบุ๊คจะเปิดตัวในช่วงครึ่งแรกของปีหน้า

เฟซบุ๊คหวังว่า ลิบราจะช่วยให้ผู้บริโภคสามารถโอนเงินไปยังประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกได้อย่างสะดวก และไม่เสียค่าใช้จ่าย เช่นเดียวกับการส่งภาพ หรือข้อความ

เฟซบุ๊คไม่ใช่หน่วยงานที่บริหารจัดการลิบรา แต่สมาคมลิบราซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่ตั้งในนครเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ จะเป็นองค์กรที่ดูแลสกุลเงินดังกล่าว

ที่มา bangkokbiznews
tuinui Hero Member กระทู้: 4089
นายอีฟ เมอร์ช สมาชิกคณะกรรมการบริหารประจำธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) แสดงความไม่ไว้วางใจต่อโครงการสกุลเงินลิบรา ซึ่งเป็นสกุลเงินดิจิทัลของบริษัทเฟซบุ๊ค อิงค์ เนื่องจากกังวลว่า สกุลเงินดังกล่าวออกโดยบริษัทเพียงไม่กี่ราย เช่น มาสเตอร์การ์ด เพย์พาล อีเบย์ และอูเบอร์

นอกจากนี้ นายอีฟ เมอร์ช ยังแสดงความกังวลด้วยว่า การที่สกุลเงินลิบราเป็นของเฟซบุ๊กนั้น เป็นเรื่องน่าวิตกอย่างยิ่ง เพราะเฟซบุ๊คเป็นบริษัทที่มีปัญหาในเรื่องการบริหารจัดการข้อมูลส่วนบุคคลบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย พร้อมขอให้ประชาชนอย่าถูกล่อลวงโดยคำมั่นสัญญาที่ไม่น่าไว้วางใจนี้

ถ้อยแถลงดังกล่าวมีขึ้น หลังเมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา สำนักงานต่อต้านการผูกขาดตลาดของสหภาพยุโรป (อียู) กำลังทำการตรวจสอบโครงการสกุลเงินลิบรา

สำนักงานดังกล่าวระบุในแบบสอบถามที่ส่งให้กับเฟซบุ๊คว่า ขณะนี้คณะกรรมาธิการยุโรป (อีซี) กำลังทำการสอบสวนถึงแนวโน้มของพฤติกรรมต่อต้านการแข่งขันที่เกี่ยวข้องกับสมาคมลิบรา ท่ามกลางความวิตกว่า ระบบการชำระเงินดังกล่าวจะปิดกั้นคู่แข่งอย่างไม่เป็นธรรม

เจ้าหน้าที่ระบุว่า พวกเขาวิตกว่า สกุลเงินลิบราของเฟซบุ๊ค อาจจะจำกัดการแข่งขันเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนข้อมูล และการใช้ข้อมูลผู้บริโภค

ทั้งนี้ เมื่อเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา เฟซบุ๊ค อิงค์ เปิดเผยแผนการสร้างสกุลเงินดิจิทัลของทางบริษัท โดยสกุลเงินดังกล่าวจะใช้ชื่อว่าลิบรา ซึ่งเฟซบุ๊คจะเปิดตัวในช่วงครึ่งแรกของปีหน้า

เฟซบุ๊คหวังว่า ลิบราจะช่วยให้ผู้บริโภคสามารถโอนเงินไปยังประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกได้อย่างสะดวก และไม่เสียค่าใช้จ่าย เช่นเดียวกับการส่งภาพ หรือข้อความ

เฟซบุ๊คไม่ใช่หน่วยงานที่บริหารจัดการลิบรา แต่สมาคมลิบราซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่ตั้งในนครเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ จะเป็นองค์กรที่ดูแลสกุลเงินดังกล่าว

ที่มา bangkokbiznews
tuinui
03 กันยายน 2019, 20:28:23 น.
ปอนด์ทรุดตัวลงต่ำกว่าระดับ 1.20 ดอลลาร์ แตะระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 3 ปีในวันนี้ โดยถูกกระทบจากปัจจัยการเมืองในอังกฤษ ท่ามกลางความวิตกเกี่ยวกับการที่อังกฤษอาจแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) โดยไม่มีการทำข้อตกลง

ณ เวลา 19.02 น.ตามเวลาไทย ปอนด์ร่วงลง 0.36% สู่ระดับ 1.2022 ดอลลาร์ หลังดิ่งลงแตะระดับ 1.1968 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนต.ค.2559

สมาชิกรัฐสภาสังกัดพรรคฝ่ายค้านของอังกฤษ รวมทั้งสมาชิกบางรายที่แปรพักตร์จากพรรคร่วมรัฐบาล ได้เข้าชื่อเพื่อยื่นขออภิปรายฉุกเฉินในรัฐสภาวันนี้ ในความพยายามที่จะสกัดนายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรี มิให้นำอังกฤษแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป (EU) ในวันที่ 31 ต.ค. โดยไม่มีการทำข้อตกลง

ขณะนี้ นายจอห์น เบอร์คาว ประธานสภาสามัญชน กำลังพิจารณาคำขออภิปรายดังกล่าว ซึ่งหากได้รับการอนุมัติ สมาชิกพรรคฝ่ายค้านก็จะสามารถลงมติเพื่อเข้าควบคุมการประชุมรัฐสภาจากพรรคร่วมรัฐบาล โดยการลงมติดังกล่าวจะเปรียบเสมือนการลงมติไม่ไว้วางใจนายจอห์นสัน และแผนการเกี่ยวกับ Brexit ของเขา และจะทำให้พรรคฝ่ายค้านสามารถขยายเส้นตาย Brexit ออกไปจนถึงวันที่ 31 ม.ค.2563

ทางด้านนายจอห์นสันขู่ก่อนหน้านี้ว่า เขาจะประกาศยุบสภาเพื่อจัดการเลือกตั้งใหม่ในวันที่ 14 ต.ค. หากข้อตกลง Brexit แพ้โหวตในรัฐสภาวันนี้

นายจอห์นสันกล่าวยืนยันว่า เขาจะไม่ขอให้ EU เลื่อนกำหนด Brexit ออกไปอีก และถ้าหากสมาชิกรัฐสภาเรียกร้องให้มีการขยายเส้นตาย Brexit ออกไป ก็จะเป็นการทำลายจุดยืนของอังกฤษในการเจรจากับ EU

อ่านต่อได้ที่ : https://www.ryt9.com/s/iq21/3036823
tuinui Hero Member กระทู้: 4089
ปอนด์ทรุดตัวลงต่ำกว่าระดับ 1.20 ดอลลาร์ แตะระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 3 ปีในวันนี้ โดยถูกกระทบจากปัจจัยการเมืองในอังกฤษ ท่ามกลางความวิตกเกี่ยวกับการที่อังกฤษอาจแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) โดยไม่มีการทำข้อตกลง

ณ เวลา 19.02 น.ตามเวลาไทย ปอนด์ร่วงลง 0.36% สู่ระดับ 1.2022 ดอลลาร์ หลังดิ่งลงแตะระดับ 1.1968 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนต.ค.2559

สมาชิกรัฐสภาสังกัดพรรคฝ่ายค้านของอังกฤษ รวมทั้งสมาชิกบางรายที่แปรพักตร์จากพรรคร่วมรัฐบาล ได้เข้าชื่อเพื่อยื่นขออภิปรายฉุกเฉินในรัฐสภาวันนี้ ในความพยายามที่จะสกัดนายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรี มิให้นำอังกฤษแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป (EU) ในวันที่ 31 ต.ค. โดยไม่มีการทำข้อตกลง

ขณะนี้ นายจอห์น เบอร์คาว ประธานสภาสามัญชน กำลังพิจารณาคำขออภิปรายดังกล่าว ซึ่งหากได้รับการอนุมัติ สมาชิกพรรคฝ่ายค้านก็จะสามารถลงมติเพื่อเข้าควบคุมการประชุมรัฐสภาจากพรรคร่วมรัฐบาล โดยการลงมติดังกล่าวจะเปรียบเสมือนการลงมติไม่ไว้วางใจนายจอห์นสัน และแผนการเกี่ยวกับ Brexit ของเขา และจะทำให้พรรคฝ่ายค้านสามารถขยายเส้นตาย Brexit ออกไปจนถึงวันที่ 31 ม.ค.2563

ทางด้านนายจอห์นสันขู่ก่อนหน้านี้ว่า เขาจะประกาศยุบสภาเพื่อจัดการเลือกตั้งใหม่ในวันที่ 14 ต.ค. หากข้อตกลง Brexit แพ้โหวตในรัฐสภาวันนี้

นายจอห์นสันกล่าวยืนยันว่า เขาจะไม่ขอให้ EU เลื่อนกำหนด Brexit ออกไปอีก และถ้าหากสมาชิกรัฐสภาเรียกร้องให้มีการขยายเส้นตาย Brexit ออกไป ก็จะเป็นการทำลายจุดยืนของอังกฤษในการเจรจากับ EU

อ่านต่อได้ที่ : https://www.ryt9.com/s/iq21/3036823
tuinui
03 กันยายน 2019, 20:29:20 น.
โฆษกของนายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ กล่าวว่า หากนายจอห์นสันจะประกาศยุบสภา และจัดการเลือกตั้งใหม่ การเลือกตั้งใหม่ดังกล่าวจะมีขึ้นก่อนการประชุมสุดยอดผู้นำสหภาพยุโรป (EU) ในวันที่ 17 ต.ค.

โฆษกของนายจอห์นสันยืนยันเรื่องดังกล่าว หลังจากที่สมาชิกพรรคฝ่ายค้านบางรายกล่าวว่า นายจอห์นสันจะกำหนดวันเลือกตั้งให้อยู่หลังวันที่ 31 ต.ค. เพื่อให้อังกฤษแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) โดยไม่มีการทำข้อตกลง

"ความคิดที่ว่าท่านนายกฯจะกำหนดวันเลือกตั้งให้เลยวันที่อังกฤษแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป เป็นความคิดที่ผิด เพราะเรื่องนี้เป็นไปไม่ได้ โดยการเลือกตั้งจะมีขึ้นก่อนการประชุมสุดยอดผู้นำ EU" โฆษกกล่าว

อ่านต่อได้ที่ : https://www.ryt9.com/s/iq37/3036824
tuinui Hero Member กระทู้: 4089
โฆษกของนายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ กล่าวว่า หากนายจอห์นสันจะประกาศยุบสภา และจัดการเลือกตั้งใหม่ การเลือกตั้งใหม่ดังกล่าวจะมีขึ้นก่อนการประชุมสุดยอดผู้นำสหภาพยุโรป (EU) ในวันที่ 17 ต.ค.

โฆษกของนายจอห์นสันยืนยันเรื่องดังกล่าว หลังจากที่สมาชิกพรรคฝ่ายค้านบางรายกล่าวว่า นายจอห์นสันจะกำหนดวันเลือกตั้งให้อยู่หลังวันที่ 31 ต.ค. เพื่อให้อังกฤษแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) โดยไม่มีการทำข้อตกลง

"ความคิดที่ว่าท่านนายกฯจะกำหนดวันเลือกตั้งให้เลยวันที่อังกฤษแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป เป็นความคิดที่ผิด เพราะเรื่องนี้เป็นไปไม่ได้ โดยการเลือกตั้งจะมีขึ้นก่อนการประชุมสุดยอดผู้นำ EU" โฆษกกล่าว

อ่านต่อได้ที่ : https://www.ryt9.com/s/iq37/3036824
tuinui
03 กันยายน 2019, 20:50:14 น.
ธนาคารกลางเกาหลีใต้เปิดเผยในวันนี้ว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ขยายตัว 1% ในไตรมาส 2 เมื่อเทียบเป็นรายไตรมาส ซึ่งชะลอตัวลงจากตัวเลขประมาณการเบื้องต้นที่ระบุว่า GDP ขยายตัว 1.1% เนื่องจากผลกระทบของการส่งออกที่ซบเซาลง

-- สำนักงานสถิติแห่งชาติเกาหลีใต้รายงานในวันนี้ว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่สำคัญ ทรงตัวในเดือนส.ค.เมื่อเทียบเป็นรายปี เนื่องจากราคาสินค้าเกษตรและปิโตรเลียมปรับตัวลดลง โดยราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมร่วงลง 6.6% ในเดือนส.ค. และราคาผลิตภัณฑ์การเกษตร ดิ่งลง 11.4% เมื่อเทียบเป็นรายปี

-- เจ้าหน้าที่จากรัฐบาลสหรัฐและจีนยังตกลงกำหนดวันเจรจาการค้าไม่ได้ หลังทั้งสองฝ่ายได้เริ่มเก็บภาษีนำเข้าสินค้าตามแผนการเดิมเมื่อวันที่ 1 ก.ย. ที่ผ่านมา แม้ก่อนหน้านี้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยก่อนหน้านี้ว่า คณะผู้แทนการค้าของจีนและสหรัฐยังคงเจรจากันต่อไป และจะประชุมกันในเดือนก.ย.

-- สำนักงานสถิติแห่งชาติออสเตรเลีย (ABS) รายงานในวันนี้ว่า ยอดค้าปลีกเดือนก.ค.หดตัวลง 0.1% เมื่อเทียบเป็นรายเดือน ซึ่งสวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 0.2% แม้ว่าออสเตรเลียได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ย และปรับลดภาษีในช่วงที่ผ่านมาก็ตาม

-- นางแคร์รี ลัม ผู้ว่าการเขตปกครองพิเศษฮ่องกง ได้จัดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนในช่วงเช้าวันนี้ เพื่อกล่าวคำขอโทษต่อประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ประท้วงรุนแรงเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

-- สื่อต่างประเทศรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวจากรัฐบาลอังกฤษว่า นายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ เตรียมประกาศยุบสภาเพื่อจัดการเลือกตั้งใหม่ในวันที่ 14 ต.ค. หากว่าข้อตกลงเรื่องการนำสหราชอาณาจักรแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) แพ้โหวตในสภาในวันนี้

-- นายชินโซ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ประกาศว่าจะมีการปรับคณะรัฐมนตรีและคณะผู้บริหารพรรคเสรีประชาธิปไตย (แอลดีพี) ในวันที่ 11 ก.ย. นี้

-- ธนาคารกลางออสเตรเลียมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 1% ในการประชุมวันนี้ ซึ่งเป็นการคงอัตราดอกเบี้ยติดต่อกันเดือนที่ 2 หลังจากที่ธนาคารกลางได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเมื่อเดือนมิ.ย.และก.ค.ที่ผ่านมา

-- สำนักงานสถิติแห่งชาติออสเตรเลีย (ABS) รายงานในวันนี้ว่า ออสเตรเลียมียอดเกินดุลบัญชีเดินสะพัดในไตรมาส 2 ที่ระดับ 5.9 พันล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (ประมาณ 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งเป็นการเกินดุลครั้งแรกในรอบ 44 ปีหรือนับตั้งแต่ปี 2518 หลังจากที่มีการขาดดุลมูลค่า 1.1 พันล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย ในไตรมาส 1

-- นายโจชัว หว่อง แกนนำกลุ่มเรียกร้องประชาธิปไตยชาวฮ่องกง วัย 22 ปี ร่วมด้วยเอ็ดดี้ จู สมาชิกสภานิติบัญญัติฮ่องกง และเลสเตอร์ ชัม อดีตผู้นำนักศึกษา เดินทางถึงไต้หวันแล้ววันนี้ เพื่อเตรียมพบปะกับประธานพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลไต้หวัน รวมถึงตัวแทนจากพรรคพลังใหม่

นอกจากนี้ นายโจชัว หว่อง เปิดเผยผ่านเฟซบุ๊กว่า การมาไต้หวันครั้งนี้ยังมีจุดประสงค์เพื่อจัดการชุมนุมขนาดใหญ่อีกด้วย เพื่อเชิญชวนให้ชาวไต้หวันร่วมแสดงพลังสนับสนุนฮ่องกงในการคัดค้านรัฐบาลจีน โดยนายโจชัว หว่อง เชื่อว่า เมื่อไต้หวันกับฮ่องกงรวมพลังกันแล้ว ก็จะทำให้ความพยายามของฮ่องกงแข็งแกร่งขึ้น

อ่านต่อได้ที่ : https://www.ryt9.com/s/iq29/3036789
tuinui Hero Member กระทู้: 4089
ธนาคารกลางเกาหลีใต้เปิดเผยในวันนี้ว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ขยายตัว 1% ในไตรมาส 2 เมื่อเทียบเป็นรายไตรมาส ซึ่งชะลอตัวลงจากตัวเลขประมาณการเบื้องต้นที่ระบุว่า GDP ขยายตัว 1.1% เนื่องจากผลกระทบของการส่งออกที่ซบเซาลง

-- สำนักงานสถิติแห่งชาติเกาหลีใต้รายงานในวันนี้ว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่สำคัญ ทรงตัวในเดือนส.ค.เมื่อเทียบเป็นรายปี เนื่องจากราคาสินค้าเกษตรและปิโตรเลียมปรับตัวลดลง โดยราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมร่วงลง 6.6% ในเดือนส.ค. และราคาผลิตภัณฑ์การเกษตร ดิ่งลง 11.4% เมื่อเทียบเป็นรายปี

-- เจ้าหน้าที่จากรัฐบาลสหรัฐและจีนยังตกลงกำหนดวันเจรจาการค้าไม่ได้ หลังทั้งสองฝ่ายได้เริ่มเก็บภาษีนำเข้าสินค้าตามแผนการเดิมเมื่อวันที่ 1 ก.ย. ที่ผ่านมา แม้ก่อนหน้านี้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยก่อนหน้านี้ว่า คณะผู้แทนการค้าของจีนและสหรัฐยังคงเจรจากันต่อไป และจะประชุมกันในเดือนก.ย.

-- สำนักงานสถิติแห่งชาติออสเตรเลีย (ABS) รายงานในวันนี้ว่า ยอดค้าปลีกเดือนก.ค.หดตัวลง 0.1% เมื่อเทียบเป็นรายเดือน ซึ่งสวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 0.2% แม้ว่าออสเตรเลียได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ย และปรับลดภาษีในช่วงที่ผ่านมาก็ตาม

-- นางแคร์รี ลัม ผู้ว่าการเขตปกครองพิเศษฮ่องกง ได้จัดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนในช่วงเช้าวันนี้ เพื่อกล่าวคำขอโทษต่อประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ประท้วงรุนแรงเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

-- สื่อต่างประเทศรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวจากรัฐบาลอังกฤษว่า นายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ เตรียมประกาศยุบสภาเพื่อจัดการเลือกตั้งใหม่ในวันที่ 14 ต.ค. หากว่าข้อตกลงเรื่องการนำสหราชอาณาจักรแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) แพ้โหวตในสภาในวันนี้

-- นายชินโซ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ประกาศว่าจะมีการปรับคณะรัฐมนตรีและคณะผู้บริหารพรรคเสรีประชาธิปไตย (แอลดีพี) ในวันที่ 11 ก.ย. นี้

-- ธนาคารกลางออสเตรเลียมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 1% ในการประชุมวันนี้ ซึ่งเป็นการคงอัตราดอกเบี้ยติดต่อกันเดือนที่ 2 หลังจากที่ธนาคารกลางได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเมื่อเดือนมิ.ย.และก.ค.ที่ผ่านมา

-- สำนักงานสถิติแห่งชาติออสเตรเลีย (ABS) รายงานในวันนี้ว่า ออสเตรเลียมียอดเกินดุลบัญชีเดินสะพัดในไตรมาส 2 ที่ระดับ 5.9 พันล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (ประมาณ 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งเป็นการเกินดุลครั้งแรกในรอบ 44 ปีหรือนับตั้งแต่ปี 2518 หลังจากที่มีการขาดดุลมูลค่า 1.1 พันล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย ในไตรมาส 1

-- นายโจชัว หว่อง แกนนำกลุ่มเรียกร้องประชาธิปไตยชาวฮ่องกง วัย 22 ปี ร่วมด้วยเอ็ดดี้ จู สมาชิกสภานิติบัญญัติฮ่องกง และเลสเตอร์ ชัม อดีตผู้นำนักศึกษา เดินทางถึงไต้หวันแล้ววันนี้ เพื่อเตรียมพบปะกับประธานพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลไต้หวัน รวมถึงตัวแทนจากพรรคพลังใหม่

นอกจากนี้ นายโจชัว หว่อง เปิดเผยผ่านเฟซบุ๊กว่า การมาไต้หวันครั้งนี้ยังมีจุดประสงค์เพื่อจัดการชุมนุมขนาดใหญ่อีกด้วย เพื่อเชิญชวนให้ชาวไต้หวันร่วมแสดงพลังสนับสนุนฮ่องกงในการคัดค้านรัฐบาลจีน โดยนายโจชัว หว่อง เชื่อว่า เมื่อไต้หวันกับฮ่องกงรวมพลังกันแล้ว ก็จะทำให้ความพยายามของฮ่องกงแข็งแกร่งขึ้น

อ่านต่อได้ที่ : https://www.ryt9.com/s/iq29/3036789
tuinui
04 กันยายน 2019, 10:32:51 น.
สมาชิกรัฐสภาสังกัดพรรคฝ่ายค้านของอังกฤษ รวมทั้งสมาชิก 21 รายที่แปรพักตร์จากพรรคอนุรักษ์นิยม ซึ่งเป็นพรรครัฐบาล ประสบความสำเร็จในการลงมติด้วยคะแนนเสียง 328 ต่อ 301 เสียง ในการเข้าควบคุมกระบวนการนิติบัญญัติของรัฐสภา

ความพ่ายแพ้ของพรรครัฐบาลในวันนี้ จะทำให้ฝ่ายค้านสามารถสกัดความพยายามของนายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรี ในการนำอังกฤษแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) ในวันที่ 31 ต.ค. โดยไม่มีการทำข้อตกลง

ทั้งนี้ สภาสามัญชนจะทำการอภิปรายร่างกฎหมายป้องกันการแยกตัวของอังกฤษออกจากสหภาพยุโรป (EU) โดยไม่มีการทำข้อตกลงในวันพรุ่งนี้ ซึ่งหากร่างกฎหมายดังกล่าวได้รับการอนุมัติจากสภา ก็จะเป็นการกดดันให้นายจอห์นสันร้องขอต่อ EU เพื่อขยายกำหนดเส้นตายในการแยกตัวของอังกฤษออกจาก EU เป็นวันที่ 31 ม.ค.2563 จากเดิมวันที่ 31 ต.ค.นี้ นอกเสียจากว่า นายจอห์นสันจะสามารถยื่นข้อตกลง Brexit ฉบับใหม่เข้าสู่รัฐสภา และได้รับการอนุมัติภายในวันที่ 19 ต.ค.

อย่างไรก็ดี นายจอห์นสันกล่าวยืนยันก่อนหน้านี้ว่า เขาจะไม่ขอให้ EU เลื่อนกำหนด Brexit ออกไปอีก และถ้าหากสมาชิกรัฐสภาเรียกร้องให้มีการขยายเส้นตาย Brexit ออกไป ก็จะเป็นการทำลายจุดยืนของอังกฤษในการเจรจากับ EU

นอกจากนี้ นายจอห์นสันยังขู่ว่า เขาจะประกาศยุบสภาเพื่อจัดการเลือกตั้งใหม่ในวันที่ 14 ต.ค. หากรัฐสภาอนุมัติร่างกฎหมายสกัด Brexit แบบไร้ข้อตกลงในวันพรุ่งนี้

อ่านต่อได้ที่ : https://www.ryt9.com/s/iq37/3036844
tuinui Hero Member กระทู้: 4089
สมาชิกรัฐสภาสังกัดพรรคฝ่ายค้านของอังกฤษ รวมทั้งสมาชิก 21 รายที่แปรพักตร์จากพรรคอนุรักษ์นิยม ซึ่งเป็นพรรครัฐบาล ประสบความสำเร็จในการลงมติด้วยคะแนนเสียง 328 ต่อ 301 เสียง ในการเข้าควบคุมกระบวนการนิติบัญญัติของรัฐสภา

ความพ่ายแพ้ของพรรครัฐบาลในวันนี้ จะทำให้ฝ่ายค้านสามารถสกัดความพยายามของนายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรี ในการนำอังกฤษแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) ในวันที่ 31 ต.ค. โดยไม่มีการทำข้อตกลง

ทั้งนี้ สภาสามัญชนจะทำการอภิปรายร่างกฎหมายป้องกันการแยกตัวของอังกฤษออกจากสหภาพยุโรป (EU) โดยไม่มีการทำข้อตกลงในวันพรุ่งนี้ ซึ่งหากร่างกฎหมายดังกล่าวได้รับการอนุมัติจากสภา ก็จะเป็นการกดดันให้นายจอห์นสันร้องขอต่อ EU เพื่อขยายกำหนดเส้นตายในการแยกตัวของอังกฤษออกจาก EU เป็นวันที่ 31 ม.ค.2563 จากเดิมวันที่ 31 ต.ค.นี้ นอกเสียจากว่า นายจอห์นสันจะสามารถยื่นข้อตกลง Brexit ฉบับใหม่เข้าสู่รัฐสภา และได้รับการอนุมัติภายในวันที่ 19 ต.ค.

อย่างไรก็ดี นายจอห์นสันกล่าวยืนยันก่อนหน้านี้ว่า เขาจะไม่ขอให้ EU เลื่อนกำหนด Brexit ออกไปอีก และถ้าหากสมาชิกรัฐสภาเรียกร้องให้มีการขยายเส้นตาย Brexit ออกไป ก็จะเป็นการทำลายจุดยืนของอังกฤษในการเจรจากับ EU

นอกจากนี้ นายจอห์นสันยังขู่ว่า เขาจะประกาศยุบสภาเพื่อจัดการเลือกตั้งใหม่ในวันที่ 14 ต.ค. หากรัฐสภาอนุมัติร่างกฎหมายสกัด Brexit แบบไร้ข้อตกลงในวันพรุ่งนี้

อ่านต่อได้ที่ : https://www.ryt9.com/s/iq37/3036844
tuinui
04 กันยายน 2019, 10:33:56 น.
ราคาทองฟิวเจอร์พุ่งขึ้นกว่า 1% ในวันนี้ จากแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก
นอกจากนี้ ราคาทองยังได้ปัจจัยหนุนจากความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีน และการที่อังกฤษอาจแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) โดยไม่มีการทำข้อตกลง

ณ เวลา 00.03 น.ตามเวลาไทย สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. ดีดตัวขึ้น 24.50 ดอลลาร์ หรือ 1.63% สู่ระดับ 1,553.90 ดอลลาร์/ออนซ์

ผลสำรวจของสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) ระบุว่า ดัชนีภาคการผลิตของสหรัฐลดลงสู่ระดับ 49.1 ในเดือนส.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนม.ค.2559 จากระดับ 51.2 ในเดือนก.ค.

ดัชนีอยู่ต่ำกว่าระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ภาวะหดตัวของภาคการผลิตของสหรัฐ ซึ่งเป็นการหดตัวครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2559 หลังจากที่มีการขยายตัวติดต่อกัน 36 เดือน

ทั้งนี้ ภาคธุรกิจมีความวิตกกังวลเกี่ยวกับการทำสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน ส่งผลให้คำสั่งซื้อเพื่อการส่งออกหดตัวลงในเดือนส.ค.
นอกจากนี้ ไอเอชเอส มาร์กิต ซึ่งเป็นบริษัทให้บริการข้อมูลทางการเงิน เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของสหรัฐ ปรับตัวลงสู่ระดับ 50.3 ในเดือนส.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนก.ย.2552 จากระดับ 50.4 ในเดือนก.ค. โดยได้รับผลกระทบจากการทำสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน

ดัชนี PMI ถูกกดดันจากการชะลอตัวของคำสั่งซื้อใหม่ โดยคำสั่งซื้อเพื่อการส่งออกลดลงต่ำสุดในรอบ 10 ปี ขณะที่การจ้างงานทรงตัว
นอกจากนี้ ดัชนี PMI ภาคการผลิตของยูโรโซนได้หดตัวลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 7 ในเดือนส.ค.
ทั้งนี้ สหรัฐประกาศเก็บภาษี 15% ต่อสินค้านำเข้าจากจีนในวันที่ 1 ก.ย. ขณะที่จีนก็ได้เรียกเก็บภาษีตอบโต้สหรัฐเช่นกัน
ทางด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กล่าวว่า สหรัฐและจีนยังคงมีกำหนดเจรจาการค้าในเดือนนี้ แม้ทั้งสองฝ่ายมีการเรียกเก็บภาษีตอบโต้ระหว่างกัน
นอกจากนี้ ปธน.ทรัมป์ได้ทวีตข้อความในวันนี้ กดดันให้จีนรีบทำข้อตกลงการค้ากับสหรัฐ มิฉะนั้นการเจรจาจะยากลำบากมากขึ้น หากเขาชนะการเลือกตั้งในปีหน้า และกลับมาเป็นประธานาธิบดีอีกสมัยหนึ่ง

"เรากำลังทำได้ดีในการเจรจาการค้ากับจีน ซึ่งผมมั่นใจว่าพวกเขาต้องการเจรจากับรัฐบาลชุดใหม่เพื่อให้สามารถขูดรีดสหรัฐต่อไป (6 แสนล้านดอลลาร์ต่อปี) โดยระยะเวลากว่า 16 เดือนถือเป็นเวลานานที่สหรัฐจะต้องสูญเสียการจ้างงาน และบริษัทหลายแห่ง และคิดดูว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับจีน ถ้าหากผมชนะการเลือกตั้ง การทำข้อตกลงก็จะยากลำบากมากขึ้น โดยในระหว่างนี้ ห่วงโซ่อุปทานของจีนจะทรุดตัวลง ขณะที่ธุรกิจ การจ้างงาน และเม็ดเงินก็จะหายไปด้วย" ข้อความในทวิตเตอร์ระบุ

นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาความไม่แน่นอนของปัจจัยการเมืองในอังกฤษ หลังจากที่สมาชิกรัฐสภาสังกัดพรรคฝ่ายค้านของอังกฤษ รวมทั้งสมาชิกบางรายที่แปรพักตร์จากพรรคร่วมรัฐบาล ได้เข้าชื่อเพื่อยื่นขออภิปรายฉุกเฉินในรัฐสภาวันนี้ ในความพยายามที่จะสกัดนายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรี มิให้นำอังกฤษแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) ในวันที่ 31 ต.ค. โดยไม่มีการทำข้อตกลง

อ่านต่อได้ที่ : https://www.ryt9.com/s/iq31/3036840
tuinui Hero Member กระทู้: 4089
ราคาทองฟิวเจอร์พุ่งขึ้นกว่า 1% ในวันนี้ จากแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก
นอกจากนี้ ราคาทองยังได้ปัจจัยหนุนจากความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีน และการที่อังกฤษอาจแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) โดยไม่มีการทำข้อตกลง

ณ เวลา 00.03 น.ตามเวลาไทย สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. ดีดตัวขึ้น 24.50 ดอลลาร์ หรือ 1.63% สู่ระดับ 1,553.90 ดอลลาร์/ออนซ์

ผลสำรวจของสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) ระบุว่า ดัชนีภาคการผลิตของสหรัฐลดลงสู่ระดับ 49.1 ในเดือนส.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนม.ค.2559 จากระดับ 51.2 ในเดือนก.ค.

ดัชนีอยู่ต่ำกว่าระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ภาวะหดตัวของภาคการผลิตของสหรัฐ ซึ่งเป็นการหดตัวครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2559 หลังจากที่มีการขยายตัวติดต่อกัน 36 เดือน

ทั้งนี้ ภาคธุรกิจมีความวิตกกังวลเกี่ยวกับการทำสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน ส่งผลให้คำสั่งซื้อเพื่อการส่งออกหดตัวลงในเดือนส.ค.
นอกจากนี้ ไอเอชเอส มาร์กิต ซึ่งเป็นบริษัทให้บริการข้อมูลทางการเงิน เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของสหรัฐ ปรับตัวลงสู่ระดับ 50.3 ในเดือนส.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนก.ย.2552 จากระดับ 50.4 ในเดือนก.ค. โดยได้รับผลกระทบจากการทำสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน

ดัชนี PMI ถูกกดดันจากการชะลอตัวของคำสั่งซื้อใหม่ โดยคำสั่งซื้อเพื่อการส่งออกลดลงต่ำสุดในรอบ 10 ปี ขณะที่การจ้างงานทรงตัว
นอกจากนี้ ดัชนี PMI ภาคการผลิตของยูโรโซนได้หดตัวลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 7 ในเดือนส.ค.
ทั้งนี้ สหรัฐประกาศเก็บภาษี 15% ต่อสินค้านำเข้าจากจีนในวันที่ 1 ก.ย. ขณะที่จีนก็ได้เรียกเก็บภาษีตอบโต้สหรัฐเช่นกัน
ทางด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กล่าวว่า สหรัฐและจีนยังคงมีกำหนดเจรจาการค้าในเดือนนี้ แม้ทั้งสองฝ่ายมีการเรียกเก็บภาษีตอบโต้ระหว่างกัน
นอกจากนี้ ปธน.ทรัมป์ได้ทวีตข้อความในวันนี้ กดดันให้จีนรีบทำข้อตกลงการค้ากับสหรัฐ มิฉะนั้นการเจรจาจะยากลำบากมากขึ้น หากเขาชนะการเลือกตั้งในปีหน้า และกลับมาเป็นประธานาธิบดีอีกสมัยหนึ่ง

"เรากำลังทำได้ดีในการเจรจาการค้ากับจีน ซึ่งผมมั่นใจว่าพวกเขาต้องการเจรจากับรัฐบาลชุดใหม่เพื่อให้สามารถขูดรีดสหรัฐต่อไป (6 แสนล้านดอลลาร์ต่อปี) โดยระยะเวลากว่า 16 เดือนถือเป็นเวลานานที่สหรัฐจะต้องสูญเสียการจ้างงาน และบริษัทหลายแห่ง และคิดดูว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับจีน ถ้าหากผมชนะการเลือกตั้ง การทำข้อตกลงก็จะยากลำบากมากขึ้น โดยในระหว่างนี้ ห่วงโซ่อุปทานของจีนจะทรุดตัวลง ขณะที่ธุรกิจ การจ้างงาน และเม็ดเงินก็จะหายไปด้วย" ข้อความในทวิตเตอร์ระบุ

นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาความไม่แน่นอนของปัจจัยการเมืองในอังกฤษ หลังจากที่สมาชิกรัฐสภาสังกัดพรรคฝ่ายค้านของอังกฤษ รวมทั้งสมาชิกบางรายที่แปรพักตร์จากพรรคร่วมรัฐบาล ได้เข้าชื่อเพื่อยื่นขออภิปรายฉุกเฉินในรัฐสภาวันนี้ ในความพยายามที่จะสกัดนายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรี มิให้นำอังกฤษแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) ในวันที่ 31 ต.ค. โดยไม่มีการทำข้อตกลง

อ่านต่อได้ที่ : https://www.ryt9.com/s/iq31/3036840
tuinui
04 กันยายน 2019, 10:35:05 น.
- ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (3 ก.ย.) เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐ หลังจากผลสำรวจบ่งชี้ว่า ภาคการผลิตของสหรัฐหดตัวลงเป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปี ขณะที่เงินปอนด์ดีดตัวขึ้นหลังจากพรรครัฐบาลของนายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ได้สูญเสียเสียงข้างมากในสภา ซึ่งทำให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับการที่อังกฤษจะแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) แบบไม่มีข้อตกลง

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 105.99 เยน จากระดับ 106.19 เยน และอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9874 ฟรังก์ จากระดับ 0.9904 ฟรังก์ นอกจากนี้ ดอลลาร์สหรัฐยังอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3326 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3328 ดอลลาร์แคนาดา

เงินปอนด์ดีดตัวขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.2085 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2067 ดอลลาร์ ขณะที่ยูโรอ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 1.0966 ดอลลาร์ จากระดับ 1.0970 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 0.6760 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.6716 ดอลลาร์สหรัฐ

อ่านต่อได้ที่ : https://www.ryt9.com/s/iq20/3036940
tuinui Hero Member กระทู้: 4089
- ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (3 ก.ย.) เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐ หลังจากผลสำรวจบ่งชี้ว่า ภาคการผลิตของสหรัฐหดตัวลงเป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปี ขณะที่เงินปอนด์ดีดตัวขึ้นหลังจากพรรครัฐบาลของนายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ได้สูญเสียเสียงข้างมากในสภา ซึ่งทำให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับการที่อังกฤษจะแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) แบบไม่มีข้อตกลง

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 105.99 เยน จากระดับ 106.19 เยน และอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9874 ฟรังก์ จากระดับ 0.9904 ฟรังก์ นอกจากนี้ ดอลลาร์สหรัฐยังอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3326 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3328 ดอลลาร์แคนาดา

เงินปอนด์ดีดตัวขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.2085 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2067 ดอลลาร์ ขณะที่ยูโรอ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 1.0966 ดอลลาร์ จากระดับ 1.0970 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 0.6760 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.6716 ดอลลาร์สหรัฐ

อ่านต่อได้ที่ : https://www.ryt9.com/s/iq20/3036940
tuinui
04 กันยายน 2019, 10:35:44 น.
ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลง 285.26 จุด หรือ 1.08% เมื่อคืนนี้ หลังจากผลสำรวจบ่งชี้ว่า ภาคการผลิตของสหรัฐหดตัวลงเป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปี นอกจากนี้ การที่มาตรการตอบโต้ทางภาษีของสหรัฐและจีนเริ่มมีผลบังคับใช้เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ยังได้ฉุดหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมและกลุ่มเทคโนโลยีร่วงลงอย่างหนัก เนื่องจากบริษัทยักษ์ใหญ่หลายแห่งในสองภาคส่วนนี้มีการลงทุนจำนวนมากในประเทศจีน

-- ผลสำรวจของสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) ระบุว่า ดัชนีภาคการผลิตของสหรัฐลดลงสู่ระดับ 49.1 ในเดือนส.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนม.ค.2559 จากระดับ 51.2 ในเดือนก.ค.

ทั้งนี้ ดัชนีอยู่ต่ำกว่าระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ภาวะหดตัวของภาคการผลิตของสหรัฐ ซึ่งเป็นการหดตัวครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2559 เนื่องจากภาคธุรกิจมีความวิตกกังวลเกี่ยวกับการทำสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน ส่งผลให้คำสั่งซื้อเพื่อการส่งออกหดตัวลงในเดือนส.ค.

-- สมาชิกรัฐสภาสังกัดพรรคฝ่ายค้านของอังกฤษ รวมทั้งสมาชิก 21 รายที่แปรพักตร์จากพรรคอนุรักษ์นิยม ซึ่งเป็นพรรครัฐบาล ประสบความสำเร็จในการลงมติด้วยคะแนนเสียง 328 ต่อ 301 เสียง ในการเข้าควบคุมกระบวนการนิติบัญญัติของรัฐสภา

ความพ่ายแพ้ของพรรครัฐบาลเมื่อวานนี้ จะทำให้ฝ่ายค้านสามารถสกัดความพยายามของนายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรี ในการนำอังกฤษแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) ในวันที่ 31 ต.ค. โดยไม่มีการทำข้อตกลง

-- ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ทวีตข้อความกดดันให้จีนรีบทำข้อตกลงการค้ากับสหรัฐ มิฉะนั้นการเจรจาจะยากลำบากมากขึ้น หากเขาชนะการเลือกตั้งในปีหน้า และกลับมาเป็นประธานาธิบดีอีกสมัยหนึ่ง

"เรากำลังทำได้ดีในการเจรจาการค้ากับจีน ซึ่งผมมั่นใจว่าพวกเขาต้องการเจรจากับรัฐบาลชุดใหม่เพื่อให้สามารถขูดรีดสหรัฐต่อไป (6 แสนล้านดอลลาร์ต่อปี) โดยระยะเวลากว่า 16 เดือนถือเป็นเวลานานที่สหรัฐจะต้องสูญเสียการจ้างงาน และบริษัทหลายแห่ง และคิดดูว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับจีน ถ้าหากผมชนะการเลือกตั้ง การทำข้อตกลงก็จะยากลำบากมากขึ้น โดยในระหว่างนี้ ห่วงโซ่อุปทานของจีนจะทรุดตัวลง ขณะที่ธุรกิจ การจ้างงาน และเม็ดเงินก็จะหายไปด้วย" ข้อความในทวิตเตอร์ระบุ

ก่อนหน้านี้ ปธน.ทรัมป์เคยกล่าวโจมตีรัฐบาลจีนว่า จีนตั้งใจถ่วงเวลาการเจรจาการค้า เพื่อรอผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในปีหน้า
-- สำนักงานสถิติแห่งชาติออสเตรเลีย (ABS) รายงานในวันนี้ว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 2/2562 ขยายตัว 0.5% เมื่อเทียบเป็นรายไตรมาส ซึ่งสอดคล้องกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ และดีกว่าไตรมาส 1 ซึ่งมีการขยายตัว 0.4%

หากเทียบเป็นรายปี GDP ไตรมาส 2 ของออสเตรเลียขยายตัว 1.4% ซึ่งสอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ แต่ชะลอตัวลงจากไตรมาส 1 ซึ่งมีการขยายตัว 1.8%

-- ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการเดือนส.ค.ของจีน ซึ่งมาร์กิตจัดทำร่วมกับไฉซิน อยู่ที่ระดับ 52.1 ซึ่งเพิ่มขึ้นจากระดับ 51.6 ในเดือนก.ค.

ดัชนี PMI ที่เคลื่อนไหวเหนือระดับ 50 บ่งชี้ว่า ภาคบริการของจีนมีการขยายตัว ขณะที่ดัชนีที่เคลื่อนไหวต่ำกว่า 50 บ่งชี้ถึงภาวะหดตัวในภาคบริการ

-- กระทรวงพาณิชย์จีน (MOC) เปิดเผยว่า ทางกระทรวงเตรียมเรียกเก็บภาษีตอบโต้การทุ่มตลาดสำหรับสารฟีนอลที่นำเข้าจากสหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป (EU) เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และไทย โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 6 ก.ย.นี้

แถลงการณ์จากกระทรวงพาณิชย์จีน ระบุว่า การเรียกเก็บภาษีจะมีผลบังคับใช้เป็นระยะเวลา 5 ปี หลังจากเมื่อเดือนพ.ค. ที่ผ่านมา จีนได้ดำเนินการเรียกเก็บภาษีตอบโต้การทุ่มตลาดเป็นการชั่วคราวมาแล้ว

ทั้งนี้ เมื่อเดือนพ.ค. ที่ผ่านมา กระทรวงพาณิชย์จีนได้เปิดเผยว่า หลังการสืบสวนเบื้องต้นที่เริ่มขึ้นในเดือนมี.ค.เมื่อปีที่แล้ว พบว่า สารฟีนอลที่นำเข้าจากประเทศและภูมิภาคดังกล่าวได้สร้างความเสียหายอย่างมากต่ออุตสาหกรรมของจีน

-- โกลด์แมน แซคส์ได้ปรับเพิ่มแนวโน้มที่อังกฤษจะแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) โดยไม่มีการทำข้อตกลง สู่ระดับ 25% จากเดิมที่ระดับ 20% โดยระบุถึงการที่นายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ สั่งพักสมัยประชุมสภาเป็นเวลานานกว่า 1 เดือน ก่อนที่อังกฤษจะแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป (EU) ในวันที่ 31 ต.ค.

นอกจากนี้ โกลด์แมน แซคส์ยังได้ปรับลดแนวโน้มที่อังกฤษจะไม่แยกตัวออกจาก EU สู่ระดับ 30% จากเดิมที่ระดับ 35%
-- ไอเอชเอส มาร์กิต ซึ่งเป็นบริษัทให้บริการข้อมูลทางการเงิน เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของสหรัฐ ปรับตัวลงสู่ระดับ 50.3 ในเดือนส.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนก.ย.2552 จากระดับ 50.4 ในเดือนก.ค. โดยได้รับผลกระทบจากการทำสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน

นอกจากนี้ มาร์กิตยังเปิดเผยอีกว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ปรับตัวลงสู่ระดับ 48.9 ในเดือนส.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปลายปี 2558 จากระดับ 49.5 ในเดือนก.ค. ในขณะที่ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของมาเลเซีย ปรับตัวลงสู่ระดับ 47.4 ในเดือนส.ค. จากระดับ 47.6 ในเดือนก.ค. และดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของเวียดนาม ปรับตัวลงสู่ระดับ 51.4 ในเดือนส.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 6 เดือน จากระดับ 52.6 ในเดือนก.ค.

-- นักวิเคราะห์ระบุว่า ธนาคารกลางยุโรป (ECB) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ย และประกาศรื้อฟื้นโครงการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) รอบใหม่ในการประชุมนโยบายการเงินในวันที่ 12 ก.ย. เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจยูโรโซน

ตลาดการเงินคาดการณ์ว่า มีแนวโน้ม 80% ที่ ECB จะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.20% ในการประชุมสัปดาห์หน้า
ขณะเดียวกัน ยูโรดิ่งลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 28 เดือนเทียบดอลลาร์เมื่อคืนนี้ จากการคาดการณ์เกี่ยวกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของ ECB
ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ทวีตข้อความ กล่าวหาธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ว่า เมินเฉยต่อการร่วงลงของยูโร ซึ่งทำให้ประเทศในยุโรปได้เปรียบทางการค้าต่อสหรัฐ

-- จับตาข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญที่มีกำหนดการเปิดเผยในวันนี้ โดยจีนมาร์กิตเตรียมเปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการขั้นสุดท้ายเดือนส.ค.ของฝรั่งเศส, เยอรมนี, อียู และอังกฤษ ด้านอียูเตรียมเปิดเผยยอดค้าปลีกเดือนก.ค. ส่วนสหรัฐจะเปิดเผยยอดนำเข้า ยอดส่งออก และดุลการค้าเดือนก.ค., ดัชนีภาวะธุรกิจนิวยอร์กเดือนส.ค. จากสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM)  และรายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจ หรือ Beige Book จากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งตรงกับช่วงเช้าของวันที่ 5 ก.ย. ตามเวลาไทย

ส่วนในวันพรุ่งนี้ เกาหลีใต้จะเปิดเผยดุลบัญชีเดินสะพัดเดือนก.ค. ออสเตรเลียจะเปิดเผยดุลการค้าเดือนก.ค.  เยอรมนีจะเปิดเผยยอดสั่งซื้อภาคโรงงานเดือนก.ค. และสหรัฐเตรียมเปิดเผยตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนเดือนส.ค.จาก ADP, จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์,  ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการขั้นสุดท้ายเดือนส.ค.จากมาร์กิต, ดัชนีภาคบริการเดือนส.ค.จากสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM), ยอดสั่งซื้อภาคโรงงานเดือนก.ค. รวมถึงสต็อกน้ำมันรายสัปดาห์จากสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA)

อ่านต่อได้ที่ : https://www.ryt9.com/s/iq29/3036998
tuinui Hero Member กระทู้: 4089
ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลง 285.26 จุด หรือ 1.08% เมื่อคืนนี้ หลังจากผลสำรวจบ่งชี้ว่า ภาคการผลิตของสหรัฐหดตัวลงเป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปี นอกจากนี้ การที่มาตรการตอบโต้ทางภาษีของสหรัฐและจีนเริ่มมีผลบังคับใช้เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ยังได้ฉุดหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมและกลุ่มเทคโนโลยีร่วงลงอย่างหนัก เนื่องจากบริษัทยักษ์ใหญ่หลายแห่งในสองภาคส่วนนี้มีการลงทุนจำนวนมากในประเทศจีน

-- ผลสำรวจของสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) ระบุว่า ดัชนีภาคการผลิตของสหรัฐลดลงสู่ระดับ 49.1 ในเดือนส.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนม.ค.2559 จากระดับ 51.2 ในเดือนก.ค.

ทั้งนี้ ดัชนีอยู่ต่ำกว่าระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ภาวะหดตัวของภาคการผลิตของสหรัฐ ซึ่งเป็นการหดตัวครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2559 เนื่องจากภาคธุรกิจมีความวิตกกังวลเกี่ยวกับการทำสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน ส่งผลให้คำสั่งซื้อเพื่อการส่งออกหดตัวลงในเดือนส.ค.

-- สมาชิกรัฐสภาสังกัดพรรคฝ่ายค้านของอังกฤษ รวมทั้งสมาชิก 21 รายที่แปรพักตร์จากพรรคอนุรักษ์นิยม ซึ่งเป็นพรรครัฐบาล ประสบความสำเร็จในการลงมติด้วยคะแนนเสียง 328 ต่อ 301 เสียง ในการเข้าควบคุมกระบวนการนิติบัญญัติของรัฐสภา

ความพ่ายแพ้ของพรรครัฐบาลเมื่อวานนี้ จะทำให้ฝ่ายค้านสามารถสกัดความพยายามของนายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรี ในการนำอังกฤษแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) ในวันที่ 31 ต.ค. โดยไม่มีการทำข้อตกลง

-- ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ทวีตข้อความกดดันให้จีนรีบทำข้อตกลงการค้ากับสหรัฐ มิฉะนั้นการเจรจาจะยากลำบากมากขึ้น หากเขาชนะการเลือกตั้งในปีหน้า และกลับมาเป็นประธานาธิบดีอีกสมัยหนึ่ง

"เรากำลังทำได้ดีในการเจรจาการค้ากับจีน ซึ่งผมมั่นใจว่าพวกเขาต้องการเจรจากับรัฐบาลชุดใหม่เพื่อให้สามารถขูดรีดสหรัฐต่อไป (6 แสนล้านดอลลาร์ต่อปี) โดยระยะเวลากว่า 16 เดือนถือเป็นเวลานานที่สหรัฐจะต้องสูญเสียการจ้างงาน และบริษัทหลายแห่ง และคิดดูว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับจีน ถ้าหากผมชนะการเลือกตั้ง การทำข้อตกลงก็จะยากลำบากมากขึ้น โดยในระหว่างนี้ ห่วงโซ่อุปทานของจีนจะทรุดตัวลง ขณะที่ธุรกิจ การจ้างงาน และเม็ดเงินก็จะหายไปด้วย" ข้อความในทวิตเตอร์ระบุ

ก่อนหน้านี้ ปธน.ทรัมป์เคยกล่าวโจมตีรัฐบาลจีนว่า จีนตั้งใจถ่วงเวลาการเจรจาการค้า เพื่อรอผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในปีหน้า
-- สำนักงานสถิติแห่งชาติออสเตรเลีย (ABS) รายงานในวันนี้ว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 2/2562 ขยายตัว 0.5% เมื่อเทียบเป็นรายไตรมาส ซึ่งสอดคล้องกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ และดีกว่าไตรมาส 1 ซึ่งมีการขยายตัว 0.4%

หากเทียบเป็นรายปี GDP ไตรมาส 2 ของออสเตรเลียขยายตัว 1.4% ซึ่งสอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ แต่ชะลอตัวลงจากไตรมาส 1 ซึ่งมีการขยายตัว 1.8%

-- ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการเดือนส.ค.ของจีน ซึ่งมาร์กิตจัดทำร่วมกับไฉซิน อยู่ที่ระดับ 52.1 ซึ่งเพิ่มขึ้นจากระดับ 51.6 ในเดือนก.ค.

ดัชนี PMI ที่เคลื่อนไหวเหนือระดับ 50 บ่งชี้ว่า ภาคบริการของจีนมีการขยายตัว ขณะที่ดัชนีที่เคลื่อนไหวต่ำกว่า 50 บ่งชี้ถึงภาวะหดตัวในภาคบริการ

-- กระทรวงพาณิชย์จีน (MOC) เปิดเผยว่า ทางกระทรวงเตรียมเรียกเก็บภาษีตอบโต้การทุ่มตลาดสำหรับสารฟีนอลที่นำเข้าจากสหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป (EU) เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และไทย โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 6 ก.ย.นี้

แถลงการณ์จากกระทรวงพาณิชย์จีน ระบุว่า การเรียกเก็บภาษีจะมีผลบังคับใช้เป็นระยะเวลา 5 ปี หลังจากเมื่อเดือนพ.ค. ที่ผ่านมา จีนได้ดำเนินการเรียกเก็บภาษีตอบโต้การทุ่มตลาดเป็นการชั่วคราวมาแล้ว

ทั้งนี้ เมื่อเดือนพ.ค. ที่ผ่านมา กระทรวงพาณิชย์จีนได้เปิดเผยว่า หลังการสืบสวนเบื้องต้นที่เริ่มขึ้นในเดือนมี.ค.เมื่อปีที่แล้ว พบว่า สารฟีนอลที่นำเข้าจากประเทศและภูมิภาคดังกล่าวได้สร้างความเสียหายอย่างมากต่ออุตสาหกรรมของจีน

-- โกลด์แมน แซคส์ได้ปรับเพิ่มแนวโน้มที่อังกฤษจะแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) โดยไม่มีการทำข้อตกลง สู่ระดับ 25% จากเดิมที่ระดับ 20% โดยระบุถึงการที่นายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ สั่งพักสมัยประชุมสภาเป็นเวลานานกว่า 1 เดือน ก่อนที่อังกฤษจะแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป (EU) ในวันที่ 31 ต.ค.

นอกจากนี้ โกลด์แมน แซคส์ยังได้ปรับลดแนวโน้มที่อังกฤษจะไม่แยกตัวออกจาก EU สู่ระดับ 30% จากเดิมที่ระดับ 35%
-- ไอเอชเอส มาร์กิต ซึ่งเป็นบริษัทให้บริการข้อมูลทางการเงิน เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของสหรัฐ ปรับตัวลงสู่ระดับ 50.3 ในเดือนส.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนก.ย.2552 จากระดับ 50.4 ในเดือนก.ค. โดยได้รับผลกระทบจากการทำสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน

นอกจากนี้ มาร์กิตยังเปิดเผยอีกว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ปรับตัวลงสู่ระดับ 48.9 ในเดือนส.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปลายปี 2558 จากระดับ 49.5 ในเดือนก.ค. ในขณะที่ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของมาเลเซีย ปรับตัวลงสู่ระดับ 47.4 ในเดือนส.ค. จากระดับ 47.6 ในเดือนก.ค. และดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของเวียดนาม ปรับตัวลงสู่ระดับ 51.4 ในเดือนส.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 6 เดือน จากระดับ 52.6 ในเดือนก.ค.

-- นักวิเคราะห์ระบุว่า ธนาคารกลางยุโรป (ECB) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ย และประกาศรื้อฟื้นโครงการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) รอบใหม่ในการประชุมนโยบายการเงินในวันที่ 12 ก.ย. เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจยูโรโซน

ตลาดการเงินคาดการณ์ว่า มีแนวโน้ม 80% ที่ ECB จะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.20% ในการประชุมสัปดาห์หน้า
ขณะเดียวกัน ยูโรดิ่งลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 28 เดือนเทียบดอลลาร์เมื่อคืนนี้ จากการคาดการณ์เกี่ยวกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของ ECB
ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ทวีตข้อความ กล่าวหาธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ว่า เมินเฉยต่อการร่วงลงของยูโร ซึ่งทำให้ประเทศในยุโรปได้เปรียบทางการค้าต่อสหรัฐ

-- จับตาข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญที่มีกำหนดการเปิดเผยในวันนี้ โดยจีนมาร์กิตเตรียมเปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการขั้นสุดท้ายเดือนส.ค.ของฝรั่งเศส, เยอรมนี, อียู และอังกฤษ ด้านอียูเตรียมเปิดเผยยอดค้าปลีกเดือนก.ค. ส่วนสหรัฐจะเปิดเผยยอดนำเข้า ยอดส่งออก และดุลการค้าเดือนก.ค., ดัชนีภาวะธุรกิจนิวยอร์กเดือนส.ค. จากสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM)  และรายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจ หรือ Beige Book จากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งตรงกับช่วงเช้าของวันที่ 5 ก.ย. ตามเวลาไทย

ส่วนในวันพรุ่งนี้ เกาหลีใต้จะเปิดเผยดุลบัญชีเดินสะพัดเดือนก.ค. ออสเตรเลียจะเปิดเผยดุลการค้าเดือนก.ค.  เยอรมนีจะเปิดเผยยอดสั่งซื้อภาคโรงงานเดือนก.ค. และสหรัฐเตรียมเปิดเผยตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนเดือนส.ค.จาก ADP, จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์,  ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการขั้นสุดท้ายเดือนส.ค.จากมาร์กิต, ดัชนีภาคบริการเดือนส.ค.จากสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM), ยอดสั่งซื้อภาคโรงงานเดือนก.ค. รวมถึงสต็อกน้ำมันรายสัปดาห์จากสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA)

อ่านต่อได้ที่ : https://www.ryt9.com/s/iq29/3036998
tuinui
04 กันยายน 2019, 10:43:55 น.
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีดิ่งลงแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2559 ในวันอังคาร(3ก.ย.) หลังผลสำรวจพบว่า ภาคการผลิตสหรัฐหดตัวลงเป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปี

เมื่อเวลา 22.02 น.ตามเวลาไทย อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ร่วงลงสู่ระดับ 1.441% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนก.ค.2559 ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 30 ปี ปรับตัวลงสู่ระดับ 1.921%

ราคาพันธบัตร และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรจะปรับตัวในทิศทางตรงกันข้ามกัน

ผลสำรวจของสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ไอเอสเอ็ม) ระบุว่า ดัชนีภาคการผลิตของสหรัฐลดลงสู่ระดับ 49.1 ในเดือนส.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนม.ค.2559 จากระดับ 51.2 ในเดือนก.ค. โดยดัชนีอยู่ต่ำกว่าระดับ 50 บ่งชี้ภาวะหดตัวของภาคการผลิตของสหรัฐ ซึ่งเป็นการหดตัวครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2559 หลังจากที่มีการขยายตัวติดต่อกัน 36 เดือน

ทั้งนี้ ภาคธุรกิจมีความวิตกกังวลเกี่ยวกับการทำสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน ส่งผลให้คำสั่งซื้อเพื่อการส่งออกหดตัวลงในเดือนส.ค.

นอกจากนี้ ไอเอชเอส มาร์กิต ซึ่งเป็นบริษัทให้บริการข้อมูลทางการเงิน เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (พีเอ็มไอ) ภาคการผลิตของสหรัฐ ปรับตัวลงสู่ระดับ 50.3 ในเดือนส.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนก.ย.2552 จากระดับ 50.4 ในเดือนก.ค. โดยได้รับผลกระทบจากการทำสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน

ดัชนี พีเอ็มไอ ถูกกดดันจากการชะลอตัวของคำสั่งซื้อใหม่ โดยคำสั่งซื้อเพื่อการส่งออกลดลงต่ำสุดในรอบ 10 ปี ขณะที่การจ้างงานทรงตัว

ทั้งนี้ สหรัฐประกาศเก็บภาษี 15% ต่อสินค้านำเข้าจากจีนในวันที่ 1 ก.ย. ขณะที่จีนก็ได้เรียกเก็บภาษีตอบโต้สหรัฐเช่นกัน

ที่มา bangkokbiznews
tuinui Hero Member กระทู้: 4089
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีดิ่งลงแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2559 ในวันอังคาร(3ก.ย.) หลังผลสำรวจพบว่า ภาคการผลิตสหรัฐหดตัวลงเป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปี

เมื่อเวลา 22.02 น.ตามเวลาไทย อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ร่วงลงสู่ระดับ 1.441% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนก.ค.2559 ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 30 ปี ปรับตัวลงสู่ระดับ 1.921%

ราคาพันธบัตร และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรจะปรับตัวในทิศทางตรงกันข้ามกัน

ผลสำรวจของสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ไอเอสเอ็ม) ระบุว่า ดัชนีภาคการผลิตของสหรัฐลดลงสู่ระดับ 49.1 ในเดือนส.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนม.ค.2559 จากระดับ 51.2 ในเดือนก.ค. โดยดัชนีอยู่ต่ำกว่าระดับ 50 บ่งชี้ภาวะหดตัวของภาคการผลิตของสหรัฐ ซึ่งเป็นการหดตัวครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2559 หลังจากที่มีการขยายตัวติดต่อกัน 36 เดือน

ทั้งนี้ ภาคธุรกิจมีความวิตกกังวลเกี่ยวกับการทำสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน ส่งผลให้คำสั่งซื้อเพื่อการส่งออกหดตัวลงในเดือนส.ค.

นอกจากนี้ ไอเอชเอส มาร์กิต ซึ่งเป็นบริษัทให้บริการข้อมูลทางการเงิน เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (พีเอ็มไอ) ภาคการผลิตของสหรัฐ ปรับตัวลงสู่ระดับ 50.3 ในเดือนส.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนก.ย.2552 จากระดับ 50.4 ในเดือนก.ค. โดยได้รับผลกระทบจากการทำสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน

ดัชนี พีเอ็มไอ ถูกกดดันจากการชะลอตัวของคำสั่งซื้อใหม่ โดยคำสั่งซื้อเพื่อการส่งออกลดลงต่ำสุดในรอบ 10 ปี ขณะที่การจ้างงานทรงตัว

ทั้งนี้ สหรัฐประกาศเก็บภาษี 15% ต่อสินค้านำเข้าจากจีนในวันที่ 1 ก.ย. ขณะที่จีนก็ได้เรียกเก็บภาษีตอบโต้สหรัฐเช่นกัน

ที่มา bangkokbiznews
tuinui
04 กันยายน 2019, 10:44:46 น.
ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน พุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 2 ปีในวันอังคาร(3ก.ย.) โดยนักลงทุนหันเข้าถือครองดอลลาร์ ท่ามกลางการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ขณะที่ธนาคารกลางต่างๆพากันผ่อนคลายนโยบายการเงิน

นอกจากนี้ ดอลลาร์ยังได้แรงหนุนจากปัจจัยการเมืองในอังกฤษ ท่ามกลางความวิตกเกี่ยวกับการที่อังกฤษอาจแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป (เบร็กซิท) โดยไม่มีการทำข้อตกลง

เมื่อเวลา 22.24 น.ตามเวลาไทย ดัชนีดอลลาร์ บวก 0.11% สู่ระดับ 99.03 หลังจากดีดตัวแตะ 99.37 ก่อนหน้านี้ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ค.2560 ซึ่งขณะนั้นดัชนีดอลลาร์พุ่งแตะ 99.696

ขณะนี้ ดัชนีดอลลาร์กำลังดีดตัวใกล้แตะระดับ 100 ที่เคยทำไว้นับตั้งแต่เดือนเม.ย.2560

นักวิเคราะห์ระบุว่า ดอลลาร์มีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง ยกเว้นในกรณีที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอย่างมาก

ขณะเดียวกัน ยูโรดิ่งลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 28 เดือนเทียบดอลลาร์ในวันนี้ โดยหลุดระดับ 1.10 ดอลลาร์ จากการคาดการณ์เกี่ยวกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี)

นักวิเคราะห์ระบุว่าอีซีบีจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย และประกาศรื้อฟื้นโครงการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี) รอบใหม่ในการประชุมนโยบายการเงินในวันที่ 12 ก.ย. เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจยูโรโซน

ตลาดการเงินคาดการณ์ว่า มีแนวโน้ม 80% ที่อีซีบีจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.20% ในการประชุมสัปดาห์หน้า

ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ทวีตข้อความ กล่าวหาเฟดว่า เมินเฉยต่อการร่วงลงของยูโร ซึ่งทำให้ประเทศในยุโรปได้เปรียบทางการค้าต่อสหรัฐ

“ยูโรกำลังดิ่งลงอย่างบ้าคลั่งเทียบดอลลาร์ ทำให้พวกเขาส่งออกได้อย่างมาก และมีความได้เปรียบในการผลิต ขณะที่เฟดไม่ได้ทำอะไรเลย เราไม่มีปัญหาเรื่องภาษี แต่เรามีปัญหาเรื่องเฟด ซึ่งพวกเขาช่างไม่รู้เรื่องอะไรเสียเลย” ข้อความในทวิตเตอร์ระบุ

ในการประชุมนโยบายการเงินรอบที่แล้วในวันที่ 25 ก.ค. ที่ประชุมอีซีบี มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์ที่ระดับ 0% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ พร้อมกับคงอัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่ธนาคารพาณิชย์ฝากไว้กับอีซีบีที่ระดับ -0.40% ขณะที่คงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่ระดับ 0.25%

นอกจากนี้ อีซีบี ยังระบุว่า จะยังคงตรึงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับปัจจุบันต่อไป หรือปรับลดลง อย่างน้อยจนถึงช่วงครึ่งปีแรกของปี 2563

ด้านนายมาริโอ ดรากี ประธานอีซีบี กล่าวว่า การใช้มาตรการกระตุ้นทางการเงินครั้งใหญ่ยังคงมีความสำคัญ เพื่อรับประกันว่าสภาวะทางการเงินมีความแข็งแกร่ง และเอื้อต่อการขยายตัวของยูโรโซน

ที่มา bangkokbiznews
tuinui Hero Member กระทู้: 4089
ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน พุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 2 ปีในวันอังคาร(3ก.ย.) โดยนักลงทุนหันเข้าถือครองดอลลาร์ ท่ามกลางการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ขณะที่ธนาคารกลางต่างๆพากันผ่อนคลายนโยบายการเงิน

นอกจากนี้ ดอลลาร์ยังได้แรงหนุนจากปัจจัยการเมืองในอังกฤษ ท่ามกลางความวิตกเกี่ยวกับการที่อังกฤษอาจแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป (เบร็กซิท) โดยไม่มีการทำข้อตกลง

เมื่อเวลา 22.24 น.ตามเวลาไทย ดัชนีดอลลาร์ บวก 0.11% สู่ระดับ 99.03 หลังจากดีดตัวแตะ 99.37 ก่อนหน้านี้ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ค.2560 ซึ่งขณะนั้นดัชนีดอลลาร์พุ่งแตะ 99.696

ขณะนี้ ดัชนีดอลลาร์กำลังดีดตัวใกล้แตะระดับ 100 ที่เคยทำไว้นับตั้งแต่เดือนเม.ย.2560

นักวิเคราะห์ระบุว่า ดอลลาร์มีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง ยกเว้นในกรณีที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอย่างมาก

ขณะเดียวกัน ยูโรดิ่งลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 28 เดือนเทียบดอลลาร์ในวันนี้ โดยหลุดระดับ 1.10 ดอลลาร์ จากการคาดการณ์เกี่ยวกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี)

นักวิเคราะห์ระบุว่าอีซีบีจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย และประกาศรื้อฟื้นโครงการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี) รอบใหม่ในการประชุมนโยบายการเงินในวันที่ 12 ก.ย. เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจยูโรโซน

ตลาดการเงินคาดการณ์ว่า มีแนวโน้ม 80% ที่อีซีบีจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.20% ในการประชุมสัปดาห์หน้า

ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ทวีตข้อความ กล่าวหาเฟดว่า เมินเฉยต่อการร่วงลงของยูโร ซึ่งทำให้ประเทศในยุโรปได้เปรียบทางการค้าต่อสหรัฐ

“ยูโรกำลังดิ่งลงอย่างบ้าคลั่งเทียบดอลลาร์ ทำให้พวกเขาส่งออกได้อย่างมาก และมีความได้เปรียบในการผลิต ขณะที่เฟดไม่ได้ทำอะไรเลย เราไม่มีปัญหาเรื่องภาษี แต่เรามีปัญหาเรื่องเฟด ซึ่งพวกเขาช่างไม่รู้เรื่องอะไรเสียเลย” ข้อความในทวิตเตอร์ระบุ

ในการประชุมนโยบายการเงินรอบที่แล้วในวันที่ 25 ก.ค. ที่ประชุมอีซีบี มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์ที่ระดับ 0% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ พร้อมกับคงอัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่ธนาคารพาณิชย์ฝากไว้กับอีซีบีที่ระดับ -0.40% ขณะที่คงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่ระดับ 0.25%

นอกจากนี้ อีซีบี ยังระบุว่า จะยังคงตรึงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับปัจจุบันต่อไป หรือปรับลดลง อย่างน้อยจนถึงช่วงครึ่งปีแรกของปี 2563

ด้านนายมาริโอ ดรากี ประธานอีซีบี กล่าวว่า การใช้มาตรการกระตุ้นทางการเงินครั้งใหญ่ยังคงมีความสำคัญ เพื่อรับประกันว่าสภาวะทางการเงินมีความแข็งแกร่ง และเอื้อต่อการขยายตัวของยูโรโซน

ที่มา bangkokbiznews
tuinui
04 กันยายน 2019, 10:45:35 น.
เงินปอนด์สเตอริงของอังกฤษ ดีดตัวขึ้นในวันอังคาร(3ก.ย.) หลังจากพรรครัฐบาลของนายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ สูญเสียเสียงข้างมากในสภา ก่อนการลงมติครั้งสำคัญในรัฐสภา

เมื่อเวลา 01.16 น.ตามเวลาไทย ปอนด์แข็งค่า 0.31% สู่ระดับ 1.2104 ดอลลาร์

ทั้งนี้ นายฟิลิป ลี ซึ่งเดิมเป็นสมาชิกรัฐสภาสังกัดพรรคอนุรักษ์นิยมของนายจอห์นสัน ประกาศแปรพักตร์เข้าเป็นสมาชิกพรรคเสรีประชาธิปไตย ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้าน ส่งผลให้พรรคอนุรักษ์นิยมไม่สามารถครองเสียงข้างมากในสภาสามัญชน

ปอนด์ทรุดตัวลงต่ำกว่าระดับ 1.20 ดอลลาร์ แตะระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 3 ปีในช่วงแรก โดยถูกกระทบจากปัจจัยการเมืองในอังกฤษ ท่ามกลางความวิตกเกี่ยวกับการที่อังกฤษอาจแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป (เบร็กซิท) โดยไม่มีการทำข้อตกลง

เมื่อเวลา 19.02 น.ตามเวลาไทย ปอนด์ร่วงลง 0.36% สู่ระดับ 1.2022 ดอลลาร์ หลังดิ่งลงแตะระดับ 1.1968 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนต.ค.2559

สมาชิกรัฐสภาสังกัดพรรคฝ่ายค้านของอังกฤษ รวมทั้งสมาชิกที่แปรพักตร์จากพรรคร่วมรัฐบาล ได้เข้าชื่อเพื่อยื่นขออภิปรายฉุกเฉินในรัฐสภา เพื่อสกัดนายจอห์นสัน นายกรัฐมนตรี มิให้นำอังกฤษแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป (อียู) ในวันที่ 31 ต.ค. โดยไม่มีการทำข้อตกลง

ที่มา bangkokbiznews
tuinui Hero Member กระทู้: 4089
เงินปอนด์สเตอริงของอังกฤษ ดีดตัวขึ้นในวันอังคาร(3ก.ย.) หลังจากพรรครัฐบาลของนายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ สูญเสียเสียงข้างมากในสภา ก่อนการลงมติครั้งสำคัญในรัฐสภา

เมื่อเวลา 01.16 น.ตามเวลาไทย ปอนด์แข็งค่า 0.31% สู่ระดับ 1.2104 ดอลลาร์

ทั้งนี้ นายฟิลิป ลี ซึ่งเดิมเป็นสมาชิกรัฐสภาสังกัดพรรคอนุรักษ์นิยมของนายจอห์นสัน ประกาศแปรพักตร์เข้าเป็นสมาชิกพรรคเสรีประชาธิปไตย ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้าน ส่งผลให้พรรคอนุรักษ์นิยมไม่สามารถครองเสียงข้างมากในสภาสามัญชน

ปอนด์ทรุดตัวลงต่ำกว่าระดับ 1.20 ดอลลาร์ แตะระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 3 ปีในช่วงแรก โดยถูกกระทบจากปัจจัยการเมืองในอังกฤษ ท่ามกลางความวิตกเกี่ยวกับการที่อังกฤษอาจแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป (เบร็กซิท) โดยไม่มีการทำข้อตกลง

เมื่อเวลา 19.02 น.ตามเวลาไทย ปอนด์ร่วงลง 0.36% สู่ระดับ 1.2022 ดอลลาร์ หลังดิ่งลงแตะระดับ 1.1968 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนต.ค.2559

สมาชิกรัฐสภาสังกัดพรรคฝ่ายค้านของอังกฤษ รวมทั้งสมาชิกที่แปรพักตร์จากพรรคร่วมรัฐบาล ได้เข้าชื่อเพื่อยื่นขออภิปรายฉุกเฉินในรัฐสภา เพื่อสกัดนายจอห์นสัน นายกรัฐมนตรี มิให้นำอังกฤษแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป (อียู) ในวันที่ 31 ต.ค. โดยไม่มีการทำข้อตกลง

ที่มา bangkokbiznews
tuinui
04 กันยายน 2019, 10:46:19 น.
แบงก์ ออฟ อเมริกา เมอร์ริล ลินช์ ออกรายงานระบุว่า วันใดก็ตามที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ขยันทวีตข้อความในทวิตเตอร์ วันนั้นตลาดหุ้นจะมีผลตอบแทนเป็นลบ

รายงานระบุว่า “นับตั้งแต่ปี 2559 วันใดก็ตามที่ปธน.ทรัมป์ทวีตมากกว่า 35 ข้อความ (90 เปอร์เซ็นต์ไทล์) ตลาดหุ้นจะมีผลตอบแทนเป็นลบ แต่ในวันที่ปธน.ทรัมป์ทวีตน้อยกว่า 5 ข้อความ (10 เปอร์เซ็นต์ไทล์) ผลตอบแทนจะเป็นบวก ซึ่งค่าทางสถิติถือว่ามีนัยสำคัญ”

“การเจรจาทางการค้า การรณรงค์ทางการเมือง และการทวีตของปธน.ทรัมป์ นับตั้งแต่เรื่องของจีน, นโยบายเฟด และนโยบายภาษี ได้ส่งผลให้ตลาดเกิดความผันผวน โดยการที่ปธน.ทรัมป์ประกาศเก็บภาษีครั้งใหม่ในเดือนที่แล้วได้สร้างความเสี่ยงต่อการคาดการณ์กำไรต่อหุ้นของเราในปีนี้ที่ระดับ +2%/+7% และส่งผลกระทบทางอ้อมอย่างมีนัยสำคัญต่อความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจและผู้บริโภค” รายงานระบุ

อย่างไรก็ดี ถึงแม้ว่าการทวีตของปธน.ทรัมป์เกี่ยวกับการทำสงครามการค้ากับจีน หรือเกี่ยวกับธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้น แต่ดัชนีดาวโจนส์ได้ทะยานขึ้น 42% นับตั้งแต่ที่ปธน.ทรัมป์ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีในเดือนพ.ย.2559 และพุ่งขึ้น 31% นับตั้งแต่เขาเข้ารับตำแหน่งในเดือนม.ค.2560

ที่มา bangkokbiznews
tuinui Hero Member กระทู้: 4089
แบงก์ ออฟ อเมริกา เมอร์ริล ลินช์ ออกรายงานระบุว่า วันใดก็ตามที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ขยันทวีตข้อความในทวิตเตอร์ วันนั้นตลาดหุ้นจะมีผลตอบแทนเป็นลบ

รายงานระบุว่า “นับตั้งแต่ปี 2559 วันใดก็ตามที่ปธน.ทรัมป์ทวีตมากกว่า 35 ข้อความ (90 เปอร์เซ็นต์ไทล์) ตลาดหุ้นจะมีผลตอบแทนเป็นลบ แต่ในวันที่ปธน.ทรัมป์ทวีตน้อยกว่า 5 ข้อความ (10 เปอร์เซ็นต์ไทล์) ผลตอบแทนจะเป็นบวก ซึ่งค่าทางสถิติถือว่ามีนัยสำคัญ”

“การเจรจาทางการค้า การรณรงค์ทางการเมือง และการทวีตของปธน.ทรัมป์ นับตั้งแต่เรื่องของจีน, นโยบายเฟด และนโยบายภาษี ได้ส่งผลให้ตลาดเกิดความผันผวน โดยการที่ปธน.ทรัมป์ประกาศเก็บภาษีครั้งใหม่ในเดือนที่แล้วได้สร้างความเสี่ยงต่อการคาดการณ์กำไรต่อหุ้นของเราในปีนี้ที่ระดับ +2%/+7% และส่งผลกระทบทางอ้อมอย่างมีนัยสำคัญต่อความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจและผู้บริโภค” รายงานระบุ

อย่างไรก็ดี ถึงแม้ว่าการทวีตของปธน.ทรัมป์เกี่ยวกับการทำสงครามการค้ากับจีน หรือเกี่ยวกับธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้น แต่ดัชนีดาวโจนส์ได้ทะยานขึ้น 42% นับตั้งแต่ที่ปธน.ทรัมป์ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีในเดือนพ.ย.2559 และพุ่งขึ้น 31% นับตั้งแต่เขาเข้ารับตำแหน่งในเดือนม.ค.2560

ที่มา bangkokbiznews
tuinui
04 กันยายน 2019, 10:47:07 น.
ปัดฝุ่นคิวอีในการประชุมนโยบายการเงิน 12 ก.ย.นี้

นักวิเคราะห์ระบุว่า ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ย และประกาศรื้อฟื้นโครงการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี) รอบใหม่ในการประชุมนโยบายการเงินในวันที่ 12 ก.ย. เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจยูโรโซน

ตลาดการเงินคาดการณ์ว่า มีแนวโน้ม 80% ที่อีซีบีจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.20% ในการประชุมสัปดาห์หน้า

ขณะเดียวกัน ยูโรดิ่งลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 28 เดือนเทียบดอลลาร์ในวันนี้ จากการคาดการณ์เกี่ยวกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของอีซีบี

ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ทวีตข้อความ กล่าวหาธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ว่า เมินเฉยต่อการร่วงลงของยูโร ซึ่งทำให้ประเทศในยุโรปได้เปรียบทางการค้าต่อสหรัฐ

“ยูโรกำลังดิ่งลงอย่างบ้าคลั่งเทียบดอลลาร์ ทำให้พวกเขาส่งออกได้อย่างมาก และมีความได้เปรียบในการผลิต ขณะที่เฟดไม่ได้ทำอะไรเลย เราไม่มีปัญหาเรื่องภาษี แต่เรามีปัญหาเรื่องเฟด ซึ่งพวกเขาช่างไม่รู้เรื่องอะไรเสียเลย” ข้อความในทวิตเตอร์ระบุ

ในการประชุมนโยบายการเงินรอบที่แล้วในวันที่ 25 ก.ค. ที่ประชุมอีซีบีมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์ที่ระดับ 0% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ พร้อมกับคงอัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่ธนาคารพาณิชย์ฝากไว้กับอีซีบีที่ระดับ -0.40% ขณะที่คงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่ระดับ 0.25%

นอกจากนี้ อีซีบียังระบุว่า จะยังคงตรึงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับปัจจุบันต่อไป หรือปรับลดลง อย่างน้อยจนถึงช่วงครึ่งปีแรกของปี 2563

“กรรมการบริหารของอีซีบีได้มอบหมายให้คณะกรรมการควบคุมระบบการเงินยุโรปทำการศึกษาทางเลือกต่างๆ ซึ่งรวมถึงแนวทางการชี้นำนโยบายการเงิน, การใช้มาตรการบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจ รวมทั้งการกำหนดขนาดและองค์ประกอบของการซื้อพันธบัตรครั้งใหม่” แถลงการณ์ของอีซีบี ระบุ

แถลงการณ์ดังกล่าวบ่งชี้ว่า อีซีบีอาจปรับลดอัตราดอกเบี้ย หรือทำการซื้อพันธบัตรตามมาตรการคิวอีอย่างเร็วที่สุดในการประชุมเดือนก.ย.

ด้านนายมาริโอ ดรากี ประธานอีซีบีกล่าวในการแถลงข่าวว่า การใช้มาตรการกระตุ้นทางการเงินครั้งใหญ่ยังคงมีความสำคัญ เพื่อรับประกันว่าสภาวะทางการเงินมีความแข็งแกร่ง และเอื้อต่อการขยายตัวของยูโรโซน

นายดรากียังระบุว่า กรรมการอีซีบีทุกคนเห็นพ้องกันว่า มีความจำเป็นที่จะต้องใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่อไป

ที่มา bangkokbiznews
04 กันยายน 2019, 10:47:07 น.
tuinui Hero Member กระทู้: 4089
ปัดฝุ่นคิวอีในการประชุมนโยบายการเงิน 12 ก.ย.นี้

นักวิเคราะห์ระบุว่า ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ย และประกาศรื้อฟื้นโครงการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี) รอบใหม่ในการประชุมนโยบายการเงินในวันที่ 12 ก.ย. เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจยูโรโซน

ตลาดการเงินคาดการณ์ว่า มีแนวโน้ม 80% ที่อีซีบีจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.20% ในการประชุมสัปดาห์หน้า

ขณะเดียวกัน ยูโรดิ่งลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 28 เดือนเทียบดอลลาร์ในวันนี้ จากการคาดการณ์เกี่ยวกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของอีซีบี

ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ทวีตข้อความ กล่าวหาธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ว่า เมินเฉยต่อการร่วงลงของยูโร ซึ่งทำให้ประเทศในยุโรปได้เปรียบทางการค้าต่อสหรัฐ

“ยูโรกำลังดิ่งลงอย่างบ้าคลั่งเทียบดอลลาร์ ทำให้พวกเขาส่งออกได้อย่างมาก และมีความได้เปรียบในการผลิต ขณะที่เฟดไม่ได้ทำอะไรเลย เราไม่มีปัญหาเรื่องภาษี แต่เรามีปัญหาเรื่องเฟด ซึ่งพวกเขาช่างไม่รู้เรื่องอะไรเสียเลย” ข้อความในทวิตเตอร์ระบุ

ในการประชุมนโยบายการเงินรอบที่แล้วในวันที่ 25 ก.ค. ที่ประชุมอีซีบีมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์ที่ระดับ 0% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ พร้อมกับคงอัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่ธนาคารพาณิชย์ฝากไว้กับอีซีบีที่ระดับ -0.40% ขณะที่คงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่ระดับ 0.25%

นอกจากนี้ อีซีบียังระบุว่า จะยังคงตรึงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับปัจจุบันต่อไป หรือปรับลดลง อย่างน้อยจนถึงช่วงครึ่งปีแรกของปี 2563

“กรรมการบริหารของอีซีบีได้มอบหมายให้คณะกรรมการควบคุมระบบการเงินยุโรปทำการศึกษาทางเลือกต่างๆ ซึ่งรวมถึงแนวทางการชี้นำนโยบายการเงิน, การใช้มาตรการบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจ รวมทั้งการกำหนดขนาดและองค์ประกอบของการซื้อพันธบัตรครั้งใหม่” แถลงการณ์ของอีซีบี ระบุ

แถลงการณ์ดังกล่าวบ่งชี้ว่า อีซีบีอาจปรับลดอัตราดอกเบี้ย หรือทำการซื้อพันธบัตรตามมาตรการคิวอีอย่างเร็วที่สุดในการประชุมเดือนก.ย.

ด้านนายมาริโอ ดรากี ประธานอีซีบีกล่าวในการแถลงข่าวว่า การใช้มาตรการกระตุ้นทางการเงินครั้งใหญ่ยังคงมีความสำคัญ เพื่อรับประกันว่าสภาวะทางการเงินมีความแข็งแกร่ง และเอื้อต่อการขยายตัวของยูโรโซน

นายดรากียังระบุว่า กรรมการอีซีบีทุกคนเห็นพ้องกันว่า มีความจำเป็นที่จะต้องใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่อไป

ที่มา bangkokbiznews
1 ... 28 29 30 31 32

Navigation



Who is online
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูบอร์ดนี้
banner
FBS