busforex

เข้าสู่ระบบ



คงสถานะการเข้าระบบไว้ตลอด
banner
banner
Exness Broker Forex
โบนัส 10 ปี XM
ข่าว Forex ข่าวเศรษฐกิจโลก

สรุปข่าวต่างประเทศประจำวันที่น่าสนใจ

ตอบ470 อ่าน9731
tuinui
12 กรกฎาคม 2019, 20:30:55 น.
กระทรวงการค้าและอุตสาหกรรมสิงคโปร์เปิดเผยผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 2/2562 ในวันนี้ โดยระบุว่า GDP ไตรมาส 2 ขยายตัวเพียง 0.1% เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งชะลอตัวลงอย่างมากจากไตรมาส 1 ที่มีการขยายตัว 1.1%

-- รัฐบาลฝรั่งเศสสั่งเก็บภาษี 3% จากรายได้ของบริษัทต่างประเทศที่ให้บริการด้านดิจิทัลในฝรั่งเศส โดยจะมีผลย้อนหลังตั้งแต่ต้นปีนี้
-- ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐ ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์สกุลเงินดิจิทัลอย่างบิตคอยน์ ลิบรา และสกุลเงินอื่น ๆ พร้อมสั่งให้บริษัทผู้ออกสกุลเงินดิจิทัลขอการรับรองทางการเงินอย่างถูกต้อง และออกข้อกำหนดให้สอดคล้องกับข้อบังคับทางการเงินของสหรัฐและประชาคมโลก หากต้องการที่จะก้าวขึ้นเป็นธนาคาร

-- ธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) ระบุในแถลงการณ์ว่า ระบบการเงินของสหราชอาณาจักร (UK) มีความยืดหยุ่น และพร้อมรับมือกับความเสี่ยงต่างๆ รวมถึงสถานการณ์เลวร้ายที่สุดจากการที่อังกฤษจะต้องถอนตัวออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) แบบไร้ข้อตกลง

-- ธนาคารกลางเกาหลีใต้ (BOK) เปิดเผยในวันนี้ว่า ราคานำเข้าสินค้าของเกาหลีใต้ปรับตัวลดลงในเดือนมิ.ย. เนื่องจากราคาน้ำมันดิบที่อ่อนตัวลง และสกุลเงินวอนแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ

-- ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐ ได้จัดการประชุมเกี่ยวกับสื่อโซเชียลมีเดียที่ทำเนียบขาว พร้อมกับวิจารณ์บริษัทเหล่านี้ในด้านต่างๆ
-- สำนักงานศกุลกากรจีนเปิดเผยว่า มูลค่าการค้าระหว่างประเทศของจีนช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้ ขยายตัวขึ้น 3.9% เมื่อเทียบเป็นรายปี
-- นายแอบบาส เมาซาวี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว IRNA ว่า อิหร่านขอเรียกร้องให้อังกฤษคืนเรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่ที่กองทัพเรือของอังกฤษยึดไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ในขณะที่อังกฤษตั้งข้อสงสัยว่า เรือลำดังกล่าวอาจละเมิดการคว่ำบาตรของสหภาพยุโรป ด้วยการลักลอบส่งน้ำมันให้กับซีเรีย

-- เจ้าหน้าที่ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ได้ร่วมเจรจากันในวันนี้ หลังจากที่ญี่ปุ่นได้ควบคุมการส่งออกสินค้าไฮเทคไปยังเกาหลีใต้ โดยการประชุมดังกล่าวถือเป็นการประชุมครั้งแรกระหว่างทั้งสองประเทศ นับตั้งแต่ญี่ปุ่นได้เริ่มควบคุมการส่งออกเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

-- รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมตุรกีได้ออกแถลงการณ์ว่า รัสเซียได้ดำเนินการส่งมอบระบบป้องกันภัยทางอากาศ S-400 ชุดแรกให้กับตุรกีแล้วในวันนี้

-- นางลาเอล เบรนาร์ด หนึ่งในคณะผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณสนับสนุนการปรับลดอัตราดอกเบี้ย เพื่อสกัดกั้นความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากภาวะเงินเฟ้อที่อ่อนแอ และความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการค้า และการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก

อ่านต่อได้ที่ : https://www.ryt9.com/s/iq29/3014564
แชร์กระทู้นี้
tuinui Hero Member กระทู้: 4089
กระทรวงการค้าและอุตสาหกรรมสิงคโปร์เปิดเผยผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 2/2562 ในวันนี้ โดยระบุว่า GDP ไตรมาส 2 ขยายตัวเพียง 0.1% เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งชะลอตัวลงอย่างมากจากไตรมาส 1 ที่มีการขยายตัว 1.1%

-- รัฐบาลฝรั่งเศสสั่งเก็บภาษี 3% จากรายได้ของบริษัทต่างประเทศที่ให้บริการด้านดิจิทัลในฝรั่งเศส โดยจะมีผลย้อนหลังตั้งแต่ต้นปีนี้
-- ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐ ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์สกุลเงินดิจิทัลอย่างบิตคอยน์ ลิบรา และสกุลเงินอื่น ๆ พร้อมสั่งให้บริษัทผู้ออกสกุลเงินดิจิทัลขอการรับรองทางการเงินอย่างถูกต้อง และออกข้อกำหนดให้สอดคล้องกับข้อบังคับทางการเงินของสหรัฐและประชาคมโลก หากต้องการที่จะก้าวขึ้นเป็นธนาคาร

-- ธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) ระบุในแถลงการณ์ว่า ระบบการเงินของสหราชอาณาจักร (UK) มีความยืดหยุ่น และพร้อมรับมือกับความเสี่ยงต่างๆ รวมถึงสถานการณ์เลวร้ายที่สุดจากการที่อังกฤษจะต้องถอนตัวออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) แบบไร้ข้อตกลง

-- ธนาคารกลางเกาหลีใต้ (BOK) เปิดเผยในวันนี้ว่า ราคานำเข้าสินค้าของเกาหลีใต้ปรับตัวลดลงในเดือนมิ.ย. เนื่องจากราคาน้ำมันดิบที่อ่อนตัวลง และสกุลเงินวอนแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ

-- ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐ ได้จัดการประชุมเกี่ยวกับสื่อโซเชียลมีเดียที่ทำเนียบขาว พร้อมกับวิจารณ์บริษัทเหล่านี้ในด้านต่างๆ
-- สำนักงานศกุลกากรจีนเปิดเผยว่า มูลค่าการค้าระหว่างประเทศของจีนช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้ ขยายตัวขึ้น 3.9% เมื่อเทียบเป็นรายปี
-- นายแอบบาส เมาซาวี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว IRNA ว่า อิหร่านขอเรียกร้องให้อังกฤษคืนเรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่ที่กองทัพเรือของอังกฤษยึดไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ในขณะที่อังกฤษตั้งข้อสงสัยว่า เรือลำดังกล่าวอาจละเมิดการคว่ำบาตรของสหภาพยุโรป ด้วยการลักลอบส่งน้ำมันให้กับซีเรีย

-- เจ้าหน้าที่ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ได้ร่วมเจรจากันในวันนี้ หลังจากที่ญี่ปุ่นได้ควบคุมการส่งออกสินค้าไฮเทคไปยังเกาหลีใต้ โดยการประชุมดังกล่าวถือเป็นการประชุมครั้งแรกระหว่างทั้งสองประเทศ นับตั้งแต่ญี่ปุ่นได้เริ่มควบคุมการส่งออกเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

-- รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมตุรกีได้ออกแถลงการณ์ว่า รัสเซียได้ดำเนินการส่งมอบระบบป้องกันภัยทางอากาศ S-400 ชุดแรกให้กับตุรกีแล้วในวันนี้

-- นางลาเอล เบรนาร์ด หนึ่งในคณะผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณสนับสนุนการปรับลดอัตราดอกเบี้ย เพื่อสกัดกั้นความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากภาวะเงินเฟ้อที่อ่อนแอ และความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการค้า และการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก

อ่านต่อได้ที่ : https://www.ryt9.com/s/iq29/3014564
แชร์กระทู้นี้
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 23 กรกฎาคม 2019, 10:57:20 น. โดย tuinui »
banner
banner
banner
banner
banner
banner
tuinui
12 กรกฎาคม 2019, 20:32:23 น.
สื่อรายงานว่า อังกฤษกำลังส่งเรือรบลำที่ 2 เข้าไปในอ่าวเปอร์เซีย ท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นกับอิหร่าน หลังจากที่เรือรบอังกฤษได้ยึดเรือน้ำมันอิหร่านนอกชายฝั่งยิบรอลตาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

ทั้งนี้ เรือพิฆาต HMS Duncan จะเดินทางไปสู่อ่าวเปอร์เซียในอีกไม่กี่วัน เพื่อร่วมภารกิจลาดตระเวนกับเรือฟรีเกท HMS Montrose
นอกจากนี้ ความสัมพันธ์ระหว่างอังกฤษและอิหร่านยังประสบความตึงเครียด หลังเกิดเหตุการณ์ซึ่งเรือรบของอังกฤษได้เข้าสกัดเรืออิหร่าน 3 ลำที่ต้องการขวางเรือบรรทุกน้ำมันของอังกฤษในช่องแคบฮอร์มุซ

อ่านต่อได้ที่ : https://www.ryt9.com/s/iq38/3014595
tuinui Hero Member กระทู้: 4089
สื่อรายงานว่า อังกฤษกำลังส่งเรือรบลำที่ 2 เข้าไปในอ่าวเปอร์เซีย ท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นกับอิหร่าน หลังจากที่เรือรบอังกฤษได้ยึดเรือน้ำมันอิหร่านนอกชายฝั่งยิบรอลตาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

ทั้งนี้ เรือพิฆาต HMS Duncan จะเดินทางไปสู่อ่าวเปอร์เซียในอีกไม่กี่วัน เพื่อร่วมภารกิจลาดตระเวนกับเรือฟรีเกท HMS Montrose
นอกจากนี้ ความสัมพันธ์ระหว่างอังกฤษและอิหร่านยังประสบความตึงเครียด หลังเกิดเหตุการณ์ซึ่งเรือรบของอังกฤษได้เข้าสกัดเรืออิหร่าน 3 ลำที่ต้องการขวางเรือบรรทุกน้ำมันของอังกฤษในช่องแคบฮอร์มุซ

อ่านต่อได้ที่ : https://www.ryt9.com/s/iq38/3014595
tuinui
12 กรกฎาคม 2019, 20:33:05 น.
นายปีเตอร์ นาวาร์โร ที่ปรึกษานโยบายการค้าประจำทำเนียบขาว กล่าวว่า รายงานของสื่อเกี่ยวกับการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีน เป็นสิ่งที่เชื่อถือไม่ได้ โดยเขาแนะนำให้ฟังสิ่งที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ให้สัมภาษณ์เท่านั้น

"คำแนะนำของผมสำหรับนักลงทุนก็คือ ให้มีความอดทนต่อกระบวนการเจรจา และอย่าเชื่อสิ่งที่อ่านในสื่อของสหรัฐหรือจีนเกี่ยวกับการเจรจาเหล่านี้ นอกจากจะออกมาจากปากของท่านประธานาธิบดี หรือคุณโรเบิร์ต ไลท์ไฮเซอร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐ" นายนาวาร์โรกล่าว

"ในระหว่างนี้ จะมี'ขยะ'มากมายออกมาจากวอลล์สตรีท เจอร์นัล และพีเพิลส์ เดลี ซึ่งผมได้เคยอ่านเรื่องที่เขียนเหล่านี้แล้ว ซึ่งสื่อพยายามเต้าข่าวเพื่อกำหนดโฉมหน้าของการเจรจา โดยไม่มีข้อมูลในเชิงลึก" เขากล่าว

อย่างไรก็ดี นายนาวาร์โรไม่ได้ระบุถึงข่าวใดข่าวหนึ่งเป็นการเฉพาะ หรือแสดงหลักฐานในการสนับสนุนคำกล่าวของเขา
ทางด้านวอลล์สตรีท เจอร์นัลรายงานเมื่อวันจันทร์ว่า การเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีนเผชิญอุปสรรคบางประการ ซึ่งรวมถึงการที่จีนไม่ได้เพิ่มการสั่งซื้อสินค้าเกษตรของสหรัฐ ขณะที่ปธน.ทรัมป์ยืนยันเรื่องดังกล่าว ด้วยการทวีตข้อความวานนี้ ระบุว่า จีนไม่ได้สั่งซื้อสินค้าเกษตรจากสหรัฐตามที่ได้ให้สัญญาไว้

นายนาวาร์โรยังเปิดเผยว่า ขณะนี้สงครามการค้ากำลังอยู่ในช่วงสงบ ขณะที่ทั้งสองฝ่ายกำลังเจรจาการค้า โดยนายโรเบิร์ต ไลท์ไฮเซอร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐ และนายสตีเวน มนูชิน รมว.คลังสหรัฐ จะเดินทางไปยังกรุงปักกิ่งในไม่ช้า เพื่อเจรจาการค้ากับจีน

อ่านต่อได้ที่ : https://www.ryt9.com/s/iq37/3014596
tuinui Hero Member กระทู้: 4089
นายปีเตอร์ นาวาร์โร ที่ปรึกษานโยบายการค้าประจำทำเนียบขาว กล่าวว่า รายงานของสื่อเกี่ยวกับการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีน เป็นสิ่งที่เชื่อถือไม่ได้ โดยเขาแนะนำให้ฟังสิ่งที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ให้สัมภาษณ์เท่านั้น

"คำแนะนำของผมสำหรับนักลงทุนก็คือ ให้มีความอดทนต่อกระบวนการเจรจา และอย่าเชื่อสิ่งที่อ่านในสื่อของสหรัฐหรือจีนเกี่ยวกับการเจรจาเหล่านี้ นอกจากจะออกมาจากปากของท่านประธานาธิบดี หรือคุณโรเบิร์ต ไลท์ไฮเซอร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐ" นายนาวาร์โรกล่าว

"ในระหว่างนี้ จะมี'ขยะ'มากมายออกมาจากวอลล์สตรีท เจอร์นัล และพีเพิลส์ เดลี ซึ่งผมได้เคยอ่านเรื่องที่เขียนเหล่านี้แล้ว ซึ่งสื่อพยายามเต้าข่าวเพื่อกำหนดโฉมหน้าของการเจรจา โดยไม่มีข้อมูลในเชิงลึก" เขากล่าว

อย่างไรก็ดี นายนาวาร์โรไม่ได้ระบุถึงข่าวใดข่าวหนึ่งเป็นการเฉพาะ หรือแสดงหลักฐานในการสนับสนุนคำกล่าวของเขา
ทางด้านวอลล์สตรีท เจอร์นัลรายงานเมื่อวันจันทร์ว่า การเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีนเผชิญอุปสรรคบางประการ ซึ่งรวมถึงการที่จีนไม่ได้เพิ่มการสั่งซื้อสินค้าเกษตรของสหรัฐ ขณะที่ปธน.ทรัมป์ยืนยันเรื่องดังกล่าว ด้วยการทวีตข้อความวานนี้ ระบุว่า จีนไม่ได้สั่งซื้อสินค้าเกษตรจากสหรัฐตามที่ได้ให้สัญญาไว้

นายนาวาร์โรยังเปิดเผยว่า ขณะนี้สงครามการค้ากำลังอยู่ในช่วงสงบ ขณะที่ทั้งสองฝ่ายกำลังเจรจาการค้า โดยนายโรเบิร์ต ไลท์ไฮเซอร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐ และนายสตีเวน มนูชิน รมว.คลังสหรัฐ จะเดินทางไปยังกรุงปักกิ่งในไม่ช้า เพื่อเจรจาการค้ากับจีน

อ่านต่อได้ที่ : https://www.ryt9.com/s/iq37/3014596
tuinui
12 กรกฎาคม 2019, 20:33:41 น.
กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เพิ่มขึ้น 0.1% ในเดือนมิ.ย.เมื่อเทียบรายเดือน หลังจากเพิ่มขึ้น 0.1% เช่นกันในเดือนพ.ค.

เมื่อเทียบรายปี ดัชนี PPI เพิ่มขึ้นเพียง 1.7% ในเดือนมิ.ย. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนม.ค.2560 หลังจากเพิ่มขึ้น 1.8% ในเดือนพ.ค.

ดัชนี PPI ได้รับผลกระทบจากการร่วงลงเป็นเดือนที่ 2 ของราคาพลังงาน แม้ว่าค่าใช้จ่ายในภาคบริการปรับตัวขึ้น
นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่า ดัชนี PPI จะทรงตัวในเดือนมิ.ย. เมื่อเทียบรายเดือน และเพิ่มขึ้น 1.6% เมื่อเทียบรายปี
ส่วนดัชนี PPI พื้นฐาน ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหาร, พลังงาน และภาคบริการ ทรงตัวในเดือนมิ.ย. หลังจากเพิ่มขึ้น 0.4% ติดต่อกัน 2 เดือน

เมื่อเทียบรายปี ดัชนี PPI พื้นฐานเพิ่มขึ้น 2.1% หลังจากเพิ่มขึ้น 2.3% ในเดือนพ.ค.

อ่านต่อได้ที่ : https://www.ryt9.com/s/iq28/3014597
tuinui Hero Member กระทู้: 4089
กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เพิ่มขึ้น 0.1% ในเดือนมิ.ย.เมื่อเทียบรายเดือน หลังจากเพิ่มขึ้น 0.1% เช่นกันในเดือนพ.ค.

เมื่อเทียบรายปี ดัชนี PPI เพิ่มขึ้นเพียง 1.7% ในเดือนมิ.ย. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนม.ค.2560 หลังจากเพิ่มขึ้น 1.8% ในเดือนพ.ค.

ดัชนี PPI ได้รับผลกระทบจากการร่วงลงเป็นเดือนที่ 2 ของราคาพลังงาน แม้ว่าค่าใช้จ่ายในภาคบริการปรับตัวขึ้น
นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่า ดัชนี PPI จะทรงตัวในเดือนมิ.ย. เมื่อเทียบรายเดือน และเพิ่มขึ้น 1.6% เมื่อเทียบรายปี
ส่วนดัชนี PPI พื้นฐาน ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหาร, พลังงาน และภาคบริการ ทรงตัวในเดือนมิ.ย. หลังจากเพิ่มขึ้น 0.4% ติดต่อกัน 2 เดือน

เมื่อเทียบรายปี ดัชนี PPI พื้นฐานเพิ่มขึ้น 2.1% หลังจากเพิ่มขึ้น 2.3% ในเดือนพ.ค.

อ่านต่อได้ที่ : https://www.ryt9.com/s/iq28/3014597
tuinui
12 กรกฎาคม 2019, 20:34:25 น.
นายหวัง อี้ รมว.ต่างประเทศจีน กล่าวเตือนสหรัฐในวันนี้ว่า อย่าเล่นกับไฟ ในกรณีที่เกี่ยวกับไต้หวัน
"เราขอเรียกร้องให้สหรัฐตระหนักถึงความสำคัญในประเด็นของไต้หวัน และอย่าเล่นกับไฟในกรณีของไต้หวัน" นายหวังกล่าว
นายหวังยังระบุว่า จะไม่มีกองกำลังต่างชาติใดสามารถยุติการรวมชาติของจีน และกองกำลังต่างชาติไม่ควรเข้าแทรกแซงในเรื่องดังกล่าว
ทั้งนี้ นายหวังแสดงความไม่พอใจต่อการที่สหรัฐได้อนุมัติการขายรถถัง M1A2T Abrams จำนวน 108 คัน พร้อมอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง มูลค่า 2 พันล้านดอลลาร์ และจรวดต่อสู้อากาศยานสติงเจอร์ มูลค่า 223.56 ล้านดอลลาร์ ให้กับไต้หวัน

อ่านต่อได้ที่ : https://www.ryt9.com/s/iq37/3014593
tuinui Hero Member กระทู้: 4089
นายหวัง อี้ รมว.ต่างประเทศจีน กล่าวเตือนสหรัฐในวันนี้ว่า อย่าเล่นกับไฟ ในกรณีที่เกี่ยวกับไต้หวัน
"เราขอเรียกร้องให้สหรัฐตระหนักถึงความสำคัญในประเด็นของไต้หวัน และอย่าเล่นกับไฟในกรณีของไต้หวัน" นายหวังกล่าว
นายหวังยังระบุว่า จะไม่มีกองกำลังต่างชาติใดสามารถยุติการรวมชาติของจีน และกองกำลังต่างชาติไม่ควรเข้าแทรกแซงในเรื่องดังกล่าว
ทั้งนี้ นายหวังแสดงความไม่พอใจต่อการที่สหรัฐได้อนุมัติการขายรถถัง M1A2T Abrams จำนวน 108 คัน พร้อมอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง มูลค่า 2 พันล้านดอลลาร์ และจรวดต่อสู้อากาศยานสติงเจอร์ มูลค่า 223.56 ล้านดอลลาร์ ให้กับไต้หวัน

อ่านต่อได้ที่ : https://www.ryt9.com/s/iq37/3014593
tuinui
12 กรกฎาคม 2019, 20:37:23 น.
ระธานาธิบดีทรัมป์ประกาศไม่ใช่แฟนคริปโต แนะเฟซบุ๊คอาจจำเป็นต้องมีใบอนุญาตธนาคาร หากต้องการเปิดตัวเงินลิบรา

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐ รัวทวีตข้อความเมื่อวันพฤหัสบดี (11 ก.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น ระบุ คริปโตเคอร์เรนซีไม่ใช่เงินตรา และ “สินทรัพย์คริปโตที่ควบคุมไม่ได้อาจเอื้อให้เกิดพฤติกรรมนอกกฎหมาย รวมถึงการค้ายาเสพติดและเรื่องผิดกฎหมายอื่นๆ ถ้าเฟซบุ๊คและบริษัททั้งหลายอยากเป็นธนาคาร ก็ต้องไปหาใบอนุญาตธนาคาร และต้องปฏิบัติตามกฎหมายธนาคารทุกฉบับ”

ทรัมป์ไม่ใช่คนเดียวที่วิจารณ์แผนการใช้เงินลิบราของเฟซบุ๊ค ก่อนหน้านี้นายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) นายบรูโน เลอ แมร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังฝรั่งเศส และนายมาร์ค คาร์นีย์ ผู้ว่าการธนาคารกลางอังกฤษ รวมทั้งผู้นำรัฐบาลและธนาคารกลางอื่นๆ ล้วนแสดงความเห็นต่อต้านลิบรามาแล้ว

ผู้นำสหรัฐย้ำว่า คริปโตเคอร์เรนซีไม่ใช่เงินตรา มูลค่าผันผวนสูง และไม่ได้มีสิ่งใดรองรับ

ด้านเฟซบุ๊คไม่ได้ให้ความเห็นเรื่องการทวีตข้อความของประธานาธิบดี

ที่มา bangkokbiznews
12 กรกฎาคม 2019, 20:37:23 น.
tuinui Hero Member กระทู้: 4089
ระธานาธิบดีทรัมป์ประกาศไม่ใช่แฟนคริปโต แนะเฟซบุ๊คอาจจำเป็นต้องมีใบอนุญาตธนาคาร หากต้องการเปิดตัวเงินลิบรา

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐ รัวทวีตข้อความเมื่อวันพฤหัสบดี (11 ก.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น ระบุ คริปโตเคอร์เรนซีไม่ใช่เงินตรา และ “สินทรัพย์คริปโตที่ควบคุมไม่ได้อาจเอื้อให้เกิดพฤติกรรมนอกกฎหมาย รวมถึงการค้ายาเสพติดและเรื่องผิดกฎหมายอื่นๆ ถ้าเฟซบุ๊คและบริษัททั้งหลายอยากเป็นธนาคาร ก็ต้องไปหาใบอนุญาตธนาคาร และต้องปฏิบัติตามกฎหมายธนาคารทุกฉบับ”

ทรัมป์ไม่ใช่คนเดียวที่วิจารณ์แผนการใช้เงินลิบราของเฟซบุ๊ค ก่อนหน้านี้นายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) นายบรูโน เลอ แมร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังฝรั่งเศส และนายมาร์ค คาร์นีย์ ผู้ว่าการธนาคารกลางอังกฤษ รวมทั้งผู้นำรัฐบาลและธนาคารกลางอื่นๆ ล้วนแสดงความเห็นต่อต้านลิบรามาแล้ว

ผู้นำสหรัฐย้ำว่า คริปโตเคอร์เรนซีไม่ใช่เงินตรา มูลค่าผันผวนสูง และไม่ได้มีสิ่งใดรองรับ

ด้านเฟซบุ๊คไม่ได้ให้ความเห็นเรื่องการทวีตข้อความของประธานาธิบดี

ที่มา bangkokbiznews
tuinui
12 กรกฎาคม 2019, 20:38:03 น.
บิทพอยท์ เจแปน ผู้ให้บริการซื้อขายสกุลเงินดิจิทัลของญี่ปุ่นเปิดเผยว่า บริษัทได้ระงับการทำธุรกรรมและการบริการทั้งหมดแล้ว หลังจากที่พบว่ามีการโจรกรรมเงินไปจากระบบการซื้อขายเมื่อคืนที่ผ่านมาสูงถึง 3.5 พันล้านเยน (ประมาณ 32 ล้านดอลลาร์)

ผู้ประกอบการ ระบุว่า มีเงินประมาณ 2.5 พันล้านเยนหายไปจากบัญชีของลูกค้า และอีก 1 พันล้านเยนจากบัญชีเงินฝากของบริษัท ซึ่งพบการรั่วไหลของเงินดังกล่าวเมื่อเวลา 22.39 น.ของวันพฤหัสบดี (11ก.ค.)ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ บิทพอยท์ เจแปน บริหารสกุลเงินดิจิทัล 5 ประเภท ได้แก่ บิตคอยน์ เงินสดบิทคอยน์ อีเธอเรียม ไลท์คอยน์ และริปเปิล

ทั้งนี้ บิทพอยท์ เจแปน เป็นหน่วยงานของรีมิกส์ พอยท์ จำกัด ซึ่งจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ญี่ปุ่น ได้ออกมาขอโทษสำหรับความไม่สะดวกที่เกิดขึ้นกับลูกค้า พร้อมระบุว่าจะชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้น

อย่างไรก็ตาม นี่ถือเป็นเหตุการณ์ล่าสุดที่เกิดกับการแลกเปลี่ยนคริปโตเคอร์เรนซีของญี่ปุ่น โดยเมื่อปี 2561 เว็บไซต์คอยน์เช็ก เคยถูกเจาะเข้าระบบ สูญเงินไปราว 5,000 ล้านดอลลาร์ จนต้องสั่งระงับการฝากถอนเงินเสมือนทั้งหมด

การแฮกข้อมูลครั้งนั้น กระตุ้นให้ทางการญี่ปุ่นตรวจสอบการซื้อขายคริปโตมากยิ่งขึ้น แต่ก็ถูกวิจารณ์ว่ายังมีช่องโหว่อีกมาก

ที่มา bangkokbiznews
tuinui Hero Member กระทู้: 4089
บิทพอยท์ เจแปน ผู้ให้บริการซื้อขายสกุลเงินดิจิทัลของญี่ปุ่นเปิดเผยว่า บริษัทได้ระงับการทำธุรกรรมและการบริการทั้งหมดแล้ว หลังจากที่พบว่ามีการโจรกรรมเงินไปจากระบบการซื้อขายเมื่อคืนที่ผ่านมาสูงถึง 3.5 พันล้านเยน (ประมาณ 32 ล้านดอลลาร์)

ผู้ประกอบการ ระบุว่า มีเงินประมาณ 2.5 พันล้านเยนหายไปจากบัญชีของลูกค้า และอีก 1 พันล้านเยนจากบัญชีเงินฝากของบริษัท ซึ่งพบการรั่วไหลของเงินดังกล่าวเมื่อเวลา 22.39 น.ของวันพฤหัสบดี (11ก.ค.)ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ บิทพอยท์ เจแปน บริหารสกุลเงินดิจิทัล 5 ประเภท ได้แก่ บิตคอยน์ เงินสดบิทคอยน์ อีเธอเรียม ไลท์คอยน์ และริปเปิล

ทั้งนี้ บิทพอยท์ เจแปน เป็นหน่วยงานของรีมิกส์ พอยท์ จำกัด ซึ่งจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ญี่ปุ่น ได้ออกมาขอโทษสำหรับความไม่สะดวกที่เกิดขึ้นกับลูกค้า พร้อมระบุว่าจะชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้น

อย่างไรก็ตาม นี่ถือเป็นเหตุการณ์ล่าสุดที่เกิดกับการแลกเปลี่ยนคริปโตเคอร์เรนซีของญี่ปุ่น โดยเมื่อปี 2561 เว็บไซต์คอยน์เช็ก เคยถูกเจาะเข้าระบบ สูญเงินไปราว 5,000 ล้านดอลลาร์ จนต้องสั่งระงับการฝากถอนเงินเสมือนทั้งหมด

การแฮกข้อมูลครั้งนั้น กระตุ้นให้ทางการญี่ปุ่นตรวจสอบการซื้อขายคริปโตมากยิ่งขึ้น แต่ก็ถูกวิจารณ์ว่ายังมีช่องโหว่อีกมาก

ที่มา bangkokbiznews
Greenpips
16 กรกฎาคม 2019, 08:05:44 น.
น้ำมันลง,ทองขึ้น หุ้นสหรัฐฯปิดบวกแคบจับตาผลประกอบการบริษัทต่างๆ

เผยแพร่: 16 ก.ค. 2562 05:31 โดย: ผู้จัดการออนไลน์

เอเอฟพี/มาร์เก็ตวอตช์ - ราคาน้ำมันปรับลดในวันจันทร์(15ก.ค.) ปรับลดเล็กน้อย กำลังผลิตในอ่าวเม็กซิโกฟื้นขึ้นมาอีกครั้งหลังพายุผ่านพ้น ส่วนวอลล์สตรีทปิดบวกในกรอบแคบๆท่ามกลางรายงานผลประกอบการบริษัทต่างๆ ขณะที่ทองคำขยับขึ้น

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียต หรือไลต์สวีตครูด งวดส่งมอบเดือนสิงหาคม ลดลง 63 เซนต์ ปิดที่ 59.58 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนเบรนต์ลอนดอน งวดส่งมอบเดือนกันยายน ลดลง 24 เซนต์ ปิดที่ 66.48 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ร็อบบี้ เฟรซอร์ นักวิเคราะห์อาวุโสด้านสินค้าโภคภัณฑ์ของชไนเดอร์ อิเล็กทริค ให้ความเห็นว่า "กำลังผลิตในอ่าวเม็กซิโกลดลงชั่วคราวสืบเนื่องจากเฮอร์ริเคนแบร์รี" อย่างไรก็ตามกำลังผลิตค่อยๆฟื้นตัวหลังเฮอร์ริเคนลูกนี้อ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชันในวันจันทร์(15ก.ค.)

อีกด้านหนึ่งราคาน้ำมันถูกกดดันจากรายงานของสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ(อีไอเอ) ซึ่งปรับเพิ่มคาดการณ์กำลังผลิตน้ำมันชั้นหินของอเมริกาในเดือนหน้าอีก 49,000 บาร์เรลต่อวัน เป็น 8.546 ล้านบาร์เรลต่อวัน

ด้านตลาดหุ้นสหรัฐฯในวันจันทร์(15ก.ค.) ปรับขึ้นในกรอบแคบๆ จับตารายงานผลประกอบการของบริษัทต่างๆท่ามกลางความคาดหมายที่ค่อนข้างต่ำ

ดาวโจนส์ เพิ่มขึ้น 27.13 จุด (0.10 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 27,359.16 จุด เอสแอนด์พี เพิ่มขึ้น 0.53 จุด (0.02 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 3,014.30 จุด แนสแดค เพิ่มขึ้น 14.04 จุด (0.17 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 8,258.19 จุด

นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า บริษัทในดัชนี S&P 500 จะมีผลประกอบการลดลง 3% ในไตรมาส 2 ซึ่งจะเป็นการปรับตัวลงของผลประกอบการรายไตรมาสครั้งแรกในรอบ 3 ปี

ราคาหุ้นซิตี้กรุ๊ปปิดลบ แม้ธนาคารเปิดเผยรายได้ในไตรมาส 2 สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ แต่ส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ หรือ Net Interest Margin (NIM) ลดลง โดยการลดลงของส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิฉุดให้หุ้นของสถาบันการเงินอื่นๆดิ่งลงตามไปด้วย ท่ามกลางความกังวลว่ามันอาจเป็นลางบอกเหตุผลกำไรที่ลดลงของภาคธนาคาร อันเนื่องจากอัตราดอกเบี้ยที่ลดลง
Greenpips Hero Member กระทู้: 724
น้ำมันลง,ทองขึ้น หุ้นสหรัฐฯปิดบวกแคบจับตาผลประกอบการบริษัทต่างๆ

เผยแพร่: 16 ก.ค. 2562 05:31 โดย: ผู้จัดการออนไลน์

เอเอฟพี/มาร์เก็ตวอตช์ - ราคาน้ำมันปรับลดในวันจันทร์(15ก.ค.) ปรับลดเล็กน้อย กำลังผลิตในอ่าวเม็กซิโกฟื้นขึ้นมาอีกครั้งหลังพายุผ่านพ้น ส่วนวอลล์สตรีทปิดบวกในกรอบแคบๆท่ามกลางรายงานผลประกอบการบริษัทต่างๆ ขณะที่ทองคำขยับขึ้น

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียต หรือไลต์สวีตครูด งวดส่งมอบเดือนสิงหาคม ลดลง 63 เซนต์ ปิดที่ 59.58 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนเบรนต์ลอนดอน งวดส่งมอบเดือนกันยายน ลดลง 24 เซนต์ ปิดที่ 66.48 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ร็อบบี้ เฟรซอร์ นักวิเคราะห์อาวุโสด้านสินค้าโภคภัณฑ์ของชไนเดอร์ อิเล็กทริค ให้ความเห็นว่า "กำลังผลิตในอ่าวเม็กซิโกลดลงชั่วคราวสืบเนื่องจากเฮอร์ริเคนแบร์รี" อย่างไรก็ตามกำลังผลิตค่อยๆฟื้นตัวหลังเฮอร์ริเคนลูกนี้อ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชันในวันจันทร์(15ก.ค.)

อีกด้านหนึ่งราคาน้ำมันถูกกดดันจากรายงานของสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ(อีไอเอ) ซึ่งปรับเพิ่มคาดการณ์กำลังผลิตน้ำมันชั้นหินของอเมริกาในเดือนหน้าอีก 49,000 บาร์เรลต่อวัน เป็น 8.546 ล้านบาร์เรลต่อวัน

ด้านตลาดหุ้นสหรัฐฯในวันจันทร์(15ก.ค.) ปรับขึ้นในกรอบแคบๆ จับตารายงานผลประกอบการของบริษัทต่างๆท่ามกลางความคาดหมายที่ค่อนข้างต่ำ

ดาวโจนส์ เพิ่มขึ้น 27.13 จุด (0.10 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 27,359.16 จุด เอสแอนด์พี เพิ่มขึ้น 0.53 จุด (0.02 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 3,014.30 จุด แนสแดค เพิ่มขึ้น 14.04 จุด (0.17 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 8,258.19 จุด

นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า บริษัทในดัชนี S&P 500 จะมีผลประกอบการลดลง 3% ในไตรมาส 2 ซึ่งจะเป็นการปรับตัวลงของผลประกอบการรายไตรมาสครั้งแรกในรอบ 3 ปี

ราคาหุ้นซิตี้กรุ๊ปปิดลบ แม้ธนาคารเปิดเผยรายได้ในไตรมาส 2 สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ แต่ส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ หรือ Net Interest Margin (NIM) ลดลง โดยการลดลงของส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิฉุดให้หุ้นของสถาบันการเงินอื่นๆดิ่งลงตามไปด้วย ท่ามกลางความกังวลว่ามันอาจเป็นลางบอกเหตุผลกำไรที่ลดลงของภาคธนาคาร อันเนื่องจากอัตราดอกเบี้ยที่ลดลง
tuinui
16 กรกฎาคม 2019, 08:23:03 น.
ผู้นำเกาหลีใต้ออกโรงเตือนญี่ปุ่นจะเสียหายมากกว่าหลังโตเกียวเดินหน้าใช้มาตรการกดดันทางเศรษฐกิจต่อเกาหลีใต้ พร้อมย้ำถึงความสำคัญในการแก้ปัญหาด้วยการทูต

ประธานาธิบดีมุน แจ อิน ของเกาหลีใต้ แถลงในกรุงโซล วานนี้ (15 ก.ค.) ว่า มาตรการควบคุมการส่งออกของญี่ปุ่นเป็นการจงใจที่จะขัดขวางการเติบโตของเศรษฐกิจเกาหลีใต้ ซึ่งญี่ปุ่นจะไม่มีวันประสบความสำเร็จ

นายมุน  ยังกล่าวโจมตีข้อกล่าวหาของญี่ปุ่นที่ว่า สินค้าที่ใช้ได้สองทางอาจถูกลักลอบนำออกมาจากเกาหลีใต้ว่า รัฐบาลเกาหลีใต้เคารพกฎการส่งออกของนานาชาติ และมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี)

ถ้อยแถลงของผู้นำเกาหลีใต้สะท้อนให้เห็นว่า เกาหลีใต้จะไม่ยอมจำนนต่อการกดดันทางเศรษฐกิจของญี่ปุ่นอย่างแน่นอน

ในวันเดียวกัน ชาวเกาหลีใต้ราว 50 คน ชุมนุมที่บริเวณด้านหน้าสถานทูตญี่ปุ่นในกรุงโซลเรียกร้องให้มีการคว่ำบาตรสินค้าญี่ปุ่นและกดดันให้นายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะออกมาขอโทษ รวมทั้งยกเลิกการเพิ่มมาตรการคุมเข้มส่งออกอุปกรณ์ไฮเทคสำหรับผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ไปยังเกาหลีใต้

เมื่อวันศุกร์ (12 ก.ค.)การเจรจาระหว่างรัฐบาลเกาหลีใต้และญี่ปุ่นที่กรุงโตเกียวเพื่อคลี่คลายข้อพิพาทกรณีที่ญี่ปุ่นได้ควบคุมการส่งออกสารเคมีที่เกาหลีใต้ใช้ในการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ รวมทั้งหน้าจอทีวีและสมาร์ทโฟนนั้นประสบความล้มเหลว หลังจากญี่ปุ่นยืนกรานว่า จะไม่ยกเลิกมาตรการดังกล่าว เนื่องจากไม่ได้ละเมิดข้อกำหนดขององค์การการค้าโลก (ดับเบิลยูทีโอ)

ที่ผ่านมา เกาหลีใต้เรียกร้องให้ญี่ปุ่นยกเลิกมาตรการควบคุมการส่งออกสารเคมีบางชนิดที่ใช้ในการผลิตหน้าจอชิพ และเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งตามข้อบังคับของญี่ปุ่น เกาหลีใต้จะต้องยื่นขอใบอนุญาตสำหรับสารดังกล่าว ขณะที่ญี่ปุ่นจะใช้เวลา 90 วันในการอนุมัติ

ความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีใต้กับญี่ปุ่นได้ตกต่ำลงอย่างมาก นับตั้งแต่ที่ศาลสูงของเกาหลีใต้มีคำพิพากษาในปีที่แล้วให้บริษัทของญี่ปุ่นจ่ายค่าชดเชยแก่คนงานเกาหลีใต้ที่ถูกบังคับใช้แรงงานในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งญี่ปุ่นยึดคาบสมุทรเกาหลีเป็นอาณานิคมในปี 2453-2488

ที่มา bangkokbiznews
tuinui Hero Member กระทู้: 4089
ผู้นำเกาหลีใต้ออกโรงเตือนญี่ปุ่นจะเสียหายมากกว่าหลังโตเกียวเดินหน้าใช้มาตรการกดดันทางเศรษฐกิจต่อเกาหลีใต้ พร้อมย้ำถึงความสำคัญในการแก้ปัญหาด้วยการทูต

ประธานาธิบดีมุน แจ อิน ของเกาหลีใต้ แถลงในกรุงโซล วานนี้ (15 ก.ค.) ว่า มาตรการควบคุมการส่งออกของญี่ปุ่นเป็นการจงใจที่จะขัดขวางการเติบโตของเศรษฐกิจเกาหลีใต้ ซึ่งญี่ปุ่นจะไม่มีวันประสบความสำเร็จ

นายมุน  ยังกล่าวโจมตีข้อกล่าวหาของญี่ปุ่นที่ว่า สินค้าที่ใช้ได้สองทางอาจถูกลักลอบนำออกมาจากเกาหลีใต้ว่า รัฐบาลเกาหลีใต้เคารพกฎการส่งออกของนานาชาติ และมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี)

ถ้อยแถลงของผู้นำเกาหลีใต้สะท้อนให้เห็นว่า เกาหลีใต้จะไม่ยอมจำนนต่อการกดดันทางเศรษฐกิจของญี่ปุ่นอย่างแน่นอน

ในวันเดียวกัน ชาวเกาหลีใต้ราว 50 คน ชุมนุมที่บริเวณด้านหน้าสถานทูตญี่ปุ่นในกรุงโซลเรียกร้องให้มีการคว่ำบาตรสินค้าญี่ปุ่นและกดดันให้นายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะออกมาขอโทษ รวมทั้งยกเลิกการเพิ่มมาตรการคุมเข้มส่งออกอุปกรณ์ไฮเทคสำหรับผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ไปยังเกาหลีใต้

เมื่อวันศุกร์ (12 ก.ค.)การเจรจาระหว่างรัฐบาลเกาหลีใต้และญี่ปุ่นที่กรุงโตเกียวเพื่อคลี่คลายข้อพิพาทกรณีที่ญี่ปุ่นได้ควบคุมการส่งออกสารเคมีที่เกาหลีใต้ใช้ในการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ รวมทั้งหน้าจอทีวีและสมาร์ทโฟนนั้นประสบความล้มเหลว หลังจากญี่ปุ่นยืนกรานว่า จะไม่ยกเลิกมาตรการดังกล่าว เนื่องจากไม่ได้ละเมิดข้อกำหนดขององค์การการค้าโลก (ดับเบิลยูทีโอ)

ที่ผ่านมา เกาหลีใต้เรียกร้องให้ญี่ปุ่นยกเลิกมาตรการควบคุมการส่งออกสารเคมีบางชนิดที่ใช้ในการผลิตหน้าจอชิพ และเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งตามข้อบังคับของญี่ปุ่น เกาหลีใต้จะต้องยื่นขอใบอนุญาตสำหรับสารดังกล่าว ขณะที่ญี่ปุ่นจะใช้เวลา 90 วันในการอนุมัติ

ความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีใต้กับญี่ปุ่นได้ตกต่ำลงอย่างมาก นับตั้งแต่ที่ศาลสูงของเกาหลีใต้มีคำพิพากษาในปีที่แล้วให้บริษัทของญี่ปุ่นจ่ายค่าชดเชยแก่คนงานเกาหลีใต้ที่ถูกบังคับใช้แรงงานในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งญี่ปุ่นยึดคาบสมุทรเกาหลีเป็นอาณานิคมในปี 2453-2488

ที่มา bangkokbiznews
tuinui
16 กรกฎาคม 2019, 08:23:40 น.
เจพีมอร์แกน  ประกาศปรับเพิ่มตัวเลขคาดการณ์สำหรับดัชนีเอสแอนด์พี 500 ในปีนี้ ขณะที่คาดว่าตลาดหุ้นวอลล์สตรีทจะดีดตัวมากขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง จากการใช้นโยบายผ่อนคลายทางการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และคาดการณ์ที่ว่า สหรัฐและจีนจะสามารถบรรลุข้อตกลงทางการค้า

ทั้งนี้ เจพีมอร์แกนปรับเพิ่มตัวเลขคาดการณ์สำหรับดัชนีเอสแอนด์พี 500 ในช่วงปลายปีนี้ สู่ระดับ 3,200 จุด จากเดิมที่ระดับ 3,000 จุด โดยพุ่งขึ้น 6.2% จากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ และถือเป็นการทะยานขึ้น 27% ในปีนี้

เจพีมอร์แกน ยังคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางจำนวน 6 แห่งจากกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว และ 13 แห่งจากกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ จะผ่อนคลายนโยบายการเงินในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ ซึ่งจะเป็นการลดต้นทุนค่าใช้จ่ายสำหรับภาคธุรกิจ

ที่มา bangkokbiznews
tuinui Hero Member กระทู้: 4089
เจพีมอร์แกน  ประกาศปรับเพิ่มตัวเลขคาดการณ์สำหรับดัชนีเอสแอนด์พี 500 ในปีนี้ ขณะที่คาดว่าตลาดหุ้นวอลล์สตรีทจะดีดตัวมากขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง จากการใช้นโยบายผ่อนคลายทางการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และคาดการณ์ที่ว่า สหรัฐและจีนจะสามารถบรรลุข้อตกลงทางการค้า

ทั้งนี้ เจพีมอร์แกนปรับเพิ่มตัวเลขคาดการณ์สำหรับดัชนีเอสแอนด์พี 500 ในช่วงปลายปีนี้ สู่ระดับ 3,200 จุด จากเดิมที่ระดับ 3,000 จุด โดยพุ่งขึ้น 6.2% จากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ และถือเป็นการทะยานขึ้น 27% ในปีนี้

เจพีมอร์แกน ยังคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางจำนวน 6 แห่งจากกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว และ 13 แห่งจากกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ จะผ่อนคลายนโยบายการเงินในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ ซึ่งจะเป็นการลดต้นทุนค่าใช้จ่ายสำหรับภาคธุรกิจ

ที่มา bangkokbiznews
tuinui
16 กรกฎาคม 2019, 08:24:22 น.
สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ อ้างเมื่อวันจันทร์(15ก.ค.)ว่า เศรษฐกิจจีนที่กำลังชะลอตัวลง คือหลักฐานว่ามาตรการทางภาษีที่สหรัฐนำมาใช้ ก่อให้เกิดผลกระทบมากมายต่อเศรษฐกิจจีน พร้อมเตือนว่าสหรัฐอาจใช้มาตรการกดดันเพิ่มเติม

ข้อมูลที่เปิดเผยในวันจันทร์ชี้ให้เห็นว่า เศรษฐกิจจีนชะลอตัวลงมาอยู่ที่ 6.2% ในไตรมาสที่สองของปีนี้ ซึ่งต่ำที่สุดในรอบ 27 ปี ท่ามกลางมาตรการกดดันจากสหรัฐ

โดยทรัมป์ทวีตในวันเดียวกันว่า “นี่เป็นสาเหตุที่ทำให้จีนต้องการทำข้อตกลงกับสหรัฐ และเสียใจที่ไม่ควรถอนข้อตกลงนี้ตั้งแต่แรก”

ด้านรัฐมนตรีการคลังสหรัฐ นายสตีเวน มนูชิน กล่าวว่า เขาและนายโรเบิร์ต ไลท์ไธเซอร์ ผู้แทนการค้าของสหรัฐ จะพูดคุยหารือทางโทรศัพท์กับผู้แทนจีนในสัปดาห์นี้ เพื่อหารือเพิ่มเติมในประเด็นการค้าที่ยืดเยื้อมานานหลายเดือน

ที่มา bangkokbiznews
tuinui Hero Member กระทู้: 4089
สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ อ้างเมื่อวันจันทร์(15ก.ค.)ว่า เศรษฐกิจจีนที่กำลังชะลอตัวลง คือหลักฐานว่ามาตรการทางภาษีที่สหรัฐนำมาใช้ ก่อให้เกิดผลกระทบมากมายต่อเศรษฐกิจจีน พร้อมเตือนว่าสหรัฐอาจใช้มาตรการกดดันเพิ่มเติม

ข้อมูลที่เปิดเผยในวันจันทร์ชี้ให้เห็นว่า เศรษฐกิจจีนชะลอตัวลงมาอยู่ที่ 6.2% ในไตรมาสที่สองของปีนี้ ซึ่งต่ำที่สุดในรอบ 27 ปี ท่ามกลางมาตรการกดดันจากสหรัฐ

โดยทรัมป์ทวีตในวันเดียวกันว่า “นี่เป็นสาเหตุที่ทำให้จีนต้องการทำข้อตกลงกับสหรัฐ และเสียใจที่ไม่ควรถอนข้อตกลงนี้ตั้งแต่แรก”

ด้านรัฐมนตรีการคลังสหรัฐ นายสตีเวน มนูชิน กล่าวว่า เขาและนายโรเบิร์ต ไลท์ไธเซอร์ ผู้แทนการค้าของสหรัฐ จะพูดคุยหารือทางโทรศัพท์กับผู้แทนจีนในสัปดาห์นี้ เพื่อหารือเพิ่มเติมในประเด็นการค้าที่ยืดเยื้อมานานหลายเดือน

ที่มา bangkokbiznews
tuinui
16 กรกฎาคม 2019, 08:25:00 น.
ที่ผ่านมา ทรัมป์ได้แสดงออกอย่างเปิดเผยว่าค่อนข้างไม่พอใจรัฐมนตรีรอสส์ โดยเฉพาะในเรื่องการเจรจาการค้าที่ไม่ประสบความสำเร็จ

สำนักข่าวเอ็นบีซี รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ได้แจ้งต่อคนสนิทของเขาว่า เขากำลังพิจารณาที่จะสั่งปลดนายวิลเบอร์ รอสส์ รมว.พาณิชย์สหรัฐ ออกจากตำแหน่ง หลังจากที่ศาลฎีกาคัดค้านแผนของรัฐบาลในการระบุสถานะความเป็นพลเมืองของผู้ถูกสอบถามในแบบสำรวจสำมะโนประชากร

ทั้งนี้ ปธน.ทรัมป์ประสบความล้มเหลวในการเพิ่มคำถามดังกล่าวในแบบสำรวจสำมะโนประชากรประจำปี 2563  แต่ปธน.ทรัมป์ยืนยันว่า เขาจะไม่ละทิ้งความพยายามในการสำรวจจำนวนประชากรที่ไม่ได้เป็นพลเมืองสหรัฐ

ที่ผ่านมา ทรัมป์ได้แสดงออกอย่างเปิดเผยว่าค่อนข้างไม่พอใจรัฐมนตรีรอสส์ โดยเฉพาะในเรื่องการเจรจาการค้าที่ไม่ประสบความสำเร็จ ขณะที่สื่อหลายสำนักรายงานว่ามีหลายครั้งที่ทรัมป์พิจารณาว่าจะปลดรัฐมนตรีพาณิชย์วัย 81 ปีผู้นี้

ที่มา bangkokbiznews
tuinui Hero Member กระทู้: 4089
ที่ผ่านมา ทรัมป์ได้แสดงออกอย่างเปิดเผยว่าค่อนข้างไม่พอใจรัฐมนตรีรอสส์ โดยเฉพาะในเรื่องการเจรจาการค้าที่ไม่ประสบความสำเร็จ

สำนักข่าวเอ็นบีซี รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ได้แจ้งต่อคนสนิทของเขาว่า เขากำลังพิจารณาที่จะสั่งปลดนายวิลเบอร์ รอสส์ รมว.พาณิชย์สหรัฐ ออกจากตำแหน่ง หลังจากที่ศาลฎีกาคัดค้านแผนของรัฐบาลในการระบุสถานะความเป็นพลเมืองของผู้ถูกสอบถามในแบบสำรวจสำมะโนประชากร

ทั้งนี้ ปธน.ทรัมป์ประสบความล้มเหลวในการเพิ่มคำถามดังกล่าวในแบบสำรวจสำมะโนประชากรประจำปี 2563  แต่ปธน.ทรัมป์ยืนยันว่า เขาจะไม่ละทิ้งความพยายามในการสำรวจจำนวนประชากรที่ไม่ได้เป็นพลเมืองสหรัฐ

ที่ผ่านมา ทรัมป์ได้แสดงออกอย่างเปิดเผยว่าค่อนข้างไม่พอใจรัฐมนตรีรอสส์ โดยเฉพาะในเรื่องการเจรจาการค้าที่ไม่ประสบความสำเร็จ ขณะที่สื่อหลายสำนักรายงานว่ามีหลายครั้งที่ทรัมป์พิจารณาว่าจะปลดรัฐมนตรีพาณิชย์วัย 81 ปีผู้นี้

ที่มา bangkokbiznews
tuinui
16 กรกฎาคม 2019, 08:25:39 น.
สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ เสนอกฏหมายห้ามบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำสัญชาติสหรัฐ ดำเนินธุรกิจเหมือนเป็นสถาบันการเงิน หรือออกสกุลเงินดิจิทัล ขณะบิทคอยน์ดิ่ง10% แตะที่ 10,175 ดอลลาร์หลัง“ทรัมป์” ทวิตข้อความวิจารณ์สกุลเงินคริปโตเคอร์เรนซี

สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐพรรคเดโมแครต ซึ่งเป็นแกนนำในการประชุมคณะกรรมาธิการด้านการเงินของสภาผู้แทนราษฎ เสนอให้ออกกฏหมายเพื่อป้องกันบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของประเทศดำเนินธุรกิจแบบเดียวกับสถาบันการเงิน หรือ ธนาคาร ซึ่งรวมถึง การออกสกุลเงินดิจิทัลทั้งยังเสนอให้ออกกฏหมายปรับเงินผู้ที่ละเมิดกฏหมายวันละ 1 ล้านดอลลาร์

ข้อเสนอนี้เป็นความเคลื่อนไหวล่าสุดที่เกิดขึ้นในแวดวงส.ส.สหรัฐ ขณะที่มีกระแสต่อต้านและคัดค้านการออกเงินสกุลลิบราของเฟซบุ๊ค บริษัทสื่อสังคมออนไลน์ชั้นนำออกมาเป็นระยะๆ             

อย่างไรก็ตาม มีแนวโน้มว่าข้อเสนอนี้จะถูกคัดค้านอย่างหนักแน่นจากสมาชิกพรรครีพับลิกันในสภาผู้แทนราษฎรที่สนับสนุนด้านนวัตกรรม โดยร่างกฏหมายฉบับนี้ ที่เรียกว่า“กันบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ออกจากกฏหมายการเงิน”ระบุว่า บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของประเทศที่เสนอให้บริการแพลตฟอร์มการเงินออนไลน์ที่มีรายได้ต่อปีขั้้นต่ำ 25,000 ล้านดอลลาร์

การเคลื่อนไหวของสภาล่างสหรัฐ มีขึ้นหลังจากนายมาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ)เฟซบุ๊ค ประกาศผ่านโพสต์ว่า กำลังร่วมมือกับองค์กรอย่างน้อย 27 องค์กรในการจัดตั้งสกุลเงิน “ลิบรา” ขึ้น โดยระบุว่า จะเป็นสกุลเงินที่นำมาใช้จ่ายบริการต่างๆ ได้รวดเร็วเพื่อรองรับคนที่สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตแต่ไม่มีบัญชีธนาคาร และมีแผนจะเปิดตัวเงินสกุลนี้ภายในครึ่งแรกของปี 2563

ขณะที่เมื่อวันจันทร์(15ก.ค.)บิทคอยน์ร่วงลงแตะระดับ 9,872 ดอลลาร์อยู่ช่วงหนึ่ง ก่อนที่จะดีดตัวกลับไปที่ 10,175 ดอลลาร์ แม้จะยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด แต่ราคาบิทคอยน์เริ่มปรับตัวลงหลังปธน.ทรัมป์ได้วิพากษ์วิจารณ์บิทคอยน์และสกุลเงินคริปโตเคอร์เรนซีอื่น ๆ ทางทวิตเตอร์เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

ปธน.ทรัมป์ โพสต์ข้อความลงบนทวิตเตอร์ว่า “ผมไม่ใช่แฟนคลับของบิทคอยน์และสกุลเงินดิจิทัลอื่น ๆ ซึ่งไม่ใช่เงินจริง ๆ อีกทั้งมูลค่าของมันยังมีความผันผวนสูงและไม่มีหลักอ้างอิง” พร้อมเสริมว่า “สินทรัพย์คริปโตเคอร์เรนซีที่ไม่มีการกำกับดูแลอาจช่วยอำนวยความสะดวกให้กับพฤติกรรมผิดกฎหมายต่าง ๆ เช่น การค้ายาและเรื่องมิชอบอื่น ๆ ”

นอกจากนี้ ปธน.ทรัมป์ ยังระบุให้เฟซบุ๊คยื่นขอจัดตั้งธนาคารพาณิชย์ใหม่ที่มีใบอนุญาตให้ถูกต้อง หากต้องการจะทำหน้าที่เป็นธนาคารเสียเอง

ที่มา bangkokbiznews
tuinui Hero Member กระทู้: 4089
สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ เสนอกฏหมายห้ามบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำสัญชาติสหรัฐ ดำเนินธุรกิจเหมือนเป็นสถาบันการเงิน หรือออกสกุลเงินดิจิทัล ขณะบิทคอยน์ดิ่ง10% แตะที่ 10,175 ดอลลาร์หลัง“ทรัมป์” ทวิตข้อความวิจารณ์สกุลเงินคริปโตเคอร์เรนซี

สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐพรรคเดโมแครต ซึ่งเป็นแกนนำในการประชุมคณะกรรมาธิการด้านการเงินของสภาผู้แทนราษฎ เสนอให้ออกกฏหมายเพื่อป้องกันบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของประเทศดำเนินธุรกิจแบบเดียวกับสถาบันการเงิน หรือ ธนาคาร ซึ่งรวมถึง การออกสกุลเงินดิจิทัลทั้งยังเสนอให้ออกกฏหมายปรับเงินผู้ที่ละเมิดกฏหมายวันละ 1 ล้านดอลลาร์

ข้อเสนอนี้เป็นความเคลื่อนไหวล่าสุดที่เกิดขึ้นในแวดวงส.ส.สหรัฐ ขณะที่มีกระแสต่อต้านและคัดค้านการออกเงินสกุลลิบราของเฟซบุ๊ค บริษัทสื่อสังคมออนไลน์ชั้นนำออกมาเป็นระยะๆ             

อย่างไรก็ตาม มีแนวโน้มว่าข้อเสนอนี้จะถูกคัดค้านอย่างหนักแน่นจากสมาชิกพรรครีพับลิกันในสภาผู้แทนราษฎรที่สนับสนุนด้านนวัตกรรม โดยร่างกฏหมายฉบับนี้ ที่เรียกว่า“กันบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ออกจากกฏหมายการเงิน”ระบุว่า บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของประเทศที่เสนอให้บริการแพลตฟอร์มการเงินออนไลน์ที่มีรายได้ต่อปีขั้้นต่ำ 25,000 ล้านดอลลาร์

การเคลื่อนไหวของสภาล่างสหรัฐ มีขึ้นหลังจากนายมาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ)เฟซบุ๊ค ประกาศผ่านโพสต์ว่า กำลังร่วมมือกับองค์กรอย่างน้อย 27 องค์กรในการจัดตั้งสกุลเงิน “ลิบรา” ขึ้น โดยระบุว่า จะเป็นสกุลเงินที่นำมาใช้จ่ายบริการต่างๆ ได้รวดเร็วเพื่อรองรับคนที่สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตแต่ไม่มีบัญชีธนาคาร และมีแผนจะเปิดตัวเงินสกุลนี้ภายในครึ่งแรกของปี 2563

ขณะที่เมื่อวันจันทร์(15ก.ค.)บิทคอยน์ร่วงลงแตะระดับ 9,872 ดอลลาร์อยู่ช่วงหนึ่ง ก่อนที่จะดีดตัวกลับไปที่ 10,175 ดอลลาร์ แม้จะยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด แต่ราคาบิทคอยน์เริ่มปรับตัวลงหลังปธน.ทรัมป์ได้วิพากษ์วิจารณ์บิทคอยน์และสกุลเงินคริปโตเคอร์เรนซีอื่น ๆ ทางทวิตเตอร์เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

ปธน.ทรัมป์ โพสต์ข้อความลงบนทวิตเตอร์ว่า “ผมไม่ใช่แฟนคลับของบิทคอยน์และสกุลเงินดิจิทัลอื่น ๆ ซึ่งไม่ใช่เงินจริง ๆ อีกทั้งมูลค่าของมันยังมีความผันผวนสูงและไม่มีหลักอ้างอิง” พร้อมเสริมว่า “สินทรัพย์คริปโตเคอร์เรนซีที่ไม่มีการกำกับดูแลอาจช่วยอำนวยความสะดวกให้กับพฤติกรรมผิดกฎหมายต่าง ๆ เช่น การค้ายาและเรื่องมิชอบอื่น ๆ ”

นอกจากนี้ ปธน.ทรัมป์ ยังระบุให้เฟซบุ๊คยื่นขอจัดตั้งธนาคารพาณิชย์ใหม่ที่มีใบอนุญาตให้ถูกต้อง หากต้องการจะทำหน้าที่เป็นธนาคารเสียเอง

ที่มา bangkokbiznews
tuinui
16 กรกฎาคม 2019, 08:26:17 น.
สัญญาทองคำตลาดโคเม็กซ์ ส่งมอบเดือนส.ค.  ปรับตัวขึ้น 0.1%  ปิดที่  1,413.60 ดอลลาร์/ออนซ์

ทั้งนี้ รัฐบาลจีนเปิดเผยตัวเลขภาคการผลิต และยอดค้าปลีกที่สูงกว่าคาดการณ์ แต่เศรษฐกิจจีนโดยรวมมีการขยายตัวในไตรมาส 2 ต่ำสุดในรอบ 27 ปี โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (เอ็นบีเอส) รายงานว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ประจำไตรมาส 2/2562 ขยายตัว 6.2% เมื่อเทียบรายปี ซึ่งเป็นอัตราการขยายตัวต่ำสุดในรอบ 27 ปี และชะลอตัวลงจากไตรมาส 1 ที่มีการขยายตัว 6.4% โดยได้รับผลกระทบจากการทำสงครามระหว่างจีนและสหรัฐ

อย่างไรก็ดี เอ็นบีเอส รายงานว่า ยอดค้าปลีกพุ่งขึ้น 9.8% ในเดือนมิ.ย. เมื่อเทียบรายปี สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะขยายตัวเพียง 8.5% ส่วนยอดค้าปลีกในช่วงครึ่งปีแรก ขยายตัว 8.4% เมื่อเทียบรายปี โดยเพิ่มขึ้น 0.1% จากการขยายตัวในไตรมาสแรก

นอกจากนี้ การผลิตในภาคอุตสาหกรรมพุ่งขึ้น 6.3% ในเดือนมิ.ย. เมื่อเทียบรายปี โดยสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะขยายตัวเพียง 5.2%

ขณะเดียวกัน นักลงทุนจับตาตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐในสัปดาห์นี้ ซึ่งได้แก่ ยอดค้าปลีก และตัวเลขการผลิตในภาคอุตสาหกรรม รวมทั้งการเปิดเผยรายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจ หรือเบจบุ๊ค จากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ทั้ง 12 ภาคในวันพุธนี้

ที่มา bangkokbiznews
16 กรกฎาคม 2019, 08:26:17 น.
tuinui Hero Member กระทู้: 4089
สัญญาทองคำตลาดโคเม็กซ์ ส่งมอบเดือนส.ค.  ปรับตัวขึ้น 0.1%  ปิดที่  1,413.60 ดอลลาร์/ออนซ์

ทั้งนี้ รัฐบาลจีนเปิดเผยตัวเลขภาคการผลิต และยอดค้าปลีกที่สูงกว่าคาดการณ์ แต่เศรษฐกิจจีนโดยรวมมีการขยายตัวในไตรมาส 2 ต่ำสุดในรอบ 27 ปี โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (เอ็นบีเอส) รายงานว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ประจำไตรมาส 2/2562 ขยายตัว 6.2% เมื่อเทียบรายปี ซึ่งเป็นอัตราการขยายตัวต่ำสุดในรอบ 27 ปี และชะลอตัวลงจากไตรมาส 1 ที่มีการขยายตัว 6.4% โดยได้รับผลกระทบจากการทำสงครามระหว่างจีนและสหรัฐ

อย่างไรก็ดี เอ็นบีเอส รายงานว่า ยอดค้าปลีกพุ่งขึ้น 9.8% ในเดือนมิ.ย. เมื่อเทียบรายปี สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะขยายตัวเพียง 8.5% ส่วนยอดค้าปลีกในช่วงครึ่งปีแรก ขยายตัว 8.4% เมื่อเทียบรายปี โดยเพิ่มขึ้น 0.1% จากการขยายตัวในไตรมาสแรก

นอกจากนี้ การผลิตในภาคอุตสาหกรรมพุ่งขึ้น 6.3% ในเดือนมิ.ย. เมื่อเทียบรายปี โดยสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะขยายตัวเพียง 5.2%

ขณะเดียวกัน นักลงทุนจับตาตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐในสัปดาห์นี้ ซึ่งได้แก่ ยอดค้าปลีก และตัวเลขการผลิตในภาคอุตสาหกรรม รวมทั้งการเปิดเผยรายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจ หรือเบจบุ๊ค จากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ทั้ง 12 ภาคในวันพุธนี้

ที่มา bangkokbiznews
tuinui
16 กรกฎาคม 2019, 16:38:06 น.
“โดนัลด์ ทรัมป์” ออกมาโจมตีกลุ่มสมาชิกสภาหญิงจากเดโมแครตอีกรอบ ลั่นถ้าอยู่อเมริกาแล้วไม่มีความสุขก็ไปอยู่ประเทศอื่น

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐ แถลงที่ทำเนียบขาวในวันจันทร์ (15 ก.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น โดยออกมาปกป้องตนเอง หลังถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักต่อกรณีกล่าวโจมตีสมาชิกสภาคองเกรสหญิงสังกัดพรรคเดโมแครต 4 คนว่า ไม่กังวลหากคนทั่วไปคิดว่าข้อความบนทวิตเตอร์ของเขาที่พูดถึงส.ส.หญิงทั้ง 4 คนนั้น เป็นการเหยียดผิว พร้อมย้ำคำกล่าวหาที่เคยระบุว่าพวกเธอนั้น “ชังชาติ”

“ถ้าคุณเกลียดประเทศของเรานัก ถ้าอยู่ที่นี่แล้วคุณไม่มีความสุุข คุณสามารถออกไปได้เลย” นายทรัมป์กล่าวระหว่างร่วมกิจกรรมในทำเนียบขาวที่จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมการผลิตของสหรัฐ ซึ่งเขาได้ใช้โอกาสนี้เดินชมเรือ จักรยานยนต์ และผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ที่ผลิตในประเทศ แต่ความคิดเห็นเกี่ยวกับสมาชิกสภาคองเกรสหญิงกลับขโมยซีนกิจกรรมนี้ไปโดยสิ้นเชิง

“ถ้าคุณไม่มีความสุขในสหรัฐอย่างที่พวกคุณคร่ำครวญมาตลอด ง่าย ๆ เลย คุณก็ออกไปสิ” ผู้นำสหรัฐกล่าว เรียกเสียงปรบมือจากฝูงชนบางส่วน “คุณสามารถออกไปได้ ตอนนี้เลย ผมไม่แน่ใจว่าจะมีใครคิดถึงพวกเธอไหม”

เมื่อนักข่าวถามนายทรัมป์ว่ารู้สึกกังวลหรือไม่ว่าอาจมีคนบางส่วนมองข้อความที่เขาทวีตเป็นการเหยียดผิว เขาตอบว่าไม่รู้สึกกังวล “มันไม่ได้ทำให้ผมกังวล เพราะมีคนมากมายที่เห็นด้วยกับผม”

สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา นายทรัมป์ทวีตโจมตีสมาชิกสภาชนกลุ่มน้อย 4 คนที่ได้รับเลือกเข้าสู่คองเกรสเป็นสมัยแรก หรือที่รู้จักกันในนาม “เดอะ สควอด” โดยไล่กลับไปยังประเทศบ้านเกิด แม้เกือบทั้งหมดจะเกิดในสหรัฐแต่มีเชื้อสายต่างด้าวก็ตาม

ผู้นำสหรัฐไม่ได้ระบุชื่อ แต่พาดพิงถึง “สมาชิกคองเกรสสตรีพรรคเดโมแครตหัวก้าวหน้า” ซึ่งน่าจะหมายถึงกลุ่ม ส.ส.หญิงหน้าใหม่ที่ยังอายุค่อนข้างน้อย หัวเสรี และหลากเชื้อชาติ ได้แก่ ส.ส.อเล็กซานเดรีย โอคาซิโอ-คอร์เตซ จากรัฐนิวยอร์ก ส.ส.อิลฮาน โอมาร์ จากรัฐมินนิโซตา ส.ส.ราชิดา ทาลิบ จากรัฐมิชิแกน และส.ส.อยานา เพรสลีย์ จากรัฐแมสซาชูเซตส์

ที่มา bangkokbiznews
tuinui Hero Member กระทู้: 4089
“โดนัลด์ ทรัมป์” ออกมาโจมตีกลุ่มสมาชิกสภาหญิงจากเดโมแครตอีกรอบ ลั่นถ้าอยู่อเมริกาแล้วไม่มีความสุขก็ไปอยู่ประเทศอื่น

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐ แถลงที่ทำเนียบขาวในวันจันทร์ (15 ก.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น โดยออกมาปกป้องตนเอง หลังถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักต่อกรณีกล่าวโจมตีสมาชิกสภาคองเกรสหญิงสังกัดพรรคเดโมแครต 4 คนว่า ไม่กังวลหากคนทั่วไปคิดว่าข้อความบนทวิตเตอร์ของเขาที่พูดถึงส.ส.หญิงทั้ง 4 คนนั้น เป็นการเหยียดผิว พร้อมย้ำคำกล่าวหาที่เคยระบุว่าพวกเธอนั้น “ชังชาติ”

“ถ้าคุณเกลียดประเทศของเรานัก ถ้าอยู่ที่นี่แล้วคุณไม่มีความสุุข คุณสามารถออกไปได้เลย” นายทรัมป์กล่าวระหว่างร่วมกิจกรรมในทำเนียบขาวที่จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมการผลิตของสหรัฐ ซึ่งเขาได้ใช้โอกาสนี้เดินชมเรือ จักรยานยนต์ และผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ที่ผลิตในประเทศ แต่ความคิดเห็นเกี่ยวกับสมาชิกสภาคองเกรสหญิงกลับขโมยซีนกิจกรรมนี้ไปโดยสิ้นเชิง

“ถ้าคุณไม่มีความสุขในสหรัฐอย่างที่พวกคุณคร่ำครวญมาตลอด ง่าย ๆ เลย คุณก็ออกไปสิ” ผู้นำสหรัฐกล่าว เรียกเสียงปรบมือจากฝูงชนบางส่วน “คุณสามารถออกไปได้ ตอนนี้เลย ผมไม่แน่ใจว่าจะมีใครคิดถึงพวกเธอไหม”

เมื่อนักข่าวถามนายทรัมป์ว่ารู้สึกกังวลหรือไม่ว่าอาจมีคนบางส่วนมองข้อความที่เขาทวีตเป็นการเหยียดผิว เขาตอบว่าไม่รู้สึกกังวล “มันไม่ได้ทำให้ผมกังวล เพราะมีคนมากมายที่เห็นด้วยกับผม”

สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา นายทรัมป์ทวีตโจมตีสมาชิกสภาชนกลุ่มน้อย 4 คนที่ได้รับเลือกเข้าสู่คองเกรสเป็นสมัยแรก หรือที่รู้จักกันในนาม “เดอะ สควอด” โดยไล่กลับไปยังประเทศบ้านเกิด แม้เกือบทั้งหมดจะเกิดในสหรัฐแต่มีเชื้อสายต่างด้าวก็ตาม

ผู้นำสหรัฐไม่ได้ระบุชื่อ แต่พาดพิงถึง “สมาชิกคองเกรสสตรีพรรคเดโมแครตหัวก้าวหน้า” ซึ่งน่าจะหมายถึงกลุ่ม ส.ส.หญิงหน้าใหม่ที่ยังอายุค่อนข้างน้อย หัวเสรี และหลากเชื้อชาติ ได้แก่ ส.ส.อเล็กซานเดรีย โอคาซิโอ-คอร์เตซ จากรัฐนิวยอร์ก ส.ส.อิลฮาน โอมาร์ จากรัฐมินนิโซตา ส.ส.ราชิดา ทาลิบ จากรัฐมิชิแกน และส.ส.อยานา เพรสลีย์ จากรัฐแมสซาชูเซตส์

ที่มา bangkokbiznews
1 2 3 ... 32

Navigation



Who is online
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูบอร์ดนี้
banner
FBS