busforex

เข้าสู่ระบบ



คงสถานะการเข้าระบบไว้ตลอด
banner
banner
Exness Broker Forex
โบนัส 10 ปี XM
แจกซิก Forex Signal

บทวิเคราะห์ฟอเร็กซ์และคริปโตเคอเรนซี 8 - 12 กรกฎาคม 2019 จาก NordFX

ตอบ4 อ่าน306
แชร์กระทู้นี้
tuinui
08 กรกฎาคม 2019, 08:32:16 น.
สำหรับบทวิเคราะห์ของสัปดาห์นี้ เราได้สรุปความเห็นของบรรดานักวิเคราะห์มากมาย รวมถึงคำคาดการณ์ที่วิเคราะห์จากพื้นฐานทางเทคนิคและสถิติกราฟต่างๆ โดยเราสามารถสรุปผลวิเคราะห์ได้ดังต่อไปนี้:

    EUR/USD

ตลาดตอบสนองด้วยความสนใจอย่างล้นหลามต่อสถิติแรงงานสหรัฐฯ ของเดือนมิถุนายน ผู้เชี่ยวชาญหลายคนมองว่าสถิติเหล่านี้อาจส่งอิทธิพลต่อการตัดสินใจของธนคารเฟดเกี่ยวกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ย ตามคำนายระบุว่าการตัดสินใจนี้อาจเกิดขึ้นที่การประชุมธนาคารเฟดวันที่ 31 กรกฎาคมนี้ ในขณะที่ตัวเลขดัชนี NFP ที่มีค่าต่ำจะยิ่งส่งผลเพิ่มความเป็นไปได้ในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยที่ 25 หรือแม้แต่ 50 จุด แต่ตามที่ได้ระบุข้างต้น ตัวเลขดัชนี NFP เพิ่มสูงขึ้นกว่า 3 เท่า และชี้ให้เห็นว่าสถานการณ์เศรษฐกิจในสหรัฐฯ ไม่ได้มีความรุนแรงมากนัก ดังนั้นเหตุใดจึงต้องใช้นโยบายผ่อนคลายและยอมทิ้งเงินถูกๆ โดยใช่เหตุ? นักลงทุนจะพยายามหาคำตอบต่อคำถามนี้จากแถลงการณ์ของนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารเฟดในวันที่ 9, 10 และ 11 กรกฎาคม รวมถึงจะรออ่านบันทึกสรุปผลการประชุมธนาคารฯ ในวันพุธที่ 10 กรกฎาคม

    การประชุมธนาคารกลางยุโรปจะมีขึ้นในวันพุธนี้ ตลาดคาดหมายว่าธนาคารกลางยุโรปจะมีการใช้มาตรการเพิ่มเติมเพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของอียู โดยวันชี้ชะตาคือวันที่ 25 กรกฎาคม

    โดยท่าทีจะเป็นไปในทิศทางใดยังคงไม่ปรากฏความชัดเจน การปรับใช้นโยบายทางการเงินที่ผ่อนคลายโดยธนาคารเฟดอาจส่งผลให้เงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนแอลง ในขณะที่การใช้นโยบายที่คล้ายกันโดยธนาคารกลางยุโรปก็จะกดให้ค่าเงินยูโรต่ำลงเช่นกัน และทั้งสองสิ่งนี้อาจเกิดขึ้นพร้อมกัน ข้อสังเกตประการหนึ่งคือ ผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลเยอรมนีรอบ 30 ปีให้ผลตอบแทนที่ลดลงอยู่ที่จุดฐาน ซึ่งบังเอิญตรงกับอัตราการให้ผลตอบแทนของพันธบัตรสหรัฐฯ รอบ 30 ปีเช่นกัน

    ทั้งนี้ต้องขอกล่าวเล็กน้อยเกี่ยวกับเยอรมนี เยอรมนีจะประกาศสถิติเศรษฐกิจมหภาคชุดหนึ่งในวันจันทร์ที่ 8 กรกฎาคม ซึ่งรวมถึงสถิติดุลการค้าประจำเดือนพฤษภาคม ตามคำทำนายชี้ว่าตัวเลขอาจเป็นบวกซึ่งน่าจะส่งผลดีต่อค่าเงินยูโรเล็กน้อย

    อย่างไรก็ตาม 60% ของผู้เชี่ยวชาญยังคงเชื่อว่าราคายังไม่ขยับถึงระดับต่ำสุดในกรอบและคาดการณ์ว่าจะได้เห็นราคาคู่นี้ในโซน 1.1100-1.1185 ในส่วนดัชนีเทรนด์ 90% และออสซิลเลเตอร์ 80% ในกรอบ H4 และ D1 เห็นด้วยภาพการณ์นี้ สำหรับนักวิเคราะห์อีก 40% ที่เหลือมองว่าราคาไม่น่าจะสามารถตัดทะลุระดับแนวรับที่โซน 1.1185 ได้สำเร็จและน่าจะกลับไปสู่ระดับ 1.1275-1.1320 โดยมีเป้าหมายถัดไปอยู่ที่ 1.1350 และ 1.1400 ทั้งนี้ควรคำนึงว่าเมื่อปรับไปพิจารณาคำทำนายในรอบเดือน จำนวนผู้สนับสนุนแนวโน้มตลาดกระทิงในบรรดากลุ่มผู้เชี่ยวชาญเพิ่มขึ้นจาก 40% เป็น 65% ซึ่งได้รับการสนับสนุนโดยออสซิลเลเตอร์จำนวน 20% ที่ขณะนี้อยู่ในโซน oversold

 



    GBP/USD

แม้ว่าจะมีแถลงการณ์โดยนายมาร์ค คาร์นีย์ ประธานธนาคารแห่งชาติอังกฤษ ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่ยังเชื่อว่าอัตราดอกเบี้ยของเงินปอนด์จะไม่มีการปรับลดในวันที่ 1 สิงหาคมหรือแม้แต่วันที่ 19 กันยายน ความหวังที่จะเกิดการแยกตัวเบร็กซิตแบบ “อ่อนโยน” ยังคงไม่เลือนลาง ซึ่งความหวังนี้คือสิ่งที่ช่วยหนุนค่าเงินปอนด์ของอังกฤษแม้จะเพียงเล็กน้อย อีกหนึ่งปัจจัยเชิงบวกต่อเงินปอนด์คือ ณ ขณะนี้ เงินปอนด์ได้ขยับถึงโซนต่ำสุดในรอบสามสัปดาห์ นี่คือเหตุผลว่าทำไมผู้เชี่ยวชาญจำนวน 60% ถึงคาดการณ์ว่าราคาจะรีบาวด์กลับขึ้นมาและจะรักษาระดับอยู่ในช่วง 1.1250-1.2750 โดยมีระดับแนวต้านที่ใกล้ที่สุดที่ 1.2570 และ 1.2700

    ในส่วนนักวิเคราะห์จำนวน 40% ซึ่งสนับสนุนโดยการวิเคราะห์กราฟในกรอบ D1 มีความเห็นในทางตรงกันข้าม โดยมองว่าราคาคู่นี้น่าจะขยับลงมายังจุดต่ำสุดของเดือนธันวาคมปี 2018 - มกราคม 2019 ที่โซน 1.2405-1.2475

    สำหรับดัชนีส่วนใหญ่ต่างให้สัญญาณเป็นสีแดงทั้งในกรอบ H4 และ D1 อย่างไรก็ดี มีออสซิลเลเตอร์แล้ว 15% ที่ให้สัญญาณว่าราคาอยู่ในช่วง oversold

    USD/JPY

ความสนใจในค่าเงินเยนเริ่มอ่อนตัวลงท่ามกลางเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้นและความน่าดึงดูดที่เพิ่มขึ้นในการถือสินทรัพย์ความเสี่ยงสูง แต่ก็มีนักวิเคราะห์เพียง 40% เท่านั้นที่คาดการณ์ว่าราคาจะสามารถตัดทะลุระดับแนวต้านที่ช่วง 108.50-108.80 และไต่ขึ้นไปถึงช่วง 109.00-109.60 ได้สำเร็จ ในส่วนผู้เชี่ยวชาญอีก 60% ที่เหลือเชื่อว่าราคาจะขยับในช่องด้านข้างอยู่สักระยะหนึ่งที่ 107.55-108.50 โดยจะพยายามตัดทะลุกรอบด้านล่างและหากทำได้สำเร็จ ราคาจะลดตัวจมลงไปที่ระดับ 106.75% ในส่วนออสซิลเลเตอร์จำนวน 15% ในกรอบ H4 และ D1 ซึ่งอยู่ในโซน overbought ให้สัญญาณว่ามีโอกาสที่การเคลื่อนที่ของราคาจะเป็นไปในทิศทางขาลง

    คริปโตเคอเรนซี

โดยทั่วไป ข่าวสารต่างๆ ค่อนข้างเป็นบวกในตลาดเงินคริปโต ทั้งบิทคอยน์และเงินคริปโตสกุลอื่นๆ ยังคงดึงดูดนักลงทุนรายใหญ่ผู้มีประสบการณ์ เช่น ตามรายงานของ Bloomberg ระบุว่าเศรษฐีพันล้าน นายเฮนรี อาร์ คราวิส อายุ 75 ปี ก็ไม่อาจต้านทานได้และไม่นานมานี้ก็ได้ผันตัวมาเป็นนักลงทุนในกองทุนคริปโตเคอเรนซีของ ParaFi Capital ความสนใจในเงินบิทคอยน์พุ่งกระฉูดในช่วงเดือน 17 เดือนที่ผ่านมา โดยตัวเลขการค้นหาเกี่ยวกับบิทคอยน์บน Google สูงกว่าคำค้นหาเกี่ยวกับนายโดนัลด์ ทรัมป์ และคิม คาร์ดาเชียน ที่เคยรักษาตำแหน่งอันดับหนึ่งและอันดับสอง แม้แต่รัฐบาลจีนเองก็ได้ปรับเปลี่ยนทัศนคติต่อคริปโตเคอเรนซี ในรายงานฉบับหนึ่งของ Xinhua ซึ่งเป็นหน่วยงานข้อมูลทางการของจีนระบุว่าบิทคอยน์ถือเป็นสินทรัพย์ที่มีคุณสมบัติเป็น “ที่หลบภัย” ที่สมบูรณ์แบบสำหรับนักลงทุน

    คำทำนายในทางบวกยังคงเหมือนเช่นเคย: $50,000-100,000 ต่อเหรียญ BTC ภายในระยะเวลาหนึ่งปีครึ่งหลังจากนี้ ในขณะเดียวกับ “การปรับตัว” ขาลงมีความเป็นไปได้โดยอาจปรับตัวถึง 50% หรือมากกว่า ในระหว่างนี้ ผู้เชี่ยวชาญจำนวน 30% กล่าวว่าราคา BTC/USD อาจตกลงมาที่ระดับแนวรับ $9,200 ในส่วนอีก 40% คาดการณ์ว่าราคาจะขยับขึ้นสู่ระดับ $14,000 และอีก 30% ระบุถึงการเคลื่อนที่ในช่วงด้านข้างที่ $9,725-12,200
tuinui Hero Member กระทู้: 4089
สำหรับบทวิเคราะห์ของสัปดาห์นี้ เราได้สรุปความเห็นของบรรดานักวิเคราะห์มากมาย รวมถึงคำคาดการณ์ที่วิเคราะห์จากพื้นฐานทางเทคนิคและสถิติกราฟต่างๆ โดยเราสามารถสรุปผลวิเคราะห์ได้ดังต่อไปนี้:

    EUR/USD

ตลาดตอบสนองด้วยความสนใจอย่างล้นหลามต่อสถิติแรงงานสหรัฐฯ ของเดือนมิถุนายน ผู้เชี่ยวชาญหลายคนมองว่าสถิติเหล่านี้อาจส่งอิทธิพลต่อการตัดสินใจของธนคารเฟดเกี่ยวกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ย ตามคำนายระบุว่าการตัดสินใจนี้อาจเกิดขึ้นที่การประชุมธนาคารเฟดวันที่ 31 กรกฎาคมนี้ ในขณะที่ตัวเลขดัชนี NFP ที่มีค่าต่ำจะยิ่งส่งผลเพิ่มความเป็นไปได้ในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยที่ 25 หรือแม้แต่ 50 จุด แต่ตามที่ได้ระบุข้างต้น ตัวเลขดัชนี NFP เพิ่มสูงขึ้นกว่า 3 เท่า และชี้ให้เห็นว่าสถานการณ์เศรษฐกิจในสหรัฐฯ ไม่ได้มีความรุนแรงมากนัก ดังนั้นเหตุใดจึงต้องใช้นโยบายผ่อนคลายและยอมทิ้งเงินถูกๆ โดยใช่เหตุ? นักลงทุนจะพยายามหาคำตอบต่อคำถามนี้จากแถลงการณ์ของนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารเฟดในวันที่ 9, 10 และ 11 กรกฎาคม รวมถึงจะรออ่านบันทึกสรุปผลการประชุมธนาคารฯ ในวันพุธที่ 10 กรกฎาคม

    การประชุมธนาคารกลางยุโรปจะมีขึ้นในวันพุธนี้ ตลาดคาดหมายว่าธนาคารกลางยุโรปจะมีการใช้มาตรการเพิ่มเติมเพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของอียู โดยวันชี้ชะตาคือวันที่ 25 กรกฎาคม

    โดยท่าทีจะเป็นไปในทิศทางใดยังคงไม่ปรากฏความชัดเจน การปรับใช้นโยบายทางการเงินที่ผ่อนคลายโดยธนาคารเฟดอาจส่งผลให้เงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนแอลง ในขณะที่การใช้นโยบายที่คล้ายกันโดยธนาคารกลางยุโรปก็จะกดให้ค่าเงินยูโรต่ำลงเช่นกัน และทั้งสองสิ่งนี้อาจเกิดขึ้นพร้อมกัน ข้อสังเกตประการหนึ่งคือ ผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลเยอรมนีรอบ 30 ปีให้ผลตอบแทนที่ลดลงอยู่ที่จุดฐาน ซึ่งบังเอิญตรงกับอัตราการให้ผลตอบแทนของพันธบัตรสหรัฐฯ รอบ 30 ปีเช่นกัน

    ทั้งนี้ต้องขอกล่าวเล็กน้อยเกี่ยวกับเยอรมนี เยอรมนีจะประกาศสถิติเศรษฐกิจมหภาคชุดหนึ่งในวันจันทร์ที่ 8 กรกฎาคม ซึ่งรวมถึงสถิติดุลการค้าประจำเดือนพฤษภาคม ตามคำทำนายชี้ว่าตัวเลขอาจเป็นบวกซึ่งน่าจะส่งผลดีต่อค่าเงินยูโรเล็กน้อย

    อย่างไรก็ตาม 60% ของผู้เชี่ยวชาญยังคงเชื่อว่าราคายังไม่ขยับถึงระดับต่ำสุดในกรอบและคาดการณ์ว่าจะได้เห็นราคาคู่นี้ในโซน 1.1100-1.1185 ในส่วนดัชนีเทรนด์ 90% และออสซิลเลเตอร์ 80% ในกรอบ H4 และ D1 เห็นด้วยภาพการณ์นี้ สำหรับนักวิเคราะห์อีก 40% ที่เหลือมองว่าราคาไม่น่าจะสามารถตัดทะลุระดับแนวรับที่โซน 1.1185 ได้สำเร็จและน่าจะกลับไปสู่ระดับ 1.1275-1.1320 โดยมีเป้าหมายถัดไปอยู่ที่ 1.1350 และ 1.1400 ทั้งนี้ควรคำนึงว่าเมื่อปรับไปพิจารณาคำทำนายในรอบเดือน จำนวนผู้สนับสนุนแนวโน้มตลาดกระทิงในบรรดากลุ่มผู้เชี่ยวชาญเพิ่มขึ้นจาก 40% เป็น 65% ซึ่งได้รับการสนับสนุนโดยออสซิลเลเตอร์จำนวน 20% ที่ขณะนี้อยู่ในโซน oversold

 



    GBP/USD

แม้ว่าจะมีแถลงการณ์โดยนายมาร์ค คาร์นีย์ ประธานธนาคารแห่งชาติอังกฤษ ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่ยังเชื่อว่าอัตราดอกเบี้ยของเงินปอนด์จะไม่มีการปรับลดในวันที่ 1 สิงหาคมหรือแม้แต่วันที่ 19 กันยายน ความหวังที่จะเกิดการแยกตัวเบร็กซิตแบบ “อ่อนโยน” ยังคงไม่เลือนลาง ซึ่งความหวังนี้คือสิ่งที่ช่วยหนุนค่าเงินปอนด์ของอังกฤษแม้จะเพียงเล็กน้อย อีกหนึ่งปัจจัยเชิงบวกต่อเงินปอนด์คือ ณ ขณะนี้ เงินปอนด์ได้ขยับถึงโซนต่ำสุดในรอบสามสัปดาห์ นี่คือเหตุผลว่าทำไมผู้เชี่ยวชาญจำนวน 60% ถึงคาดการณ์ว่าราคาจะรีบาวด์กลับขึ้นมาและจะรักษาระดับอยู่ในช่วง 1.1250-1.2750 โดยมีระดับแนวต้านที่ใกล้ที่สุดที่ 1.2570 และ 1.2700

    ในส่วนนักวิเคราะห์จำนวน 40% ซึ่งสนับสนุนโดยการวิเคราะห์กราฟในกรอบ D1 มีความเห็นในทางตรงกันข้าม โดยมองว่าราคาคู่นี้น่าจะขยับลงมายังจุดต่ำสุดของเดือนธันวาคมปี 2018 - มกราคม 2019 ที่โซน 1.2405-1.2475

    สำหรับดัชนีส่วนใหญ่ต่างให้สัญญาณเป็นสีแดงทั้งในกรอบ H4 และ D1 อย่างไรก็ดี มีออสซิลเลเตอร์แล้ว 15% ที่ให้สัญญาณว่าราคาอยู่ในช่วง oversold

    USD/JPY

ความสนใจในค่าเงินเยนเริ่มอ่อนตัวลงท่ามกลางเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้นและความน่าดึงดูดที่เพิ่มขึ้นในการถือสินทรัพย์ความเสี่ยงสูง แต่ก็มีนักวิเคราะห์เพียง 40% เท่านั้นที่คาดการณ์ว่าราคาจะสามารถตัดทะลุระดับแนวต้านที่ช่วง 108.50-108.80 และไต่ขึ้นไปถึงช่วง 109.00-109.60 ได้สำเร็จ ในส่วนผู้เชี่ยวชาญอีก 60% ที่เหลือเชื่อว่าราคาจะขยับในช่องด้านข้างอยู่สักระยะหนึ่งที่ 107.55-108.50 โดยจะพยายามตัดทะลุกรอบด้านล่างและหากทำได้สำเร็จ ราคาจะลดตัวจมลงไปที่ระดับ 106.75% ในส่วนออสซิลเลเตอร์จำนวน 15% ในกรอบ H4 และ D1 ซึ่งอยู่ในโซน overbought ให้สัญญาณว่ามีโอกาสที่การเคลื่อนที่ของราคาจะเป็นไปในทิศทางขาลง

    คริปโตเคอเรนซี

โดยทั่วไป ข่าวสารต่างๆ ค่อนข้างเป็นบวกในตลาดเงินคริปโต ทั้งบิทคอยน์และเงินคริปโตสกุลอื่นๆ ยังคงดึงดูดนักลงทุนรายใหญ่ผู้มีประสบการณ์ เช่น ตามรายงานของ Bloomberg ระบุว่าเศรษฐีพันล้าน นายเฮนรี อาร์ คราวิส อายุ 75 ปี ก็ไม่อาจต้านทานได้และไม่นานมานี้ก็ได้ผันตัวมาเป็นนักลงทุนในกองทุนคริปโตเคอเรนซีของ ParaFi Capital ความสนใจในเงินบิทคอยน์พุ่งกระฉูดในช่วงเดือน 17 เดือนที่ผ่านมา โดยตัวเลขการค้นหาเกี่ยวกับบิทคอยน์บน Google สูงกว่าคำค้นหาเกี่ยวกับนายโดนัลด์ ทรัมป์ และคิม คาร์ดาเชียน ที่เคยรักษาตำแหน่งอันดับหนึ่งและอันดับสอง แม้แต่รัฐบาลจีนเองก็ได้ปรับเปลี่ยนทัศนคติต่อคริปโตเคอเรนซี ในรายงานฉบับหนึ่งของ Xinhua ซึ่งเป็นหน่วยงานข้อมูลทางการของจีนระบุว่าบิทคอยน์ถือเป็นสินทรัพย์ที่มีคุณสมบัติเป็น “ที่หลบภัย” ที่สมบูรณ์แบบสำหรับนักลงทุน

    คำทำนายในทางบวกยังคงเหมือนเช่นเคย: $50,000-100,000 ต่อเหรียญ BTC ภายในระยะเวลาหนึ่งปีครึ่งหลังจากนี้ ในขณะเดียวกับ “การปรับตัว” ขาลงมีความเป็นไปได้โดยอาจปรับตัวถึง 50% หรือมากกว่า ในระหว่างนี้ ผู้เชี่ยวชาญจำนวน 30% กล่าวว่าราคา BTC/USD อาจตกลงมาที่ระดับแนวรับ $9,200 ในส่วนอีก 40% คาดการณ์ว่าราคาจะขยับขึ้นสู่ระดับ $14,000 และอีก 30% ระบุถึงการเคลื่อนที่ในช่วงด้านข้างที่ $9,725-12,200
banner
banner
banner
banner
banner
banner
tuinui
15 กรกฎาคม 2019, 11:40:39 น.

    EUR/USD ตลาดยังคงเต็มไปด้วยความคาดหวังว่าธนาคารเฟดสหรัฐฯ จะทำการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในอนาคตอันใกล้นี้และธนาคารกลางยุโรปจะใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย ทั้งนี้ ระหว่างยูโรและดอลลาร์ ฝ่ายใดจะเป็นต่อมากกว่ากัน และน้ำหนักจะเทไปในทิศทางใด?

    ในการประชุมครั้งล่าสุดของธนาคารกลางยุโรประบุว่าพบความเสี่ยงสูงในการเติบโตทางเศรษฐกิจที่จะชะลอตัว และหากสถานการณ์ไม่พัฒนาในทางที่ดีขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ (และจะพัฒนาดีขึ้นได้อย่างไร?) ธนาคารกลางยุโรปก็เตรียมพร้อมที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยและเพิ่มปริมาณการซื้อพันธบัตรภายใต้นโยบายผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวอาจไม่ประกาศออกมาในวันที่ 25 กรกฎาคม อย่างไรก็ตาม กำหนดการประชุมของธนาคารกลางยุโรปในวันที่ 25 อาจจะช่วยเพิ่มความชัดเจนได้บ้างไม่มากก็น้อย

    สำหรับฝั่งสหรัฐฯ มีความเป็นไปได้ที่จะใช้นโยบายทางการเงินแบบผ่อนคลายเช่นกัน ซึ่งนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารเฟดจะออกมาแถลงในเรื่องนี้ในวันอังคารที่ 16 กรกฎาคมในที่ประชุม ณ กรุงปารีส โดยเขาจะอ่านรายงานภาพรวมนโยบายทางการเงินในยุคหลังวิกฤติการณ์และน้ำหนักของรายงานฉบับนี้อาจส่งอิทธิพลอย่างสูงต่ออัตราแลกเปลี่ยนเงินดอลลาร์

    อีกหนึ่งเหตุการณ์ที่สำคัญที่อาจส่งผลต่อคู่สกุลเงินดอลลาร์ คือ การประกาศสถิติอัตราการเติบโตของ GDP ประเทศจีนในไตรมาสที่ 2 ของปี 2019 ซึ่งจะประกาศในวันจันทร์ที่ 15 กรกฎาคม และผู้เชี่ยวชาญหลายคนคาดการณ์ว่าอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจจีนจะชะลอตัวเป็นอย่างมาก ซึ่งจะยิ่งส่งผลดีเป็นอย่างยิ่งต่อค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ

    สำหรับดัชนีเทรนด์และออสซิลเลเตอร์ยังคงอยู่ในช่วงกำกวมทั้งในกรอบ H4 และ D1: หากสัญญาณเป็นสีเขียวในกรอบ H4 จะพบว่าสัญญาณจะเป็นในทางตรงกันข้ามในกรอบรายวัน

    คำทำนายของผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่ (65%) ให้สัญญาณสีแดงเช่นกัน พวกเขาคาดการณ์ว่าค่าเงินดอลลาร์จะแข็งค่าขึ้นต่อไปและราคาจะขยับมาที่โซน 1.1150-1.1200 โดยเป้าหมายถัดไปของแนวโน้มตลาดหมีอยู่ที่โซน 1.1100-1.1115 สำหรับฝั่งตลาดกระทิงวางเป้าหมายว่าราคาจะขยับขึ้นไปที่ช่วง 1.1350-1.1410

 


    GBP/USD สถิติตลาดแรงงาน อัตราการเติบโตของค่าจ้าง และอัตราการว่างงานในสหราชอาณาจักรจะประกาศออกมาในวันอังคารที่ 16 กรกฎาคม และในวันพุธที่ 17 กรกฎาคม เราจะได้ทราบตัวเลขระดับเงินเฟ้อ โดยผู้เชี่ยวชาญไม่คาดการณ์ว่าจะมีสถิติที่น่าประหลาดใจใดๆ จากรายงานเหล่านี้

    ณ ขณะนี้ มีนักวิเคราะห์จำนวน 60% ซึ่งได้รับการสนับสนุนโดยการวิเคราะห์กราฟและดัชนีส่วนใหญ่ในกรอบ D1 คาดการณ์ว่าค่าเงินปอนด์จะทดสอบระดับแนวรับที่ 1.2440 อีกครั้งและหากตัดทะลุได้สำเร็จ ราคาจะตกลงมาที่จุดต่ำสุดของวันที่ 3 มกราคม 2019 ที่ระดับ 1.2405

    สำหรับผู้เชี่ยวชาญอีก 40% ที่เหลือแนะนำให้นักเทรดเปิดตำแหน่งซื้อ โดยมีเหตุผลรองรับสองประการหลักก็คือ โอกาสการทำกำไรในพันธบัตรรัฐบาลที่เพิ่มขึ้นในสหราชอาณาจักรและสหรัฐฯ และราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูง ทั้งสองปัจจัยนี้ควรเสริมแรงสนับสนุนให้กับค่าเงินปอนด์ โดยมีระดับแนวต้านที่ใกล้ที่สุดอยู่ที่ 1.2755, และแนวต้านถัดไปที่ 1.2825

    USD / JPY เป็นที่ทราบกันดีว่าอัตราแลกเปลี่ยนคู่นี้มีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ และเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ดัชนี Dow Jones Industrial Average ตัดผ่านระดับ 27.0000 และขยับถึงระดับ 27.330 เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ดังนั้นราคาคู่นี้อาจขยับขึ้นไปที่โซน 108.50-109.00 จากเหตุการณ์ดังกล่าว โดยมีเป้าหมายถัดไปที่ 109.65 อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์เพียง 30% โหวตให้กับคำทำนายนี้ ในขณะที่ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่ (70%) ซึ่งสนับสนุนโดยดัชนีเทรนด์จำนวน 90% ในกรอบ D1 คาดการณ์ว่าราคาจะปรับลดลงมาที่ระดับต่ำสุดของเดือนมิถุนายนที่บริเวณ 106.75-107.00 สำหรับการวิเคราะห์กราฟในกรอบ D1 ให้ภาพการเคลื่อนที่ด้านข้างในช่วง 107.70-109.00 โดยมีแนวโน้มกระทิงปกคลุมเป็นหลัก

    คริปโตเคอเรนซี หากเราเห็นการเคลื่อนที่ด้านข้างในกราฟ H4 และ D1 สำหรับคู่ BTC/USD โดยราคาค่อยๆ แข็งตัวอย่างช้าๆ ที่บริเวณ $ 11,500-12,000 เป็นสัปดาห์ที่สามติดต่อกัน เมื่อเราพิจารณากราฟในกรอบ W1 และ MN จะพบว่าภาพดูเป็นบวกมากกว่า และเทรนด์แนวโน้มยังคงเคลื่อนที่อย่างเต็มกำลัง

    ผู้เชี่ยวชาญหลายคนให้คำทำนายในทางบวก เช่น นับว่าเป็นครั้งแรกที่สำนักงานจัดอันดับของอเมริกา Weiss Ratings จัดอันดับบิทคอยน์ให้อยู่ในกลุ่มเกรดเอ โดยเน้นย้ำว่า ณ ขณะนี้ ศักยภาพของผลตอบแทนที่จะได้รับจากการลงทุนในคริปโตเคอเรนซีสูงกว่าความเสี่ยง และนายมาร์ค ยุสโก ซีอีโอของ Morgan Creek Capital Management ให้ความเห็นว่าวงจรของตลาด ณ ปัจจุบัน อาจช่วยให้ราคาบิทคอยน์ขยับขึ้นไปทำระดับสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์ที่ $30,000 การขุดเงินบิทคอยน์ก็เติบโตขึ้นเช่นกัน ในส่วนนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแคมบริดจ์ชี้ให้เห็นว่า ในปัจจุบันกระบวนการขุดเงินบิทคอยน์ใช้กระแสไฟฟ้ามากกว่าบางประเทศ เช่น สวิตเซอร์แลนด์ หรือคูเวต เป็นต้น แต่ก็ยังไม่มีใครสามารถทำนายได้ว่าราคาจะพุ่งกระโดดขึ้นอีกครั้งเมื่อใด และตัวเลขที่ผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์สำหรับสัปดาห์ที่จะถึงนี้ก็ยังคงไม่เกินช่วง $9,725-13,765
tuinui Hero Member กระทู้: 4089

    EUR/USD ตลาดยังคงเต็มไปด้วยความคาดหวังว่าธนาคารเฟดสหรัฐฯ จะทำการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในอนาคตอันใกล้นี้และธนาคารกลางยุโรปจะใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย ทั้งนี้ ระหว่างยูโรและดอลลาร์ ฝ่ายใดจะเป็นต่อมากกว่ากัน และน้ำหนักจะเทไปในทิศทางใด?

    ในการประชุมครั้งล่าสุดของธนาคารกลางยุโรประบุว่าพบความเสี่ยงสูงในการเติบโตทางเศรษฐกิจที่จะชะลอตัว และหากสถานการณ์ไม่พัฒนาในทางที่ดีขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ (และจะพัฒนาดีขึ้นได้อย่างไร?) ธนาคารกลางยุโรปก็เตรียมพร้อมที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยและเพิ่มปริมาณการซื้อพันธบัตรภายใต้นโยบายผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวอาจไม่ประกาศออกมาในวันที่ 25 กรกฎาคม อย่างไรก็ตาม กำหนดการประชุมของธนาคารกลางยุโรปในวันที่ 25 อาจจะช่วยเพิ่มความชัดเจนได้บ้างไม่มากก็น้อย

    สำหรับฝั่งสหรัฐฯ มีความเป็นไปได้ที่จะใช้นโยบายทางการเงินแบบผ่อนคลายเช่นกัน ซึ่งนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารเฟดจะออกมาแถลงในเรื่องนี้ในวันอังคารที่ 16 กรกฎาคมในที่ประชุม ณ กรุงปารีส โดยเขาจะอ่านรายงานภาพรวมนโยบายทางการเงินในยุคหลังวิกฤติการณ์และน้ำหนักของรายงานฉบับนี้อาจส่งอิทธิพลอย่างสูงต่ออัตราแลกเปลี่ยนเงินดอลลาร์

    อีกหนึ่งเหตุการณ์ที่สำคัญที่อาจส่งผลต่อคู่สกุลเงินดอลลาร์ คือ การประกาศสถิติอัตราการเติบโตของ GDP ประเทศจีนในไตรมาสที่ 2 ของปี 2019 ซึ่งจะประกาศในวันจันทร์ที่ 15 กรกฎาคม และผู้เชี่ยวชาญหลายคนคาดการณ์ว่าอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจจีนจะชะลอตัวเป็นอย่างมาก ซึ่งจะยิ่งส่งผลดีเป็นอย่างยิ่งต่อค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ

    สำหรับดัชนีเทรนด์และออสซิลเลเตอร์ยังคงอยู่ในช่วงกำกวมทั้งในกรอบ H4 และ D1: หากสัญญาณเป็นสีเขียวในกรอบ H4 จะพบว่าสัญญาณจะเป็นในทางตรงกันข้ามในกรอบรายวัน

    คำทำนายของผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่ (65%) ให้สัญญาณสีแดงเช่นกัน พวกเขาคาดการณ์ว่าค่าเงินดอลลาร์จะแข็งค่าขึ้นต่อไปและราคาจะขยับมาที่โซน 1.1150-1.1200 โดยเป้าหมายถัดไปของแนวโน้มตลาดหมีอยู่ที่โซน 1.1100-1.1115 สำหรับฝั่งตลาดกระทิงวางเป้าหมายว่าราคาจะขยับขึ้นไปที่ช่วง 1.1350-1.1410

 


    GBP/USD สถิติตลาดแรงงาน อัตราการเติบโตของค่าจ้าง และอัตราการว่างงานในสหราชอาณาจักรจะประกาศออกมาในวันอังคารที่ 16 กรกฎาคม และในวันพุธที่ 17 กรกฎาคม เราจะได้ทราบตัวเลขระดับเงินเฟ้อ โดยผู้เชี่ยวชาญไม่คาดการณ์ว่าจะมีสถิติที่น่าประหลาดใจใดๆ จากรายงานเหล่านี้

    ณ ขณะนี้ มีนักวิเคราะห์จำนวน 60% ซึ่งได้รับการสนับสนุนโดยการวิเคราะห์กราฟและดัชนีส่วนใหญ่ในกรอบ D1 คาดการณ์ว่าค่าเงินปอนด์จะทดสอบระดับแนวรับที่ 1.2440 อีกครั้งและหากตัดทะลุได้สำเร็จ ราคาจะตกลงมาที่จุดต่ำสุดของวันที่ 3 มกราคม 2019 ที่ระดับ 1.2405

    สำหรับผู้เชี่ยวชาญอีก 40% ที่เหลือแนะนำให้นักเทรดเปิดตำแหน่งซื้อ โดยมีเหตุผลรองรับสองประการหลักก็คือ โอกาสการทำกำไรในพันธบัตรรัฐบาลที่เพิ่มขึ้นในสหราชอาณาจักรและสหรัฐฯ และราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูง ทั้งสองปัจจัยนี้ควรเสริมแรงสนับสนุนให้กับค่าเงินปอนด์ โดยมีระดับแนวต้านที่ใกล้ที่สุดอยู่ที่ 1.2755, และแนวต้านถัดไปที่ 1.2825

    USD / JPY เป็นที่ทราบกันดีว่าอัตราแลกเปลี่ยนคู่นี้มีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ และเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ดัชนี Dow Jones Industrial Average ตัดผ่านระดับ 27.0000 และขยับถึงระดับ 27.330 เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ดังนั้นราคาคู่นี้อาจขยับขึ้นไปที่โซน 108.50-109.00 จากเหตุการณ์ดังกล่าว โดยมีเป้าหมายถัดไปที่ 109.65 อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์เพียง 30% โหวตให้กับคำทำนายนี้ ในขณะที่ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่ (70%) ซึ่งสนับสนุนโดยดัชนีเทรนด์จำนวน 90% ในกรอบ D1 คาดการณ์ว่าราคาจะปรับลดลงมาที่ระดับต่ำสุดของเดือนมิถุนายนที่บริเวณ 106.75-107.00 สำหรับการวิเคราะห์กราฟในกรอบ D1 ให้ภาพการเคลื่อนที่ด้านข้างในช่วง 107.70-109.00 โดยมีแนวโน้มกระทิงปกคลุมเป็นหลัก

    คริปโตเคอเรนซี หากเราเห็นการเคลื่อนที่ด้านข้างในกราฟ H4 และ D1 สำหรับคู่ BTC/USD โดยราคาค่อยๆ แข็งตัวอย่างช้าๆ ที่บริเวณ $ 11,500-12,000 เป็นสัปดาห์ที่สามติดต่อกัน เมื่อเราพิจารณากราฟในกรอบ W1 และ MN จะพบว่าภาพดูเป็นบวกมากกว่า และเทรนด์แนวโน้มยังคงเคลื่อนที่อย่างเต็มกำลัง

    ผู้เชี่ยวชาญหลายคนให้คำทำนายในทางบวก เช่น นับว่าเป็นครั้งแรกที่สำนักงานจัดอันดับของอเมริกา Weiss Ratings จัดอันดับบิทคอยน์ให้อยู่ในกลุ่มเกรดเอ โดยเน้นย้ำว่า ณ ขณะนี้ ศักยภาพของผลตอบแทนที่จะได้รับจากการลงทุนในคริปโตเคอเรนซีสูงกว่าความเสี่ยง และนายมาร์ค ยุสโก ซีอีโอของ Morgan Creek Capital Management ให้ความเห็นว่าวงจรของตลาด ณ ปัจจุบัน อาจช่วยให้ราคาบิทคอยน์ขยับขึ้นไปทำระดับสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์ที่ $30,000 การขุดเงินบิทคอยน์ก็เติบโตขึ้นเช่นกัน ในส่วนนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแคมบริดจ์ชี้ให้เห็นว่า ในปัจจุบันกระบวนการขุดเงินบิทคอยน์ใช้กระแสไฟฟ้ามากกว่าบางประเทศ เช่น สวิตเซอร์แลนด์ หรือคูเวต เป็นต้น แต่ก็ยังไม่มีใครสามารถทำนายได้ว่าราคาจะพุ่งกระโดดขึ้นอีกครั้งเมื่อใด และตัวเลขที่ผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์สำหรับสัปดาห์ที่จะถึงนี้ก็ยังคงไม่เกินช่วง $9,725-13,765
supercell1
19 สิงหาคม 2019, 23:04:36 น.
ถ้าไครมีความรู้นะ สามารถเอาไปต่อยอดได้สบายเลย
มันเป็นอะไรที่เรียนยากมากเลย เรื่องข้อมูล
สิ่งต่างๆ ค่าเงินของประเทศต่างๆ มันมีหลาย
ปัจจัยเข้ามาประกอบด้วยเเหล่ะนะ ถึงเราจะ
ศึกษามากมายเเค่ไหน ถ้าไม่เข้าใจก็ตาม

มันเหมือนไร้ค่าไปเลย สำหรับ ฟแเร็กซ์
นี้ ขนาดนี้เรียนมามากเเล้วนะ ผมว่า
ผมยังไม่ค่อยเข้าใจอะไรมากมายเลยนะ
พยายามทำ พยายามศึกษามากขึ้นเเล้วตอนนี้
supercell1 Newbie กระทู้: 4
ถ้าไครมีความรู้นะ สามารถเอาไปต่อยอดได้สบายเลย
มันเป็นอะไรที่เรียนยากมากเลย เรื่องข้อมูล
สิ่งต่างๆ ค่าเงินของประเทศต่างๆ มันมีหลาย
ปัจจัยเข้ามาประกอบด้วยเเหล่ะนะ ถึงเราจะ
ศึกษามากมายเเค่ไหน ถ้าไม่เข้าใจก็ตาม

มันเหมือนไร้ค่าไปเลย สำหรับ ฟแเร็กซ์
นี้ ขนาดนี้เรียนมามากเเล้วนะ ผมว่า
ผมยังไม่ค่อยเข้าใจอะไรมากมายเลยนะ
พยายามทำ พยายามศึกษามากขึ้นเเล้วตอนนี้
tuinui
26 สิงหาคม 2019, 10:19:02 น.
EUR/USD การประชุมของผู้นำ G7 ระหว่างวันที่ 24-26 สิงหาคมคือหนึ่งในเหตุการณ์สำคัญในช่วงปลายฤดูร้อนที่ไม่ควรเพิกเฉย อย่างไรก็ตาม มีความเป็นไปได้น้อยที่ผลลัพธ์ของการเจรจาที่งานประชุมระหว่างผู้นำประเทศ G7 จะก่อให้เกิดเทรนด์สำคัญในตลาดอัตราแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศ โดยมีความเป็นไปได้สูงว่าผู้นำประเทศจะเร่งให้บรรดาประธานธนาคารกลางต่างๆ ตอบสนองต่อภัยคุกคามทางเศรษฐกิจทั้งภายในและภายนอกอย่างจริงจังมากขึ้น นักลงทุนมีความกังวลเพิ่มขึ้นเกี่ยวกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของเงินยูโรที่ประกาศในเดือนกันยายนและการปรับใช้มาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณของธนาคารกลางยุโรป รวมถึงว่าธนาคารเฟดจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเมื่อใดและเป็นจำนวนเท่าใด

ภายหลังจากการกล่าวแถลงของนายเจอโรม พาวเวลล์ เมื่อช่วงเย็นวันที่ 23 สิงหาคมที่ผ่านมา และราคาคู่นี้ได้ขยับขึ้นอย่างรวดเร็ว จึงเป็นเรื่องปกติที่ทั้งการวิเคราะห์กราฟและดัชนีส่วนใหญ่ในกรอบ H4 ให้สัญญาณทิศทางเหนือ อย่างไรก็ดี ภาพดังกล่าวกลับแตกต่างอย่างสิ้นเชิงในกรอบ D1: 70% ของดัชนีเทรนด์ทั้งหมดให้สัญญาณเป็นสีแดง ในส่วนออสซิลเลเตอร์ให้สัญญาณเป็นสีแดงหรือเทากลางเป็นหลัก ในขณะเดียวกัน 10% ของดัชนีทั้งหมดให้สัญญาณแล้วว่าอยู่ในโซนถูกซื้อมากเกินไป

เงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้นและการกลับมาของราคายังระดับต่ำสุดของเดือนสิงหาคมที่ 1.1025-1.1050 ยังคงเป็นคำทำนายของนักวิเคราะห์จำนวน 65% อีกหนึ่งมุมมองทางเลือกเป็นของผู้เชี่ยวชาญจำนวน 35% ซึ่งคาดการณ์ว่าราคาจะขยับเข้าโซน 1.1200-1.1250 โดยมีเป้าหมายถัดไปสูงขึ้นมาอีก 100 จุด

 



    GBP/USD ไม่ต่างไปจากเบร็กซิต ทั้งโลกกำลังพูดถึงภาพเหตุการณ์ที่นายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร ยกเท้าขึ้นมาวางบนโต๊ะกาแฟในระหว่างการพบปะกับนายเอมมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส นายมาครงยังคงบทบาทหนึ่งในผู้สนับสนุนท่าทีที่เด็ดขาดของอียูกับสหราชอาณาจักรมาโดยตลอด และบางทีจากเหตุการณ์นี้อาจเป็นการส่งสัญญาณให้ทางฝรั่งเศสทราบเป็นนัยๆ ว่าท่าทีของฝรั่งเศสไม่มีผลอะไรกับเขา?

    แน่นอนว่าทั้งนางแมร์เคิล นายมาครง และนายจอห์นสัน ยังคงติดต่อปฏิสัมพันธ์กับในช่วงการประชุมผู้นำ G7 แต่แม้กระนั้น โอกาสที่สหราชอาณาจักรจะแยกตัวออกจากอียูโดยไร้ข้อตกลงยังคงมีความเป็นไปได้สูงเหมือนเช่นเคย นี่คือเหตุผลว่าทำไมผู้เชี่ยวชาญ 70% จึงเห็นด้วยกับผลการวิเคราะห์กราฟในกรอบ H4 และ D1 โดยคาดการณ์ว่าเทรนด์ขาลงจะมีผลต่อไปและราคาจะขยับลงมาที่ระดับต่ำสุดของวันที่ 12 สิงหาคมที่ 1.2015 โดยมีโซนแนวต้านที่ใกล้ที่สุดที่ 1.2280-1.2320 แนวรับในช่วง 1.2180-1.2200 และ 1.2075-1.2100

    นักวิเคราะห์ 30% ยังคงเข้าข้างกับฝั่งตลาดกระทิงโดยเชื่อว่าข่าวดีเกี่ยวกับข้อตกลงเบร็กซิตยังไม่สิ้นสุด และราคาจะสามารถขยับขึ้นมายังโซน 1.2415-1.2520 โดยมีดัชนีกว่า 70% สนับสนุนสถานการณ์นี้ อย่างไรก็ตาม 15% ของออสซิลเลเตอร์ในกรอบ D1 ให้สัญญาณว่าแล้วว่าราคาอยู่ในโซนถูกซื้อมากเกินไป

    USD/JPY ผู้เชี่ยวชาญ (70%) คาดการณ์ว่าเงินดอลลาร์จะแข็งค่าขึ้นต่อเงินเยนเช่นกัน แม้ว่าเงินเยนญี่ปุ่นยังคงสถานะเงินลี้ภัยที่เป็นที่นิยมมากที่สุดคู่ขนานไปกับเงินฟรังก์สวิส นักลงทุนรายใหญ่หลายคนเริ่มรับกำไรจากตำแหน่งขายและเปลี่ยนไปลงทุนกับทองคำ

    คำแถลงจากนางซายูริ ชิไร ผู้แทนธนาคารแห่งชาติญี่ปุ่นเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 22 สิงาคม ระบุว่า เพื่อเป็นการรับมือกับภาวะถดถอยที่จะมาถึง ธนาคารฯ อนุญาตให้มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยต่อไป ซึ่งปกติเป็นลบอยู่แล้วและเท่ากับ -0.1% ซึ่งส่งผลกระทบต่อเงินเยนเช่นกัน

    เป้าหมายถัดไปของตลาดกระทิงคือการกลับมาที่โซน 106.20-106.70 จากนั้นจะทะลุระดับดังกล่าวเพื่อไปตั้งหลักเหนือระดับ 107.00 สำหรับฝั่งตลาดหมี (30%) ได้รับการสนับสนุนโดยดัชนี 90% ในกรอบ D1 ว่าราคาจะพยายามที่จะตัดทะลุกรอบด้านล่างที่โซน 105.00 และขยับไปยังระดับต่ำสุดของเดือนมีนาคม 2018 ที่ 104.60

    คริปโตเคอเรนซี โดยทั่วไป ข่าวสารค่อนข้างเป็นบวกได้แก่ ข่าวธนาคารอเมริกาวางแผนที่จดทะเบียนระบบการจัดเก็บสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างปลอดภัย และธนาคารสหรัฐฯ อีกแห่งหนึ่ง Silvergate ได้ประกาศแผนการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ปล่อยให้กับคริปโตเคอเรนซี งานวิจัยหนึ่งจาก Nobl Insurance ชี้ให้เห็นว่าตลาดเงินคริปโตเติบโตขึ้นกว่า 48% ตั้งแต่ปี 2018 ถึง 2019 และจะยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่องในอีก 12 เดือนข้างหน้า

    อีกหนึ่งข่าวที่น่าสนใจได้แก่ ความเห็นของนายจิม ริคการ์ดส์ นักเศรษฐศาสตร์ชาวสหรัฐฯ ว่ารัสเซียและจีนกำลังมีความร่วมมือในการสร้างสกุลเงินคริปโตเป็นของตนเอง ซึ่งจะผูกกับราคาทองคำ และนี่คือเหตุผลว่าทำไมเขามองว่าทั้งสองประเทศจึงเร่งกวาดซื้อทองคำเป็นจำนวนมหาศาลในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้

    ข้อโต้แย้งต่อความเห็นของริคการ์ดส์ประการแรกคือทำไมรัสเซียและจีนจึงจะต้องตราสกุลเงินคริปโตร่วมกัน? เพราะทั้งสองประเทศนี้อาจประกาศเงินคริปโตเป็นของตนเอง และประการที่สอง พวกเขาเร่งเพิ่มปริมาณทองคำสำรองอาจไม่ใช่เพราะการตราเหรียญดิจิทัลแต่อย่างใด แต่เพื่อเป็นการลดการพึ่งพึงต่อเงินดอลลาร์สหรัฐมากกว่า

    สำหรับคำทำนาย ผู้ที่สนับสนุนเงินคริปโตก็ทำทุกวิถีทางเพื่อผลักให้ราคาบิทคอยน์ขยับขึ้นเหมือนเช่นเคย ในครั้งนีก นายอเล็กซ์ ครูเกอร์ นักเทรดชื่อดังให้คำทำนายว่าราคาบิทคอยน์จะเพิ่มขึ้นและขยับถึง 50,000 ดอลลาร์ภายในปลายปี 2021 แต่ในขณะเดียวกัน นายครูเกอร์ให้ความเห็นเพิ่มเติมว่าสิ่งนี้จะเกิดขึ้น..ก็ต่อเมื่อเหรียญสามารถรักษาตำแหน่งเหนือระดับ 10,000

    ดัชนี Bitcoin Fear & Greed Index  ล่าสุดปรับหลักเกณฑ์ตกลงมายังระดับ “เกรงกลัวอย่างยิ่ง” (Extreme Fear) นักวิเคราะห์จำนวน 70% ต่างจับตามองทิศทางขาลง แต่พวกเขาก็ยังคงรักษาระดับขาลงไว้ในโซน $9,000-9,500 โดยมีความเป็นไปได้ว่าหากราคาสามารถดีดตัวออกจากแนวรับดังกล่าว บิทคอยน์จะสามารถขยับโลดแล่นขึ้นไปยัง $12,000 และ $20,000 ตามลำดับ แต่ ณ ขณะนี้ยังคงเร็วเกินไปที่จะพูดถึงเป้าหมายดังกล่าวและเรายังคงต้องรอคอยสัญญาณที่ชัดเจน
tuinui Hero Member กระทู้: 4089
EUR/USD การประชุมของผู้นำ G7 ระหว่างวันที่ 24-26 สิงหาคมคือหนึ่งในเหตุการณ์สำคัญในช่วงปลายฤดูร้อนที่ไม่ควรเพิกเฉย อย่างไรก็ตาม มีความเป็นไปได้น้อยที่ผลลัพธ์ของการเจรจาที่งานประชุมระหว่างผู้นำประเทศ G7 จะก่อให้เกิดเทรนด์สำคัญในตลาดอัตราแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศ โดยมีความเป็นไปได้สูงว่าผู้นำประเทศจะเร่งให้บรรดาประธานธนาคารกลางต่างๆ ตอบสนองต่อภัยคุกคามทางเศรษฐกิจทั้งภายในและภายนอกอย่างจริงจังมากขึ้น นักลงทุนมีความกังวลเพิ่มขึ้นเกี่ยวกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของเงินยูโรที่ประกาศในเดือนกันยายนและการปรับใช้มาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณของธนาคารกลางยุโรป รวมถึงว่าธนาคารเฟดจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเมื่อใดและเป็นจำนวนเท่าใด

ภายหลังจากการกล่าวแถลงของนายเจอโรม พาวเวลล์ เมื่อช่วงเย็นวันที่ 23 สิงหาคมที่ผ่านมา และราคาคู่นี้ได้ขยับขึ้นอย่างรวดเร็ว จึงเป็นเรื่องปกติที่ทั้งการวิเคราะห์กราฟและดัชนีส่วนใหญ่ในกรอบ H4 ให้สัญญาณทิศทางเหนือ อย่างไรก็ดี ภาพดังกล่าวกลับแตกต่างอย่างสิ้นเชิงในกรอบ D1: 70% ของดัชนีเทรนด์ทั้งหมดให้สัญญาณเป็นสีแดง ในส่วนออสซิลเลเตอร์ให้สัญญาณเป็นสีแดงหรือเทากลางเป็นหลัก ในขณะเดียวกัน 10% ของดัชนีทั้งหมดให้สัญญาณแล้วว่าอยู่ในโซนถูกซื้อมากเกินไป

เงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้นและการกลับมาของราคายังระดับต่ำสุดของเดือนสิงหาคมที่ 1.1025-1.1050 ยังคงเป็นคำทำนายของนักวิเคราะห์จำนวน 65% อีกหนึ่งมุมมองทางเลือกเป็นของผู้เชี่ยวชาญจำนวน 35% ซึ่งคาดการณ์ว่าราคาจะขยับเข้าโซน 1.1200-1.1250 โดยมีเป้าหมายถัดไปสูงขึ้นมาอีก 100 จุด

 



    GBP/USD ไม่ต่างไปจากเบร็กซิต ทั้งโลกกำลังพูดถึงภาพเหตุการณ์ที่นายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร ยกเท้าขึ้นมาวางบนโต๊ะกาแฟในระหว่างการพบปะกับนายเอมมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส นายมาครงยังคงบทบาทหนึ่งในผู้สนับสนุนท่าทีที่เด็ดขาดของอียูกับสหราชอาณาจักรมาโดยตลอด และบางทีจากเหตุการณ์นี้อาจเป็นการส่งสัญญาณให้ทางฝรั่งเศสทราบเป็นนัยๆ ว่าท่าทีของฝรั่งเศสไม่มีผลอะไรกับเขา?

    แน่นอนว่าทั้งนางแมร์เคิล นายมาครง และนายจอห์นสัน ยังคงติดต่อปฏิสัมพันธ์กับในช่วงการประชุมผู้นำ G7 แต่แม้กระนั้น โอกาสที่สหราชอาณาจักรจะแยกตัวออกจากอียูโดยไร้ข้อตกลงยังคงมีความเป็นไปได้สูงเหมือนเช่นเคย นี่คือเหตุผลว่าทำไมผู้เชี่ยวชาญ 70% จึงเห็นด้วยกับผลการวิเคราะห์กราฟในกรอบ H4 และ D1 โดยคาดการณ์ว่าเทรนด์ขาลงจะมีผลต่อไปและราคาจะขยับลงมาที่ระดับต่ำสุดของวันที่ 12 สิงหาคมที่ 1.2015 โดยมีโซนแนวต้านที่ใกล้ที่สุดที่ 1.2280-1.2320 แนวรับในช่วง 1.2180-1.2200 และ 1.2075-1.2100

    นักวิเคราะห์ 30% ยังคงเข้าข้างกับฝั่งตลาดกระทิงโดยเชื่อว่าข่าวดีเกี่ยวกับข้อตกลงเบร็กซิตยังไม่สิ้นสุด และราคาจะสามารถขยับขึ้นมายังโซน 1.2415-1.2520 โดยมีดัชนีกว่า 70% สนับสนุนสถานการณ์นี้ อย่างไรก็ตาม 15% ของออสซิลเลเตอร์ในกรอบ D1 ให้สัญญาณว่าแล้วว่าราคาอยู่ในโซนถูกซื้อมากเกินไป

    USD/JPY ผู้เชี่ยวชาญ (70%) คาดการณ์ว่าเงินดอลลาร์จะแข็งค่าขึ้นต่อเงินเยนเช่นกัน แม้ว่าเงินเยนญี่ปุ่นยังคงสถานะเงินลี้ภัยที่เป็นที่นิยมมากที่สุดคู่ขนานไปกับเงินฟรังก์สวิส นักลงทุนรายใหญ่หลายคนเริ่มรับกำไรจากตำแหน่งขายและเปลี่ยนไปลงทุนกับทองคำ

    คำแถลงจากนางซายูริ ชิไร ผู้แทนธนาคารแห่งชาติญี่ปุ่นเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 22 สิงาคม ระบุว่า เพื่อเป็นการรับมือกับภาวะถดถอยที่จะมาถึง ธนาคารฯ อนุญาตให้มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยต่อไป ซึ่งปกติเป็นลบอยู่แล้วและเท่ากับ -0.1% ซึ่งส่งผลกระทบต่อเงินเยนเช่นกัน

    เป้าหมายถัดไปของตลาดกระทิงคือการกลับมาที่โซน 106.20-106.70 จากนั้นจะทะลุระดับดังกล่าวเพื่อไปตั้งหลักเหนือระดับ 107.00 สำหรับฝั่งตลาดหมี (30%) ได้รับการสนับสนุนโดยดัชนี 90% ในกรอบ D1 ว่าราคาจะพยายามที่จะตัดทะลุกรอบด้านล่างที่โซน 105.00 และขยับไปยังระดับต่ำสุดของเดือนมีนาคม 2018 ที่ 104.60

    คริปโตเคอเรนซี โดยทั่วไป ข่าวสารค่อนข้างเป็นบวกได้แก่ ข่าวธนาคารอเมริกาวางแผนที่จดทะเบียนระบบการจัดเก็บสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างปลอดภัย และธนาคารสหรัฐฯ อีกแห่งหนึ่ง Silvergate ได้ประกาศแผนการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ปล่อยให้กับคริปโตเคอเรนซี งานวิจัยหนึ่งจาก Nobl Insurance ชี้ให้เห็นว่าตลาดเงินคริปโตเติบโตขึ้นกว่า 48% ตั้งแต่ปี 2018 ถึง 2019 และจะยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่องในอีก 12 เดือนข้างหน้า

    อีกหนึ่งข่าวที่น่าสนใจได้แก่ ความเห็นของนายจิม ริคการ์ดส์ นักเศรษฐศาสตร์ชาวสหรัฐฯ ว่ารัสเซียและจีนกำลังมีความร่วมมือในการสร้างสกุลเงินคริปโตเป็นของตนเอง ซึ่งจะผูกกับราคาทองคำ และนี่คือเหตุผลว่าทำไมเขามองว่าทั้งสองประเทศจึงเร่งกวาดซื้อทองคำเป็นจำนวนมหาศาลในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้

    ข้อโต้แย้งต่อความเห็นของริคการ์ดส์ประการแรกคือทำไมรัสเซียและจีนจึงจะต้องตราสกุลเงินคริปโตร่วมกัน? เพราะทั้งสองประเทศนี้อาจประกาศเงินคริปโตเป็นของตนเอง และประการที่สอง พวกเขาเร่งเพิ่มปริมาณทองคำสำรองอาจไม่ใช่เพราะการตราเหรียญดิจิทัลแต่อย่างใด แต่เพื่อเป็นการลดการพึ่งพึงต่อเงินดอลลาร์สหรัฐมากกว่า

    สำหรับคำทำนาย ผู้ที่สนับสนุนเงินคริปโตก็ทำทุกวิถีทางเพื่อผลักให้ราคาบิทคอยน์ขยับขึ้นเหมือนเช่นเคย ในครั้งนีก นายอเล็กซ์ ครูเกอร์ นักเทรดชื่อดังให้คำทำนายว่าราคาบิทคอยน์จะเพิ่มขึ้นและขยับถึง 50,000 ดอลลาร์ภายในปลายปี 2021 แต่ในขณะเดียวกัน นายครูเกอร์ให้ความเห็นเพิ่มเติมว่าสิ่งนี้จะเกิดขึ้น..ก็ต่อเมื่อเหรียญสามารถรักษาตำแหน่งเหนือระดับ 10,000

    ดัชนี Bitcoin Fear & Greed Index  ล่าสุดปรับหลักเกณฑ์ตกลงมายังระดับ “เกรงกลัวอย่างยิ่ง” (Extreme Fear) นักวิเคราะห์จำนวน 70% ต่างจับตามองทิศทางขาลง แต่พวกเขาก็ยังคงรักษาระดับขาลงไว้ในโซน $9,000-9,500 โดยมีความเป็นไปได้ว่าหากราคาสามารถดีดตัวออกจากแนวรับดังกล่าว บิทคอยน์จะสามารถขยับโลดแล่นขึ้นไปยัง $12,000 และ $20,000 ตามลำดับ แต่ ณ ขณะนี้ยังคงเร็วเกินไปที่จะพูดถึงเป้าหมายดังกล่าวและเรายังคงต้องรอคอยสัญญาณที่ชัดเจน
tuinui
02 กันยายน 2019, 09:26:19 น.

    EUR/USD แม้จะมีแถลงการณ์ที่ดูสงบจากประธานาธิบดีสหรัฐฯ และผู้นำจีนเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว การตัดสินใจของนายทรัมป์ที่จะปรับเพิ่มภาษีตั้งแต่วันที่ 1 กันยายนยังคงไม่ถูกยกเลิก มีเพียงคำสัญญาของเขาที่จะเลื่อนกำหนดการใช้มาตรการดังกล่าวไปเป็นวันที่ 15 ธันวาคมเท่านั้น ดังนั้น สงครามทางการค้าระหว่างทั้งสองประเทศนี้ยังคงไม่ถือว่ายุติลงแต่อย่างใด แถมยังมีข้อสงสัยว่านโยบายการจัดการทางการเงินของฝั่งใครระหว่างธนาคารกลางยุโรปหรือฝั่งธนาคารเฟดที่จะมีความผ่อนคลายมากกว่า นักลงทุนต่างหวังว่าจะได้รับคำตอบกับคำถามนี้จากคำแถลงของนางคริสตีน ลาการ์ด ในวันอังคารที่ 3 กันยายน และคำแถลงของนายเจอโรม พาวเวลล์ ในวันที่ 6 กันยายนนี้

    นอกจากนี้ คุณควรให้ความสนใจกับตัวเลขดัชนี PMI Caixin ในภาคการผลิตของจีนซึ่งเป็นตัวสะท้อนระดับความมั่นใจทางธุรกิจในเศรษฐกิจประเทศจีน ซึ่งจะมีการประกาศในวันจันทร์ที่ 2 กันยายน ส่วนข้อมูลดัชนีกิจกรรมทางธุรกิจ (ISM) ในสหรัฐฯ จะประกาศออกมาในวันอังคารและวันพุธ และในวันศุกร์จะมีการประกาศข้อมูลตลาดแรงงานอเมริกาตามปกติ ตามคำทำนายระบุว่าจำนวนตำแหน่งงานนอกภาคการเกษตร (NFP) ในครั้งนี้อาจลดลงเล็กน้อยจาก 164K เหลือ 159K ซึ่งไม่น่าจะส่งผลอย่างมีนัยสำคัญต่อค่าเงินดอลลาร์

    จากคำทำนายของนักวิเคราะห์พบว่า นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ (55%) คาดการณ์ว่าคู่ EUR/USD จะขยับในทิศทางด้านข้างที่ระดับ 1.1000 ในช่วง 1.0960-1.1050 ในสัปดาห์หน้า ส่วนนักวิเคราะห์ 25% สนับสนุนโดยออสซิลเลเตอร์ 90% และดัชนีเทรนด์ 100% คาดการณ์ว่าราคาจะสามารถตัดทะลุแนวรับที่ 1.0960 ก่อนที่จะวิ่งขนานและขยับลดลงมาที่โซน 1.0875-1.0925 ส่วนที่เหลือ 20% เชื่อว่าราคาจะปรับตัวและขยับขึ้นไปที่ระดับ 1.1250 สถานการณ์นี้ได้รับการสนับสนุนโดยออสซิลเลเตอร์จำนวน 10% ในกรอบ D1 โดยให้สัญญาณว่าราคาถูกขายมากเกินไป อย่างไรก็ดีควรคำนึงว่าเมื่อปรับไปเป็นคำทำนายในระยะกลาง จำนวนผู้สนับสนุนการแข็งค่าขึ้นของเงินยูโรเพิ่มขึ้นเป็น 60% ในขณะเดียวกัน นักวิเคราะห์ต่างรอให้ราคากลับมายังระดับ 1.1400-1.1500.


    GBP/USD ณ ขณะนี้ ความผันผวนของเงินปอนด์ต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ในรอบสามเดือนอยู่ที่ประมาณ 14% ในครั้งที่แล้วเมื่อนางเทเรซา เมย์ พยายามที่ผ่านข้อตกลงกับอียูในสภาอังกฤษ ปรากฏว่ามีความผันผวนที่สูงมาก ส่วนในขณะนี้ความผันผวนจะขึ้นอยู่กับนายบอริส จอห์นสัน และความคาดหวังการแยกตัวแบบเด็ดขาดออกจากอียู

    ในสถานการณ์ ณ ปัจจุบันเหมือนเช่นเคย ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่ (60%) ไม่คาดการณ์ว่าจะมีข่าวดีสำหรับเงินปอนด์ เช่นเดียวกันกับการวิเคราะห์กราฟในกรอบ H4 และดัชนีจำนวน 90% ในกรอบ H4 และ D1 ระบุว่าราคาจะพยายามทดสอบระดับต่ำสุดของวันที่ 12 สิงหาคม 2019 อีกครั้งที่ 1.2015 ส่วนการวิเคราะห์ในกรอบ D1 บ่งชี้ว่าราคาอาจขยับต่ำลงมาอีกที่ระดับต่ำสุดของเดือนตุลาคม 2016 ที่ 1.1945 โดยมีแนวรับที่ใกล้ที่สุดที่ 1.1260

    สำหรับนักวิเคราะห์ 40% ที่เหลือประกอบกับออสซิลเลเตอร์จำนวน 10% เชื่อว่าราคาอยู่ในภาวะถูกขายแล้วและคาดว่าราคาจะกลับมายังช่วง 1.2420-1.2550 คำทำนายนี้มาพร้อมกับความหวังว่าการเจรจากับอียูในประเด็นเบร็กซิตจะเป็นผลในที่สุด


    USD/JPY สถิติทางเศรษฐกิจที่อ่อนแอของญี่ปุ่น รวมถึงสัญญาณสงบบางส่วนในสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ ได้ส่งผลให้ความสนใจในเงินเยนลดลง นี่คือสาเหตุว่าทำไมผู้เชี่ยวชาญ 70% คาดการณ์ว่าราคาคู่นี้จะขยับขึ้นต่อไปที่ระดับ 107.00-107.70 เป้าหมายถัดไปตามการวิเคราะห์กราฟในกรอบ D1 อยู่ที่ 108.75

    สำหรับมุมมองในทางตรงกันข้ามเป็นข้อโต้แย้งจากตลาดหมีว่าผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลชุด 10 ปีในญี่ปุ่นและสหรัฐฯ ลดลงมาประมาณ 135 จุดนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนปี 2018 และเงินเยนได้แข็งค่าขึ้นต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ประมาณ 7% (จาก 114.5 เป็น 106.00) และเทรนด์กำลังแรงนี้อาจดำเนินต่อไป โดยเป้าหมายถัดไปคือการตัดทะลุระดับแนวรับที่ 104.80 หลังจากนั้นในระยะกลาง เงินเยนญี่ปุ่นอาจขยับถึงระดับสำคัญที่ 100.00


    คริปโตเคอเรนซี คำแถลงที่ไม่คาดคิดของนายมาร์ค คาร์นีย์ ประธานธนาคารแห่งชาติอังกฤษที่การประชุมทางเศรษฐกิจในเมืองแจ็คสันโฮล (สหรัฐฯ) ซึ่งเขาพูดในแง่ลบอย่างยิ่งเกี่ยวกับการผูกขาดของค่าเงินอเมริกันและแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นในทางเดียวกันกับเงินหยวนจีน โดยเขาระบุว่าเงินดอลลาร์ควรถูกแทนที่ด้วยคริปโตเคอเรนซีในรูปแบบที่ใกล้เคียงกับสกุลเงิน Libra ที่นำเสนอโดย Facebook เมื่อไม่นานมานี้ ซึ่งไม่เป็นที่ชัดเจนว่าความต้องการของเขาจะเป็นจริงได้หรือไม่ แต่ ณ ขณะนี้ เงินดอลลาร์ เงินหยวน Libra และเงินปอนด์ที่เขาเอ่ยถึง กลับเป็นเงินดอลลาร์ที่เขาไม่พึงพอใจที่ได้เปรียบมากที่สุด

    อย่างที่กล่าวไว้ข้างต้น คู่ BTC/USD ขยับเข้าใกล้กับระดับต่ำสุดของเดือนกรกฎาคมที่บริเวณ $9,100 ในสัปดาห์ก่อนหน้า ในครั้งที่แล้วบิทคอยน์ได้รับแรงหนุนและขยับเอาชนะระดับ $11,080 ได้สำเร็จในตอนต้นและต่อมาไต่ขึ้นถึง $12,320 ไม่ว่าสถานการณ์ที่คล้ายกันจะเกิดขึ้นในครั้งนี้ได้หรือไม่จะขึ้นอยู่กับนักลงทุนสถาบันรายใหญ่เป็นสำคัญ นอกจากนี้บิทคอยน์อาจได้รับแรงสนับสนุนจากการเปิดตัว Bakkt ระบบนิเวศน์เงินคริปโตที่สร้างขึ้นโดยตลาด Intercontinental Exchange (ICE) ในกรณีที่ราคาตัดทะลุแนวรับที่ $9,000-9,100 ราคาน่าจะขยับลดลงมาที่โซน $7,450-8,200

    แต่สำหรับแนวโน้มของอัลท์คอยน์ดูมืดมนทั้งในสองกรณี หากบิทคอยน์ขยับลดลง ความสนใจของนักลงทุนในตลาดเงินคริปโตโดยรวมก็จะลดลงด้วยเช่นกัน และหากบิทคอยน์เติบโตขึ้น เราถึงจะสามารถคาดหวังการซื้อขายอัลท์คอยน์ที่มากขึ้นควบคู่ไปกับสกุลเงินอ้างอิงหลักอย่างบิทคอยน์

 
tuinui Hero Member กระทู้: 4089

    EUR/USD แม้จะมีแถลงการณ์ที่ดูสงบจากประธานาธิบดีสหรัฐฯ และผู้นำจีนเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว การตัดสินใจของนายทรัมป์ที่จะปรับเพิ่มภาษีตั้งแต่วันที่ 1 กันยายนยังคงไม่ถูกยกเลิก มีเพียงคำสัญญาของเขาที่จะเลื่อนกำหนดการใช้มาตรการดังกล่าวไปเป็นวันที่ 15 ธันวาคมเท่านั้น ดังนั้น สงครามทางการค้าระหว่างทั้งสองประเทศนี้ยังคงไม่ถือว่ายุติลงแต่อย่างใด แถมยังมีข้อสงสัยว่านโยบายการจัดการทางการเงินของฝั่งใครระหว่างธนาคารกลางยุโรปหรือฝั่งธนาคารเฟดที่จะมีความผ่อนคลายมากกว่า นักลงทุนต่างหวังว่าจะได้รับคำตอบกับคำถามนี้จากคำแถลงของนางคริสตีน ลาการ์ด ในวันอังคารที่ 3 กันยายน และคำแถลงของนายเจอโรม พาวเวลล์ ในวันที่ 6 กันยายนนี้

    นอกจากนี้ คุณควรให้ความสนใจกับตัวเลขดัชนี PMI Caixin ในภาคการผลิตของจีนซึ่งเป็นตัวสะท้อนระดับความมั่นใจทางธุรกิจในเศรษฐกิจประเทศจีน ซึ่งจะมีการประกาศในวันจันทร์ที่ 2 กันยายน ส่วนข้อมูลดัชนีกิจกรรมทางธุรกิจ (ISM) ในสหรัฐฯ จะประกาศออกมาในวันอังคารและวันพุธ และในวันศุกร์จะมีการประกาศข้อมูลตลาดแรงงานอเมริกาตามปกติ ตามคำทำนายระบุว่าจำนวนตำแหน่งงานนอกภาคการเกษตร (NFP) ในครั้งนี้อาจลดลงเล็กน้อยจาก 164K เหลือ 159K ซึ่งไม่น่าจะส่งผลอย่างมีนัยสำคัญต่อค่าเงินดอลลาร์

    จากคำทำนายของนักวิเคราะห์พบว่า นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ (55%) คาดการณ์ว่าคู่ EUR/USD จะขยับในทิศทางด้านข้างที่ระดับ 1.1000 ในช่วง 1.0960-1.1050 ในสัปดาห์หน้า ส่วนนักวิเคราะห์ 25% สนับสนุนโดยออสซิลเลเตอร์ 90% และดัชนีเทรนด์ 100% คาดการณ์ว่าราคาจะสามารถตัดทะลุแนวรับที่ 1.0960 ก่อนที่จะวิ่งขนานและขยับลดลงมาที่โซน 1.0875-1.0925 ส่วนที่เหลือ 20% เชื่อว่าราคาจะปรับตัวและขยับขึ้นไปที่ระดับ 1.1250 สถานการณ์นี้ได้รับการสนับสนุนโดยออสซิลเลเตอร์จำนวน 10% ในกรอบ D1 โดยให้สัญญาณว่าราคาถูกขายมากเกินไป อย่างไรก็ดีควรคำนึงว่าเมื่อปรับไปเป็นคำทำนายในระยะกลาง จำนวนผู้สนับสนุนการแข็งค่าขึ้นของเงินยูโรเพิ่มขึ้นเป็น 60% ในขณะเดียวกัน นักวิเคราะห์ต่างรอให้ราคากลับมายังระดับ 1.1400-1.1500.


    GBP/USD ณ ขณะนี้ ความผันผวนของเงินปอนด์ต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ในรอบสามเดือนอยู่ที่ประมาณ 14% ในครั้งที่แล้วเมื่อนางเทเรซา เมย์ พยายามที่ผ่านข้อตกลงกับอียูในสภาอังกฤษ ปรากฏว่ามีความผันผวนที่สูงมาก ส่วนในขณะนี้ความผันผวนจะขึ้นอยู่กับนายบอริส จอห์นสัน และความคาดหวังการแยกตัวแบบเด็ดขาดออกจากอียู

    ในสถานการณ์ ณ ปัจจุบันเหมือนเช่นเคย ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่ (60%) ไม่คาดการณ์ว่าจะมีข่าวดีสำหรับเงินปอนด์ เช่นเดียวกันกับการวิเคราะห์กราฟในกรอบ H4 และดัชนีจำนวน 90% ในกรอบ H4 และ D1 ระบุว่าราคาจะพยายามทดสอบระดับต่ำสุดของวันที่ 12 สิงหาคม 2019 อีกครั้งที่ 1.2015 ส่วนการวิเคราะห์ในกรอบ D1 บ่งชี้ว่าราคาอาจขยับต่ำลงมาอีกที่ระดับต่ำสุดของเดือนตุลาคม 2016 ที่ 1.1945 โดยมีแนวรับที่ใกล้ที่สุดที่ 1.1260

    สำหรับนักวิเคราะห์ 40% ที่เหลือประกอบกับออสซิลเลเตอร์จำนวน 10% เชื่อว่าราคาอยู่ในภาวะถูกขายแล้วและคาดว่าราคาจะกลับมายังช่วง 1.2420-1.2550 คำทำนายนี้มาพร้อมกับความหวังว่าการเจรจากับอียูในประเด็นเบร็กซิตจะเป็นผลในที่สุด


    USD/JPY สถิติทางเศรษฐกิจที่อ่อนแอของญี่ปุ่น รวมถึงสัญญาณสงบบางส่วนในสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ ได้ส่งผลให้ความสนใจในเงินเยนลดลง นี่คือสาเหตุว่าทำไมผู้เชี่ยวชาญ 70% คาดการณ์ว่าราคาคู่นี้จะขยับขึ้นต่อไปที่ระดับ 107.00-107.70 เป้าหมายถัดไปตามการวิเคราะห์กราฟในกรอบ D1 อยู่ที่ 108.75

    สำหรับมุมมองในทางตรงกันข้ามเป็นข้อโต้แย้งจากตลาดหมีว่าผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลชุด 10 ปีในญี่ปุ่นและสหรัฐฯ ลดลงมาประมาณ 135 จุดนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนปี 2018 และเงินเยนได้แข็งค่าขึ้นต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ประมาณ 7% (จาก 114.5 เป็น 106.00) และเทรนด์กำลังแรงนี้อาจดำเนินต่อไป โดยเป้าหมายถัดไปคือการตัดทะลุระดับแนวรับที่ 104.80 หลังจากนั้นในระยะกลาง เงินเยนญี่ปุ่นอาจขยับถึงระดับสำคัญที่ 100.00


    คริปโตเคอเรนซี คำแถลงที่ไม่คาดคิดของนายมาร์ค คาร์นีย์ ประธานธนาคารแห่งชาติอังกฤษที่การประชุมทางเศรษฐกิจในเมืองแจ็คสันโฮล (สหรัฐฯ) ซึ่งเขาพูดในแง่ลบอย่างยิ่งเกี่ยวกับการผูกขาดของค่าเงินอเมริกันและแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นในทางเดียวกันกับเงินหยวนจีน โดยเขาระบุว่าเงินดอลลาร์ควรถูกแทนที่ด้วยคริปโตเคอเรนซีในรูปแบบที่ใกล้เคียงกับสกุลเงิน Libra ที่นำเสนอโดย Facebook เมื่อไม่นานมานี้ ซึ่งไม่เป็นที่ชัดเจนว่าความต้องการของเขาจะเป็นจริงได้หรือไม่ แต่ ณ ขณะนี้ เงินดอลลาร์ เงินหยวน Libra และเงินปอนด์ที่เขาเอ่ยถึง กลับเป็นเงินดอลลาร์ที่เขาไม่พึงพอใจที่ได้เปรียบมากที่สุด

    อย่างที่กล่าวไว้ข้างต้น คู่ BTC/USD ขยับเข้าใกล้กับระดับต่ำสุดของเดือนกรกฎาคมที่บริเวณ $9,100 ในสัปดาห์ก่อนหน้า ในครั้งที่แล้วบิทคอยน์ได้รับแรงหนุนและขยับเอาชนะระดับ $11,080 ได้สำเร็จในตอนต้นและต่อมาไต่ขึ้นถึง $12,320 ไม่ว่าสถานการณ์ที่คล้ายกันจะเกิดขึ้นในครั้งนี้ได้หรือไม่จะขึ้นอยู่กับนักลงทุนสถาบันรายใหญ่เป็นสำคัญ นอกจากนี้บิทคอยน์อาจได้รับแรงสนับสนุนจากการเปิดตัว Bakkt ระบบนิเวศน์เงินคริปโตที่สร้างขึ้นโดยตลาด Intercontinental Exchange (ICE) ในกรณีที่ราคาตัดทะลุแนวรับที่ $9,000-9,100 ราคาน่าจะขยับลดลงมาที่โซน $7,450-8,200

    แต่สำหรับแนวโน้มของอัลท์คอยน์ดูมืดมนทั้งในสองกรณี หากบิทคอยน์ขยับลดลง ความสนใจของนักลงทุนในตลาดเงินคริปโตโดยรวมก็จะลดลงด้วยเช่นกัน และหากบิทคอยน์เติบโตขึ้น เราถึงจะสามารถคาดหวังการซื้อขายอัลท์คอยน์ที่มากขึ้นควบคู่ไปกับสกุลเงินอ้างอิงหลักอย่างบิทคอยน์

 
1

Navigation

แชร์กระทู้นี้


Who is online
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูบอร์ดนี้
banner
FBS