busforex

เข้าสู่ระบบ



คงสถานะการเข้าระบบไว้ตลอด
banner
banner
Exness Broker Forex
โบนัส 10 ปี XM
บทความเกี่ยวกับ Forex เบื้องต้น

3 เคล็ดลับการเทรด EURUSD

ตอบ9 อ่าน1158
แชร์กระทู้นี้
tuinui
21 มิถุนายน 2019, 18:43:44 น.
หากคุณสงสัยว่า ทำไมเทรด EURUSD ไม่ค่อยได้กำไรหรือบางทีเราวิเคราะห์กราฟถูกต้อง แต่ทำไม ราคาวิ่งสวนทางเสียอย่างนั้น ผมมีเคล็ดลับการเทรด EURUSD มาฝากครับ

อย่างแรก เรามาดูถึงจุดเด่นของ EURUSD

      - สภาพคล่องสูง ด้วย USD เป็นสกุลเงินที่มีปริมาณการเทรดมากที่สุดเป็นอันดับ 1 และ EUR เป็นอันดับ 2 ทำให้ซื้อง่ายขายคล่อง

         - ต้นทุนเทรดต่ำ เพราะ EURUSD มีปริมาณการเทรดสูงมาก ทำให้สเปรดที่เป็นต้นทุนเทรดสำคัญต่ำ
ข้อมูลหาง่าย คุณสามารถค้นหาบทความ ข้อมูลข่าวสารหรือบทวิเคราะห์ของ EURUSD ประกอบการตัดสินใจเทรดได้อย่างง่ายดาย

เคล็ดลับการเทรด EURUSD

1. ไม่ละเลยข่าวสาร

ถึงแม้คุณจะเป็นเทรดเดอร์สายเทคนิค แต่คุณไม่ควรละเลยการติดตามข้อมูลข่าวสารของสหรัฐฯ และสหภาพยุโรป ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญของการเคลื่อนไหวของราคา EURUSD

ตัวอย่างข้อมูลเศรษฐกิจที่ควรติดตาม

         - GDP
         - ตัวเลขการจ้างงาน
         - ความเชื่อมั่นของผู้บริโภค
         - ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ
         - ยอดขายปลีก
         - อัตราดอกเบี้ย
         - อัตราเงินเฟ้อ

คุณสามารถติดตามและอ่านข้อมูลเหล่านี้บนปฏิทินทางเศรษฐกิจที่ Exness หรือเว็บไซต์อื่นๆ เช่น Forexfactory หรือ Tradingeconomics

2. แผนการเทรดชัดเจน

คุณมีแผนการเทรดที่ชัดเจนแล้วหรือยัง ถ้ายังไม่มี ผมขอแนะนำบทความที่จะช่วยให้คุณสามารถสร้างแผนการเทรดที่ชัดเจน

         - วิธีการตั้งเป้าหมายสำหรับมือใหม่
         - กฎการเทรดสำหรับมือใหม่
         - การบริหารเงินทุนสำหรับมือใหม่

3. ทำการเทรดช่วงตลาดคึกคัก

หากคุณไม่ต้องการนั่งเฝ้าจอรอสัญญาณเทรด EURUSD ตลอดทั้งวัน ผมขอแนะนำให้คุณทำการเทรดในช่วงที่ตลาดคึกคัก

สำหรับคู่ EURUSD อยู่ที่ 7 ทุ่มจนถึง 11 ทุ่มตามเวลาเมืองไทย เพราะเป็นช่วงเวลาที่ตลาดนิวยอร์กและลอนดอนเปิดทำการพร้อมกัน

ที่มา exness
21 มิถุนายน 2019, 18:43:44 น.
tuinui Hero Member กระทู้: 4090
หากคุณสงสัยว่า ทำไมเทรด EURUSD ไม่ค่อยได้กำไรหรือบางทีเราวิเคราะห์กราฟถูกต้อง แต่ทำไม ราคาวิ่งสวนทางเสียอย่างนั้น ผมมีเคล็ดลับการเทรด EURUSD มาฝากครับ

อย่างแรก เรามาดูถึงจุดเด่นของ EURUSD

      - สภาพคล่องสูง ด้วย USD เป็นสกุลเงินที่มีปริมาณการเทรดมากที่สุดเป็นอันดับ 1 และ EUR เป็นอันดับ 2 ทำให้ซื้อง่ายขายคล่อง

         - ต้นทุนเทรดต่ำ เพราะ EURUSD มีปริมาณการเทรดสูงมาก ทำให้สเปรดที่เป็นต้นทุนเทรดสำคัญต่ำ
ข้อมูลหาง่าย คุณสามารถค้นหาบทความ ข้อมูลข่าวสารหรือบทวิเคราะห์ของ EURUSD ประกอบการตัดสินใจเทรดได้อย่างง่ายดาย

เคล็ดลับการเทรด EURUSD

1. ไม่ละเลยข่าวสาร

ถึงแม้คุณจะเป็นเทรดเดอร์สายเทคนิค แต่คุณไม่ควรละเลยการติดตามข้อมูลข่าวสารของสหรัฐฯ และสหภาพยุโรป ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญของการเคลื่อนไหวของราคา EURUSD

ตัวอย่างข้อมูลเศรษฐกิจที่ควรติดตาม

         - GDP
         - ตัวเลขการจ้างงาน
         - ความเชื่อมั่นของผู้บริโภค
         - ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ
         - ยอดขายปลีก
         - อัตราดอกเบี้ย
         - อัตราเงินเฟ้อ

คุณสามารถติดตามและอ่านข้อมูลเหล่านี้บนปฏิทินทางเศรษฐกิจที่ Exness หรือเว็บไซต์อื่นๆ เช่น Forexfactory หรือ Tradingeconomics

2. แผนการเทรดชัดเจน

คุณมีแผนการเทรดที่ชัดเจนแล้วหรือยัง ถ้ายังไม่มี ผมขอแนะนำบทความที่จะช่วยให้คุณสามารถสร้างแผนการเทรดที่ชัดเจน

         - วิธีการตั้งเป้าหมายสำหรับมือใหม่
         - กฎการเทรดสำหรับมือใหม่
         - การบริหารเงินทุนสำหรับมือใหม่

3. ทำการเทรดช่วงตลาดคึกคัก

หากคุณไม่ต้องการนั่งเฝ้าจอรอสัญญาณเทรด EURUSD ตลอดทั้งวัน ผมขอแนะนำให้คุณทำการเทรดในช่วงที่ตลาดคึกคัก

สำหรับคู่ EURUSD อยู่ที่ 7 ทุ่มจนถึง 11 ทุ่มตามเวลาเมืองไทย เพราะเป็นช่วงเวลาที่ตลาดนิวยอร์กและลอนดอนเปิดทำการพร้อมกัน

ที่มา exness
banner
banner
banner
banner
banner
banner
dukdik
04 กรกฎาคม 2019, 17:34:06 น.
ขอบคุณครับ
04 กรกฎาคม 2019, 17:34:06 น.
dukdik Hero Member กระทู้: 4090
ขอบคุณครับ
avatar
04 กรกฎาคม 2019, 18:37:21 น.
ขอบคุณครับ
04 กรกฎาคม 2019, 18:37:21 น.
avatar Sr. Member กระทู้: 335
ขอบคุณครับ
tuinui
18 กรกฎาคม 2019, 17:22:39 น.
หนึ่งในประเด็นสำคัญที่สุดในการซื้อขายระยะสั้นก็คือการระบุตำแหน่งการซื้อขายให้ถูกต้อง ตำแหน่งการซื้อขายไม่ใช่แค่จุดเข้า แต่มันเป็นพื้นที่บนกราฟที่จุดเข้าดูสมเหตุสมผล นี่เป็นหัวข้อใหญ่ที่ไม่สามารถอธิบายให้จบได้ในบทเดียว แต่ตัวอย่างด้านล่างน่าจะช่วยให้คุณเข้าใจโดยคร่าว ๆ ได้มากขึ้นสำหรับแนวคิดนี้


ตำแหน่งการซื้อขายสำหรับการซื้อขายที่อิงจุดกลับตัว (reversal trades):

ในการตามหาการซื้อขายที่อิงจุดกลับตัว ให้มุ่งสนใจไปที่พื้นที่เหนือจุดสูงสุดหรือล่างจุดต่ำสุดในระยะกลางหรือระยะยาว ก่อนจะเกิดการกลับตัวตลาดมักจัดการเก็บจุดหยุดความเสียหายก่อนแล้วค่อยเคลื่อนตัวหลังจากนั้น (“stop running” rally) นี่เป็นเรื่องปกติสำหรับตลาดใด ๆ แม้ไม่ใช่ทุกครั้งที่ตลาดจะเกิดการพุ่งทะยานหลังจากเก็บจุดหยุดความเสียหาย

อ่านต่อ https://fxnews.exness.com/th/กลเม็ดเคล็ดลับสำหรับฟอ/
tuinui Hero Member กระทู้: 4090
หนึ่งในประเด็นสำคัญที่สุดในการซื้อขายระยะสั้นก็คือการระบุตำแหน่งการซื้อขายให้ถูกต้อง ตำแหน่งการซื้อขายไม่ใช่แค่จุดเข้า แต่มันเป็นพื้นที่บนกราฟที่จุดเข้าดูสมเหตุสมผล นี่เป็นหัวข้อใหญ่ที่ไม่สามารถอธิบายให้จบได้ในบทเดียว แต่ตัวอย่างด้านล่างน่าจะช่วยให้คุณเข้าใจโดยคร่าว ๆ ได้มากขึ้นสำหรับแนวคิดนี้


ตำแหน่งการซื้อขายสำหรับการซื้อขายที่อิงจุดกลับตัว (reversal trades):

ในการตามหาการซื้อขายที่อิงจุดกลับตัว ให้มุ่งสนใจไปที่พื้นที่เหนือจุดสูงสุดหรือล่างจุดต่ำสุดในระยะกลางหรือระยะยาว ก่อนจะเกิดการกลับตัวตลาดมักจัดการเก็บจุดหยุดความเสียหายก่อนแล้วค่อยเคลื่อนตัวหลังจากนั้น (“stop running” rally) นี่เป็นเรื่องปกติสำหรับตลาดใด ๆ แม้ไม่ใช่ทุกครั้งที่ตลาดจะเกิดการพุ่งทะยานหลังจากเก็บจุดหยุดความเสียหาย

อ่านต่อ https://fxnews.exness.com/th/กลเม็ดเคล็ดลับสำหรับฟอ/
dukdik
18 กรกฎาคม 2019, 18:14:23 น.
ขอบคุณครับ
dukdik Hero Member กระทู้: 4090
ขอบคุณครับ
tuinui
23 กรกฎาคม 2019, 16:16:29 น.
การซื้อขายควรเป็นไปอย่างเรียบง่ายแม้ในภาวะที่กราฟมีสัญญาณรบกวน ในบทความนี้เราจะพูดถึงการใช้กราฟกับ แนวรับ และ แนวต้าน เพื่อช่วยให้คุณเข้าใจแนวคิดและสามารถประยุกต์ความรู้จากบทความนี้เพื่อพัฒนาตนเองและช่วยในการซื้อขายของคุณให้ดียิ่งขึ้นได้



กระบวนการในการประมูลราคา

ก่อนที่จะไปพูดถึงแนวรับและแนวต้าน มาเข้าใจกันก่อนว่าตลาดทำงานอย่างไร ตลาดทำงานโดยระบบประมูลราคา แนวโน้มเกิดเมื่อมีความไม่สมดุลระหว่างอุปทานและอุปสงค์และฝั่งหนึ่ง(เช่นฝั่งผู้ซื้อ)ต้องแย่งกันซื้อตราสารที่มีขายอยู่จำกัดจากฝั่งผู้ขาย เมื่อตราสารขายหมด ณ ราคาหนึ่ง ผู้ซื้อจึงยอมเสนอราคาแพงขึ้นเพื่อซื้อตราสารเพิ่มและจูงใจให้ผู้ขายนำตราสารมาขายอีก ด้วยเหตุนี้ทำให้ราคาของตราสารในตลาดพุ่งขึ้นจากกระบวนการประมูลราคา

 

แนวคิดของ แนวรับ และ แนวต้าน

การประมูลราคาเกิดขึ้นอยู่เรื่อยไปและแนวโน้มเปลี่ยนได้เรื่อย ๆ แต่ในบางกรณีเมื่อผู้เล่นรายใหญ่ (เช่นดีลเลอร์ของธนาคาร) ได้รับคำสั่งให้สะสมสถานะซื้อขายที่ราคาหนึ่ง ๆ (เช่นที่ราคา x) สิ่งที่เกิดก็คือเมื่อราคามาสู่ระดับ x ดีลเลอร์ก็จะรับซื้อตลอด ราคาจึงไม่ตกลงไปกว่าระดับนี้ แนวระดับนี้ตามแนวนอนเรียกว่า “แนวรับ” (ดูภาพที่ 1) และนี่เป็นพฤติกรรมเดียวกับกรณีของคำสั่งให้ขายที่ราคาหนึ่ง ๆ และการเกิดแนวต้าน จากผู้เล่นรายใหญ่ในตลาด (ภาพที่ 2)

อ่านต่อ https://fxnews.exness.com/th/วิธีการใช้-แนวรับ-และ-แน/
tuinui Hero Member กระทู้: 4090
การซื้อขายควรเป็นไปอย่างเรียบง่ายแม้ในภาวะที่กราฟมีสัญญาณรบกวน ในบทความนี้เราจะพูดถึงการใช้กราฟกับ แนวรับ และ แนวต้าน เพื่อช่วยให้คุณเข้าใจแนวคิดและสามารถประยุกต์ความรู้จากบทความนี้เพื่อพัฒนาตนเองและช่วยในการซื้อขายของคุณให้ดียิ่งขึ้นได้



กระบวนการในการประมูลราคา

ก่อนที่จะไปพูดถึงแนวรับและแนวต้าน มาเข้าใจกันก่อนว่าตลาดทำงานอย่างไร ตลาดทำงานโดยระบบประมูลราคา แนวโน้มเกิดเมื่อมีความไม่สมดุลระหว่างอุปทานและอุปสงค์และฝั่งหนึ่ง(เช่นฝั่งผู้ซื้อ)ต้องแย่งกันซื้อตราสารที่มีขายอยู่จำกัดจากฝั่งผู้ขาย เมื่อตราสารขายหมด ณ ราคาหนึ่ง ผู้ซื้อจึงยอมเสนอราคาแพงขึ้นเพื่อซื้อตราสารเพิ่มและจูงใจให้ผู้ขายนำตราสารมาขายอีก ด้วยเหตุนี้ทำให้ราคาของตราสารในตลาดพุ่งขึ้นจากกระบวนการประมูลราคา

 

แนวคิดของ แนวรับ และ แนวต้าน

การประมูลราคาเกิดขึ้นอยู่เรื่อยไปและแนวโน้มเปลี่ยนได้เรื่อย ๆ แต่ในบางกรณีเมื่อผู้เล่นรายใหญ่ (เช่นดีลเลอร์ของธนาคาร) ได้รับคำสั่งให้สะสมสถานะซื้อขายที่ราคาหนึ่ง ๆ (เช่นที่ราคา x) สิ่งที่เกิดก็คือเมื่อราคามาสู่ระดับ x ดีลเลอร์ก็จะรับซื้อตลอด ราคาจึงไม่ตกลงไปกว่าระดับนี้ แนวระดับนี้ตามแนวนอนเรียกว่า “แนวรับ” (ดูภาพที่ 1) และนี่เป็นพฤติกรรมเดียวกับกรณีของคำสั่งให้ขายที่ราคาหนึ่ง ๆ และการเกิดแนวต้าน จากผู้เล่นรายใหญ่ในตลาด (ภาพที่ 2)

อ่านต่อ https://fxnews.exness.com/th/วิธีการใช้-แนวรับ-และ-แน/
tuinui
23 กรกฎาคม 2019, 16:46:28 น.
อะไรคือความแตกต่างระหว่างตลาดฟอเร็กซ์กับตลาดอื่น ๆ นี่เป็นคำถามยอดนิยมที่เทรดเดอร์มักอยากรู้กัน ในปัจจุบันมีตลาดให้ซื้อขายตราสารมากมายในแต่ละวัน เช่น หุ้น ตราสารหนี้ ฟิวเจอร์ส ออปชั่น และ CFD แต่ทว่าไม่มีตลาดไหนเลยที่เรียกได้ว่าเป็น “ตลาดที่ง่าย” เพราะการซื้อขายในแต่ละตลาดจำเป็นต้องมีความรู้และประสบการณ์รวมถึงมีวินัย และในบทความนี้เราจะมาอธิบายเจาะลึกถึงความแตกต่างของตลาดฟอเร็กซ์กับตลาดอื่น ๆ กัน

ตลาดฟอเร็กซ์ เทียบกับตลาดหุ้น (Forex VS Stock)

ตลาดหุ้นมีอยู่แทบทุกประเทศ แต่ตลาดหุ้นที่ใหญ่ที่สุดคือ New York Stock Exchange ที่สหรัฐอเมริกา และต่อไปนี้คือความแตกต่าง

อ่านต่อ https://fxnews.exness.com/th/ตลาดฟอเร็กซ์-แตกต่างจาก/
tuinui Hero Member กระทู้: 4090
อะไรคือความแตกต่างระหว่างตลาดฟอเร็กซ์กับตลาดอื่น ๆ นี่เป็นคำถามยอดนิยมที่เทรดเดอร์มักอยากรู้กัน ในปัจจุบันมีตลาดให้ซื้อขายตราสารมากมายในแต่ละวัน เช่น หุ้น ตราสารหนี้ ฟิวเจอร์ส ออปชั่น และ CFD แต่ทว่าไม่มีตลาดไหนเลยที่เรียกได้ว่าเป็น “ตลาดที่ง่าย” เพราะการซื้อขายในแต่ละตลาดจำเป็นต้องมีความรู้และประสบการณ์รวมถึงมีวินัย และในบทความนี้เราจะมาอธิบายเจาะลึกถึงความแตกต่างของตลาดฟอเร็กซ์กับตลาดอื่น ๆ กัน

ตลาดฟอเร็กซ์ เทียบกับตลาดหุ้น (Forex VS Stock)

ตลาดหุ้นมีอยู่แทบทุกประเทศ แต่ตลาดหุ้นที่ใหญ่ที่สุดคือ New York Stock Exchange ที่สหรัฐอเมริกา และต่อไปนี้คือความแตกต่าง

อ่านต่อ https://fxnews.exness.com/th/ตลาดฟอเร็กซ์-แตกต่างจาก/
tuinui
06 สิงหาคม 2019, 17:41:38 น.
แนวโน้มคือมิตรของคุณ เรามักได้ยินประโยคเก่าแก่นี้กันมาหลายครั้ง แต่เทรดเดอร์ก็มักหลงลืมหลักการง่าย ๆ นี้อยู่เสมอ เพราะอะไรน่ะหรือ? ตอบง่าย ๆ ก็เพราะพวกเขาคาดหวังจะเห็นแนวโน้มที่เคลื่อนตัวอย่างว่องไวและสังเกตเห็นได้ง่าย ซึ่งในความเป็นจริงแล้วมักเกิดแบบนี้น้อยครั้งบนกราฟ

แนวโน้มทั่ว ๆ ไปอาจดูคล้ายช่วงการซื้อขายที่ยกตัวสูงขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งถ้าหากคุณปรับการซื้อขายของคุณไปตามทิศทางของแนวโน้มนี้ (นั่นคือซื้อเมื่อแนวโน้มเป็นขาขึ้น หรือทำตรงกันข้ามถ้าแนวโน้มเป็นขาลง) ก็ถือว่าคุณกำลังเพิ่มความได้เปรียบของตนเองอยู่

โดยทั่วไปแล้ว การตามแนวโน้มไปเรื่อย ๆ เป็นวิธีที่เป็นไปตามสัญชาติญาณเพื่อให้ซื้อขายให้ชนะมากขึ้น เพราะจำนวนกราฟแท่งเทียนขาขึ้นจะมีจำนวนมากกว่าแท่งเทียนขาลงในแนวโน้มที่เป็นขาขึ้น และสำหรับแนวโน้มขาลง กราฟแท่งเทียนขาลงก็มีจำนวนมากกว่าแท่งเทียนขาขึ้น

คุณจะรู้ได้อย่างไรว่ามีแนวโน้มอยู่?

ขั้นแรก ให้ดูที่ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ของ 200 วัน (กราฟด้านล่างคือกราฟรายวันของ GBPUSD) ถ้าหากราคามีตำแหน่งอยู่ด้านใดด้านหนึ่งของเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่โดยตลอด ก็เป็นไปได้ว่ามีปัจจัยของการมีแนวโน้มอยู่ ที่จุดนี้มักเป็นจุดที่เทรดเดอร์ใช้ปรับการซื้อขายกัน แต่โปรดจำไว้ว่าผลงานในอดีตของทรัพย์สินไม่สามารถใช้บ่งชี้ถึงผลงานในอนาคตได้อย่างน่าเชื่อถือ

อ่านต่อ https://fxnews.exness.com/th/ปรับการซื้อขายของคุณให/
tuinui Hero Member กระทู้: 4090
แนวโน้มคือมิตรของคุณ เรามักได้ยินประโยคเก่าแก่นี้กันมาหลายครั้ง แต่เทรดเดอร์ก็มักหลงลืมหลักการง่าย ๆ นี้อยู่เสมอ เพราะอะไรน่ะหรือ? ตอบง่าย ๆ ก็เพราะพวกเขาคาดหวังจะเห็นแนวโน้มที่เคลื่อนตัวอย่างว่องไวและสังเกตเห็นได้ง่าย ซึ่งในความเป็นจริงแล้วมักเกิดแบบนี้น้อยครั้งบนกราฟ

แนวโน้มทั่ว ๆ ไปอาจดูคล้ายช่วงการซื้อขายที่ยกตัวสูงขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งถ้าหากคุณปรับการซื้อขายของคุณไปตามทิศทางของแนวโน้มนี้ (นั่นคือซื้อเมื่อแนวโน้มเป็นขาขึ้น หรือทำตรงกันข้ามถ้าแนวโน้มเป็นขาลง) ก็ถือว่าคุณกำลังเพิ่มความได้เปรียบของตนเองอยู่

โดยทั่วไปแล้ว การตามแนวโน้มไปเรื่อย ๆ เป็นวิธีที่เป็นไปตามสัญชาติญาณเพื่อให้ซื้อขายให้ชนะมากขึ้น เพราะจำนวนกราฟแท่งเทียนขาขึ้นจะมีจำนวนมากกว่าแท่งเทียนขาลงในแนวโน้มที่เป็นขาขึ้น และสำหรับแนวโน้มขาลง กราฟแท่งเทียนขาลงก็มีจำนวนมากกว่าแท่งเทียนขาขึ้น

คุณจะรู้ได้อย่างไรว่ามีแนวโน้มอยู่?

ขั้นแรก ให้ดูที่ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ของ 200 วัน (กราฟด้านล่างคือกราฟรายวันของ GBPUSD) ถ้าหากราคามีตำแหน่งอยู่ด้านใดด้านหนึ่งของเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่โดยตลอด ก็เป็นไปได้ว่ามีปัจจัยของการมีแนวโน้มอยู่ ที่จุดนี้มักเป็นจุดที่เทรดเดอร์ใช้ปรับการซื้อขายกัน แต่โปรดจำไว้ว่าผลงานในอดีตของทรัพย์สินไม่สามารถใช้บ่งชี้ถึงผลงานในอนาคตได้อย่างน่าเชื่อถือ

อ่านต่อ https://fxnews.exness.com/th/ปรับการซื้อขายของคุณให/
avatar
24 สิงหาคม 2019, 09:27:24 น.
Oscillator ของ  MT4 ละกัน  ซึ่งเป็นอินดี้ที่วัดการแกว่งตัว ในหมวดนี้ของ  MT4 มีหลายตัว เช่น Average True Range , Bear Power , Bull Power , MACD , Stochastic , CCI , William”sPercent Range ,RSI  และ อื่น ๆ โดยจะเลือกตัวที่ผมชำนาญ และคุ้นเคยมานำเสนอในตอนนี้ เหมือนเดิมครับ ใช้คู่  GBP/AUD  กะ กราฟ 4  hr  มาดูตัวแรกกัน 

https://www.thaiforexbroker.com/oscillators-indicators/
24 สิงหาคม 2019, 09:27:24 น.
ตอบกลับ #8Oscillator ของ MT4
avatar Sr. Member กระทู้: 335
Oscillator ของ  MT4 ละกัน  ซึ่งเป็นอินดี้ที่วัดการแกว่งตัว ในหมวดนี้ของ  MT4 มีหลายตัว เช่น Average True Range , Bear Power , Bull Power , MACD , Stochastic , CCI , William”sPercent Range ,RSI  และ อื่น ๆ โดยจะเลือกตัวที่ผมชำนาญ และคุ้นเคยมานำเสนอในตอนนี้ เหมือนเดิมครับ ใช้คู่  GBP/AUD  กะ กราฟ 4  hr  มาดูตัวแรกกัน 

https://www.thaiforexbroker.com/oscillators-indicators/
narjant
24 สิงหาคม 2019, 10:31:59 น.
10 ข้อ ควรรู้ ทำไมขยัน ประหยัด แต่ก็ยังไม่รวยสักที !!

"มีคนแบบนี้เยอะไหม ?" ...บอกเลย โคตรเยอะ ...ขยัน ประหยัด ซื่อสัตย์ อดทน ครบ แต่จน ...ก็เพราะ ไม่เข้าใจ 10 ข้อนี้

1. "โลกนี้ไม่ได้วัดที่ทำงานหนัก แต่วัดที่ผลงาน" ...ดังนั้น ต้องวัดผลงานของเราเทียบคนอื่นด้วย อย่ามองแค่ตัวเอง

2. "เครื่องทุ่นแรงมี ต้องใช้" ...สมัยก่อนวัดกันที่มือล้วนๆ เดี๋ยวนี้ มันมีเครื่องทุ่นแรง ...ยกตัวอย่าง ที่ฝรั่งเขาเงินเดือนสูงกว่าเรา ก็เพราะฝรั่งเขาเรียนรู้การใช้เครื่องทุ่นแรงทำงาน ...ดังนั้น อย่าแค่ก้มหน้า ก้มตาทำงาน ต้องมองไปรอบๆ ตัวด้วยว่า งานที่เราทำ มันมีเครื่องทุ่นแรงอะไรมาช่วยเราได้บ้าง ให้ทำงานเท่าเดิม แต่ให้ผลลัพธ์เพิ่มขึ้น

3. "คนเก่งไม่รวย คนทำงานกับคนอื่นดีต่างหากรวย" ...ยุคนี้เขาไม่สนว่าใครเก่ง แต่เขาสนใจ ใครร่วมงานกันแล้วดี ...ยกตัวอย่าง คุณ คนเดียวสร้างเครื่องบินไม่ได้ ...แต่คนหลายๆ คน รวมกันเป็นทีม สร้างเครื่องบินอวกาศยังได้เลย ...ไม่แปลก ถ้าวันนี้เรายังไม่รวย แปลว่า มรึงทำงานอยู่คนเดียวอ่ะ !!

4. "สิ่งที่ทำไม่มีความแตกต่าง" ...หลายคนทำสิ่งเดิมๆ ไม่แตกต่าง แล้วก็ งง ว่า ทำไมลูกค้าน้อยลง ...ก็เพราะ คนที่เขาทำสินค้าเฉพาะด้านเขาค่อยๆ มาแย่งลูกค้าจากเรา

5. "ไม่ใส่อารมณ์ เข้าไปในสิ่งที่เราทำ" ...ยุคนี้ลูกค้ามีทางเลือกเยอะ และ ตัดสินใจซื้อด้วยอารมณ์ ไม่ใช่เหตุผล ....ถ้าเราทำสินค้า ขายสินค้า ต้องเอาเรื่อง "อารมณ์" เป็นตัวตั้ง ...สมัยก่อน ต้องตอบว่า "ทำไมลูกค้าต้องซื้อของคุณ" ..แต่ยุคนี้มีเงิน ต้องตอบว่า "ทำไมลูกค้าต้องอยากได้สินค้าคุณ" ...มันต้องตอบที่อารมณ์ ไม่ใช่แค่เหตุผล !!

6. "ประหยัดผิดที่ไม่มีรวย" ...ยุคก่อนทำงาน แล้วออมในธนาคาร ก็รวยได้แล้ว แต่ยุคนี้ ต้องออมในสินทรัพย์ ...เพราะ ธนาคารไม่มีดอกเบี้ยแล้ว ใส่เงินเท่าไหร่ เก็บนานไป มูลค่ายิ่งลด ....คนรวยถึงเก็บเงินในสินทรัพย์ เพราะ สินทรัพย์เป็นสิ่งเดียวที่สิ่งเก็บมูลค่ายิ่งเพิ่ม ....แบ่งเวลาไป ลองศึกษา "ออมหุ้น" หรือ "ออมอสังหา" จะทำให้ประหยัดแล้วรวยได้

7. "คนส่วนใหญ่ แค่อยากดูรวย ไม่ได้อยากรวย" ...อยากดูรวย คือ มีเงินเท่าไหร่ ก็ต้องไปซื้อของเพื่อมาใส่ มาใช้ ให้ดูรวย ...ทำแบบนี้ ชาติหน้าก็ไม่รวย ..."อยากดูรวย ...ไม่มีทางรวย ฟันธง"

8. "คนรวย ต้องเข้าใจคน" ...เข้าใจคนแปลว่า ต้องรู้ว่า คนแต่ละคน ต้องการอะไร แล้วปฏิบัติต่อเขาในแบบที่เขาชอบ ...อย่า ติส ...รวยแล้วค่อยติส ก็ยังทันนะ

9. "หัดเดินทางลัดบ้าง" ...ทางลัด คือ "ทำงานน้อย แต่ได้เงินเยอะ" ...การเดินทางลัด คือ เราต้องรู้จักปฏิเสธงานหนัก เงินน้อย เพราะ เวลาเรามีจำกัด ...ถ้ามัวแต่เสียเวลากับ "งานหนัก เงินน้อย" ก็ยากที่จะร่ำรวยได้

10. "ขี้กลัวมากเกินไป" ...อันนี้ปัญหาคนเก่ง รู้เยอะ จะขี้กลัว มองแต่ความเสี่ยง จนไม่กล้าทำอะไร ไม่กล้าลงทุนอะไร ...ข้อแนะนำของผม คือ ทดลองความเสี่ยงเล็กๆ ที่ควบคุมได้ ....ยกตัวอย่าง ถ้าเสียเงินก้อนนี้ ก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าทำได้จะเติบโตก้าวกระโดด ...แบบนี้ ต้องทดลอง ทำเลย !!

ใช่!! บางคน ติดแค่ไม่กี่ข้อ ....ผ่านได้ ก็ไปต่อได้ ....ลองดู

#ภาววิทย์กลิ่นประทุม
narjant Hero Member กระทู้: 1069
10 ข้อ ควรรู้ ทำไมขยัน ประหยัด แต่ก็ยังไม่รวยสักที !!

"มีคนแบบนี้เยอะไหม ?" ...บอกเลย โคตรเยอะ ...ขยัน ประหยัด ซื่อสัตย์ อดทน ครบ แต่จน ...ก็เพราะ ไม่เข้าใจ 10 ข้อนี้

1. "โลกนี้ไม่ได้วัดที่ทำงานหนัก แต่วัดที่ผลงาน" ...ดังนั้น ต้องวัดผลงานของเราเทียบคนอื่นด้วย อย่ามองแค่ตัวเอง

2. "เครื่องทุ่นแรงมี ต้องใช้" ...สมัยก่อนวัดกันที่มือล้วนๆ เดี๋ยวนี้ มันมีเครื่องทุ่นแรง ...ยกตัวอย่าง ที่ฝรั่งเขาเงินเดือนสูงกว่าเรา ก็เพราะฝรั่งเขาเรียนรู้การใช้เครื่องทุ่นแรงทำงาน ...ดังนั้น อย่าแค่ก้มหน้า ก้มตาทำงาน ต้องมองไปรอบๆ ตัวด้วยว่า งานที่เราทำ มันมีเครื่องทุ่นแรงอะไรมาช่วยเราได้บ้าง ให้ทำงานเท่าเดิม แต่ให้ผลลัพธ์เพิ่มขึ้น

3. "คนเก่งไม่รวย คนทำงานกับคนอื่นดีต่างหากรวย" ...ยุคนี้เขาไม่สนว่าใครเก่ง แต่เขาสนใจ ใครร่วมงานกันแล้วดี ...ยกตัวอย่าง คุณ คนเดียวสร้างเครื่องบินไม่ได้ ...แต่คนหลายๆ คน รวมกันเป็นทีม สร้างเครื่องบินอวกาศยังได้เลย ...ไม่แปลก ถ้าวันนี้เรายังไม่รวย แปลว่า มรึงทำงานอยู่คนเดียวอ่ะ !!

4. "สิ่งที่ทำไม่มีความแตกต่าง" ...หลายคนทำสิ่งเดิมๆ ไม่แตกต่าง แล้วก็ งง ว่า ทำไมลูกค้าน้อยลง ...ก็เพราะ คนที่เขาทำสินค้าเฉพาะด้านเขาค่อยๆ มาแย่งลูกค้าจากเรา

5. "ไม่ใส่อารมณ์ เข้าไปในสิ่งที่เราทำ" ...ยุคนี้ลูกค้ามีทางเลือกเยอะ และ ตัดสินใจซื้อด้วยอารมณ์ ไม่ใช่เหตุผล ....ถ้าเราทำสินค้า ขายสินค้า ต้องเอาเรื่อง "อารมณ์" เป็นตัวตั้ง ...สมัยก่อน ต้องตอบว่า "ทำไมลูกค้าต้องซื้อของคุณ" ..แต่ยุคนี้มีเงิน ต้องตอบว่า "ทำไมลูกค้าต้องอยากได้สินค้าคุณ" ...มันต้องตอบที่อารมณ์ ไม่ใช่แค่เหตุผล !!

6. "ประหยัดผิดที่ไม่มีรวย" ...ยุคก่อนทำงาน แล้วออมในธนาคาร ก็รวยได้แล้ว แต่ยุคนี้ ต้องออมในสินทรัพย์ ...เพราะ ธนาคารไม่มีดอกเบี้ยแล้ว ใส่เงินเท่าไหร่ เก็บนานไป มูลค่ายิ่งลด ....คนรวยถึงเก็บเงินในสินทรัพย์ เพราะ สินทรัพย์เป็นสิ่งเดียวที่สิ่งเก็บมูลค่ายิ่งเพิ่ม ....แบ่งเวลาไป ลองศึกษา "ออมหุ้น" หรือ "ออมอสังหา" จะทำให้ประหยัดแล้วรวยได้

7. "คนส่วนใหญ่ แค่อยากดูรวย ไม่ได้อยากรวย" ...อยากดูรวย คือ มีเงินเท่าไหร่ ก็ต้องไปซื้อของเพื่อมาใส่ มาใช้ ให้ดูรวย ...ทำแบบนี้ ชาติหน้าก็ไม่รวย ..."อยากดูรวย ...ไม่มีทางรวย ฟันธง"

8. "คนรวย ต้องเข้าใจคน" ...เข้าใจคนแปลว่า ต้องรู้ว่า คนแต่ละคน ต้องการอะไร แล้วปฏิบัติต่อเขาในแบบที่เขาชอบ ...อย่า ติส ...รวยแล้วค่อยติส ก็ยังทันนะ

9. "หัดเดินทางลัดบ้าง" ...ทางลัด คือ "ทำงานน้อย แต่ได้เงินเยอะ" ...การเดินทางลัด คือ เราต้องรู้จักปฏิเสธงานหนัก เงินน้อย เพราะ เวลาเรามีจำกัด ...ถ้ามัวแต่เสียเวลากับ "งานหนัก เงินน้อย" ก็ยากที่จะร่ำรวยได้

10. "ขี้กลัวมากเกินไป" ...อันนี้ปัญหาคนเก่ง รู้เยอะ จะขี้กลัว มองแต่ความเสี่ยง จนไม่กล้าทำอะไร ไม่กล้าลงทุนอะไร ...ข้อแนะนำของผม คือ ทดลองความเสี่ยงเล็กๆ ที่ควบคุมได้ ....ยกตัวอย่าง ถ้าเสียเงินก้อนนี้ ก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าทำได้จะเติบโตก้าวกระโดด ...แบบนี้ ต้องทดลอง ทำเลย !!

ใช่!! บางคน ติดแค่ไม่กี่ข้อ ....ผ่านได้ ก็ไปต่อได้ ....ลองดู

#ภาววิทย์กลิ่นประทุม
1

Navigation

แชร์กระทู้นี้


Who is online
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูบอร์ดนี้
banner
FBS