busforex

เข้าสู่ระบบ



คงสถานะการเข้าระบบไว้ตลอด
banner
banner
Exness Broker Forex
โบนัส 10 ปี XM
แจกซิก Forex Signal

บทวิเคราะห์ฟอเร็กซ์และคริปโตเคอเรนซี 1 - 5 กรกฎาคม 2019 จาก NordFX

ตอบ5 อ่าน390
แชร์กระทู้นี้
tuinui
01 กรกฎาคม 2019, 09:48:09 น.
สำหรับบทวิเคราะห์ของสัปดาห์นี้ เราได้สรุปความเห็นของบรรดานักวิเคราะห์มากมาย รวมถึงคำคาดการณ์ที่วิเคราะห์จากพื้นฐานทางเทคนิคและสถิติกราฟต่างๆ โดยเราสามารถสรุปผลวิเคราะห์ได้ดังต่อไปนี้:

    EUR/USD ตลาดไม่คาดการณ์ว่าจะมีข่าวสะเทือนวงการใดๆ จากผลการประชุม G20 ในขณะที่ความสนใจทั้งหมดจะมุ่งไปที่การหารือทวิภาคีระหว่างผู้นำสองประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจโลกที่งานประชุมนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการหารือระหว่างผู้นำจีนสี จิ้นผิง และประธานาธิบดีทรัมป์จากสหรัฐฯ ในวันเสาร์ที่ 29 มิถุนายน นักลงทุนต่างคาดหวังว่าความเข้มข้นในประเด็นความขัดแย้งระหว่างสองประเทศนี้จะลดลง และหากสิ่งนี้เกิดขึ้น ฟอเร็กซ์อาจเปิดตลาดด้วยช่องว่างระหว่างราคาในวันจันทร์ที่จะถึงนี้

    อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์หลายคนยังมองสถานการณ์อย่างค่อนข้างใจเย็นและเชื่อว่าสงครามนี้จะไม่ยุติง่ายๆ มาตรการภาษีส่งผลต่อสินค้านำเข้าจากจีนกว่า 10,000 ประเภทและหนึ่งในเงื่อนไขที่ปักกิ่งต้องการก็คือให้สหรัฐฯ ยกเลิกมาตรการภาษีที่บังคับใช้ทั้งหมด ซึ่งความเป็นไปได้ที่นายทรัมป์จะปฏิบัติตามข้อเรียกร้องดังกล่าวแทบจะเป็นศูนย์ ในขณะที่คำสั่งแบนสินค้าจากบริษัท Huawei ของจีนก็ไม่น่าจะยกเลิกง่ายๆ เช่นกัน ทั้งสองฝ่ายอาจจะจับมือทักทายกันอย่างยิ้มแย้มที่งานประชุม แต่ยากที่จะมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งยอมอ่อนข้อให้กันและกัน ผลลัพธ์ที่เป็นศูนย์ (หรือเกือบศูนย์) จากการประชุมจะทำให้นายทรัปม์สามารถประกาศ “ชัยชนะ” ครั้งถัดไปของเขาได้ท่ามกลางช่วงเวลาเข้าสู่การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ สมัยถัดไป และฝั่งจีนก็จะซื้อเวลาได้เช่นกัน

    ในสถานการณ์เช่นนี้ ธนาคารเฟดสหรัฐฯ จะกลายเป็นตัวแสดงสำคัญใน “เกมหมากรุก” นี้ซึ่งท่ามกลางสภาพตลาดหุ้นที่ตกต่ำ ธนาคารจะถูกบังคับให้ใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลายและจะส่งผลให้ค่าเงินสหรัฐฯ อ่อนค่าลงในที่สุด

    ยิ่งสถิติเศรษฐกิจมหภาคของสหรัฐฯ ซึ่งจะประกาศในสัปดาห์หน้านี้ อ่อนแอลงมากเท่าใด ยิ่งมีผลกดดันให้ธนาคารเฟดปรับลดอัตราดอกเบี้ย โดยในวันที่ 1 กรกฎาคม และ 3 กรกฎาคม จะมีการประกาศตัวบ่งชี้จากดัชนีกิจกรรมทางธุรกิจ ISM และในวันศุกร์แรกของเดือนที่ 5 กรกฎาคมจะมีการประกาศสถิติจากตลาดแรงงาน (รวมถึงดัชนี NFP)

    หนึ่งในสี่ของผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าธนาคารเฟดอาจปรับลดอัตราดอกเบี้ย 25 หรือ 50 จุดในเร็วๆ นี้ที่การประชุมวันที่ 31 กรกฎาคม โดยตลาดเชื่อว่าจะได้เห็นสัญญาณที่ชัดเจนขึ้นจากคำแถลงของสมาชิกคณะกรรมการ FOMC นายริชาร์ด คลาริดา ที่ฟินแลนด์ในวันที่ 1 กรกฎาคม และรองประธานเฟด นายจอห์น วิลเลียมส์ ในวันที่ 2 กรกฎาคมที่เมืองซูริค

    อีกด้านหนึ่ง ความเสี่ยงทางการเมืองและปัญหาทางเศรษฐกิจของยูโรโซนยังคงไม่หายไป อีกทั้งธนาคารกลางยุโรปจะเริ่มใช้มาตรการเพิ่มเติมในการกระตุ้นเศรษฐกิจซึ่งจะเกิดขึ้นในการประชุมวันที่ 25 กรกฎาคม

    การให้คำทำนายแบบเฉพาะเจาะจงสำหรับสัปดาห์หน้านี้เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ เนื่องจากความเห็นของผู้เชี่ยวชาญแบ่งออกเป็นหลายกลุ่มแทบจะเท่าๆ กัน อย่างไรก็ตาม หากคุณพิจารณาคำทำนายในรอบเดือนและคำทำนายระยะกลางจะพบว่า 75% ของนักวิเคราะห์ทั้งหมดเชื่อว่าราคาจะพยายามทำสถิติต่ำสุดใหม่จากช่วงฤดูใบไม้ผลิปี 2019 และจะพยายามตัดทะลุระดับแนวรับที่โซน 1.1100 ให้สำเร็จ โดยมีเป้าหมายตลาดหมีถัดไปอยู่ที่ 1.0900 และ 1.0800 ในส่วนความเห็นของผู้เชี่ยวชาญ 25% ที่เหลือมองว่าโซน 1.1100 เป็นกรอบจำกัดของขาลงและคาดว่าราคาจะขยับขึ้นไปที่โซน 1.1530-1.1650 ในที่สุด

    สำหรับการวิเคราะห์ดัชนีพบว่าดัชนีเทรนด์และออสซิลเลเตอร์ในกรอบ D1 ส่วนใหญ่ให้สัญญาณเป็นสีเขียว อย่างไรก็ตาม มีออสซิลเลเตอร์ 20% แล้วที่ให้สัญญาณว่าราคาอยู่ในช่วงถูกซื้อมากเกินไป

    GBP/USD บทบาทของนางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษจะค่อยๆ เลือนลางลง และผู้ที่คาดว่าจะรับเก้าอี้นายกฯต่อ อย่างนายบอริส จอห์นสัน จะเป็นผู้ส่งอิทธิพลต่อข่าวเบร็กซิตคนสำคัญ เขากล่าวในสัปดาห์ที่แล้วว่าหากเป็นหัวหน้ารัฐบาล เขาจะทำทุกวิถีทางเพื่อรักษาความเป็นไปได้ในการแยกตัวแบบ “เด็ดขาด” ออกจากอียูโดยไร้ข้อตกลง ซึ่งท่าทีคุกคามนี้จะช่วยเพิ่มน้ำหนักให้กับเขาในการต่อรองเจรจากับสหภาพยุโรป และเขาก็พร้อมที่จะตั้งต้นใหม่ในการทำงานของรัฐสภา

    ตลาดตอบสนองต่อท่าทีดังกล่าวแล้วโดยเงินปอนด์อ่อนค่าลงต่อยูโร โดยสำหรับ GBP/USD ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่ (65%) คาดว่าเงินปอนด์อังกฤษจะอ่อนค่าลงอีกและราคาจะตกลงมาในตอนต้นที่ 1.2475-1.2500 และจากนั้นในช่วงเดือนกรกฎาคม ราคาจะตกไปที่จุดต่ำสุดที่ทำไว้เมื่อวันที่ 3 มกราคม 2019 ที่ 1.2400

    ในส่วนนักวิเคราะห์อีก 35% ยังคงมองโลกในแง่ดีและเชื่อว่าการเจรจาระหว่างอังกฤษกับอียูจะมีผลลัพธ์ที่ดี กลุ่มนี้มองว่าราคาจะขยับขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมีเป้าหมายถัดไปที่ 1.2775 และ 1.2830 จากนั้นที่ 1.2930

    ในขณะที่ทางเลือกที่ประนีประนอมมากกว่าอยู่ในช่วงวงจรที่ 1.2500-1.2860 ตามการวิเคราะห์กราฟในกรอบ D1

    USD/JPY ตามที่เคยระบุไว้ก่อนหน้านี้ ผลลัพธ์ที่เป็นไปได้มากที่สุดจากการหารือระหว่างประธานาธิบดีทรัมป์และผู้นำสี จิ้นผิง ในที่ประชุม G20 คือการเจรจาที่ไม่สิ้นสุดและไม่เกิดผลระหว่างทั้งสองประเทศ ในสถานการณ์เช่นนี้ ตลาดหุ้นยังคงรอจังหวะซบเซา นโยบายการเงินสหรัฐฯ จะเริ่มผ่อนปรนและดอลลาร์จะอ่อนค่าลง ในส่วนนักลงทุนจะตอบสนองต่อสถานการณ์นี้โดยจะหันไปหาสินทรัพย์ที่ปลอดภัยมากขึ้น รวมถึงเงินเยนญี่ปุ่น

    อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์นี้จะไม่เกิดขึ้นในหนึ่งวันหรือหนึ่งสัปดาห์ ในระหว่างนี้มีผู้เชี่ยวชาญเพียง 40% และผลการวิเคราะห์กราฟในกรอบ D1 ที่โหวตว่าเงินเยนญี่ปุ่นจะแข็งค่าขึ้นและจะส่งผลให้ราคาคู่นี้ขยับลงทิศใต้ ในขณะที่อีก 30% กลับให้ภาพในทิศเหนือเป็นหลัก ส่วนนักวิเคราะห์กลุ่มที่เหลือกลับมีท่าทีเป็นกลาง ซึ่งภาพการวิเคราะห์ออสซิลเลเตอร์และดัชนีเทรนด์ในกรอบ D1 ก็แทบไม่ต่างกัน

    โดยระดับแนวรับอยู่ในโซน 106.80-107.00 จากนั้นที่ 105.50-106.00 และมีแนวต้านที่ 108.85, 109.70 และ 110.65

    คริปโตเคอเรนซี ผู้ก่อตั้ง Morgan Creek Digital และหุ้นส่วนนาย Anthony “Pomp” Pompliano ได้ทำนายการเติบโตของบิทคอยน์ที่ $100,000 ในจดหมายของเขาถึงลูกค้าบริษัท โดยเขามองว่าโอกาสความเป็นไปดังกล่าวน่าจะเกิดขึ้นภายใน 2.5 ปีข้างหน้านั้นอยู่ที่ 70-75%

    คำทำนายที่คล้ายกันเป็นของนักเทรดและนักวิเคราะห์ชื่อดังนาย Peter Brandt ระบุว่า “บิทคอยน์กำลังเล็งที่ระดับ $100,000 ราคา BTC/USD กำลังเข้าสู่ช่วงพาราโบลิคที่สี่ตั้งแต่ปี /010 ไม่มีตลาดใดที่มีลักษณะกราฟเช่นนี้ในช่วงเวลาการเทรด 45 ปีที่ผมเคยประสบมา”

    แต่หนึ่งในผู้ก่อตั้ง Fundstrat Global Advisors นาย Tom Lee รวมถึงผู้เชี่ยวชาญอีก 45 คนเชื่อว่าบิทคอยน์จะประสบกับการปรับตัวของราคาครั้งใหญ่ และการที่ราคาลดลง 25% เมื่อช่วงวันที่ 26-27 มิถุนายนที่ผ่านมาก็คือปรับตัวของราคานั่นเอง นักวิเคราะห์ยังคงไม่ตัดโอกาสความเป็นไปได้ที่ราคาอาจลดลงกลับมาที่ $7,500-8,000

    สำหรับอัลท์คอยน์ติดสิบอันดับแรกจากกราฟมูลค่ารวมในตลาดก็ค่อยๆ เสียตำแหน่งให้กับสกุลเงินดิจิทัลอันดับหนึ่ง ดังนั้นจึงมีเพียงบิทคอยน์ที่แสดงการเติบโตของราคาในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา โดยส่งผลให้มูลค่ารวมในตลาดเงินคริปโตเพิ่มขึ้นจาก 41% เป็น 66% ในขณะที่ส่วนแบ่งของเหรียญดิจิทัลสกุลอื่นกลับลดลงหรืออย่างมากก็อยู่ในระดับเดิม

 
 

ป.ล. สำหรับคำทำนายข้างต้น การประชุมระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ และนายสี จิ้นผิง ผู้นำจีนในวันสุดท้ายของการประชุมที่โอซากาก็ไม่ส่งผลให้สงครามการค้ายุติ ทั้งนี้ ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความขัดแย้ง ผู้นำสองประเทศสามารถตกลงกันได้เฉพาะในหลักการการเจรจากันบนพื้นฐานของ “การเคารพซึ่งกันและกันและความเท่าเทียม” แต่เพียงเท่านั้น
tuinui Hero Member กระทู้: 4089
สำหรับบทวิเคราะห์ของสัปดาห์นี้ เราได้สรุปความเห็นของบรรดานักวิเคราะห์มากมาย รวมถึงคำคาดการณ์ที่วิเคราะห์จากพื้นฐานทางเทคนิคและสถิติกราฟต่างๆ โดยเราสามารถสรุปผลวิเคราะห์ได้ดังต่อไปนี้:

    EUR/USD ตลาดไม่คาดการณ์ว่าจะมีข่าวสะเทือนวงการใดๆ จากผลการประชุม G20 ในขณะที่ความสนใจทั้งหมดจะมุ่งไปที่การหารือทวิภาคีระหว่างผู้นำสองประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจโลกที่งานประชุมนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการหารือระหว่างผู้นำจีนสี จิ้นผิง และประธานาธิบดีทรัมป์จากสหรัฐฯ ในวันเสาร์ที่ 29 มิถุนายน นักลงทุนต่างคาดหวังว่าความเข้มข้นในประเด็นความขัดแย้งระหว่างสองประเทศนี้จะลดลง และหากสิ่งนี้เกิดขึ้น ฟอเร็กซ์อาจเปิดตลาดด้วยช่องว่างระหว่างราคาในวันจันทร์ที่จะถึงนี้

    อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์หลายคนยังมองสถานการณ์อย่างค่อนข้างใจเย็นและเชื่อว่าสงครามนี้จะไม่ยุติง่ายๆ มาตรการภาษีส่งผลต่อสินค้านำเข้าจากจีนกว่า 10,000 ประเภทและหนึ่งในเงื่อนไขที่ปักกิ่งต้องการก็คือให้สหรัฐฯ ยกเลิกมาตรการภาษีที่บังคับใช้ทั้งหมด ซึ่งความเป็นไปได้ที่นายทรัมป์จะปฏิบัติตามข้อเรียกร้องดังกล่าวแทบจะเป็นศูนย์ ในขณะที่คำสั่งแบนสินค้าจากบริษัท Huawei ของจีนก็ไม่น่าจะยกเลิกง่ายๆ เช่นกัน ทั้งสองฝ่ายอาจจะจับมือทักทายกันอย่างยิ้มแย้มที่งานประชุม แต่ยากที่จะมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งยอมอ่อนข้อให้กันและกัน ผลลัพธ์ที่เป็นศูนย์ (หรือเกือบศูนย์) จากการประชุมจะทำให้นายทรัปม์สามารถประกาศ “ชัยชนะ” ครั้งถัดไปของเขาได้ท่ามกลางช่วงเวลาเข้าสู่การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ สมัยถัดไป และฝั่งจีนก็จะซื้อเวลาได้เช่นกัน

    ในสถานการณ์เช่นนี้ ธนาคารเฟดสหรัฐฯ จะกลายเป็นตัวแสดงสำคัญใน “เกมหมากรุก” นี้ซึ่งท่ามกลางสภาพตลาดหุ้นที่ตกต่ำ ธนาคารจะถูกบังคับให้ใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลายและจะส่งผลให้ค่าเงินสหรัฐฯ อ่อนค่าลงในที่สุด

    ยิ่งสถิติเศรษฐกิจมหภาคของสหรัฐฯ ซึ่งจะประกาศในสัปดาห์หน้านี้ อ่อนแอลงมากเท่าใด ยิ่งมีผลกดดันให้ธนาคารเฟดปรับลดอัตราดอกเบี้ย โดยในวันที่ 1 กรกฎาคม และ 3 กรกฎาคม จะมีการประกาศตัวบ่งชี้จากดัชนีกิจกรรมทางธุรกิจ ISM และในวันศุกร์แรกของเดือนที่ 5 กรกฎาคมจะมีการประกาศสถิติจากตลาดแรงงาน (รวมถึงดัชนี NFP)

    หนึ่งในสี่ของผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าธนาคารเฟดอาจปรับลดอัตราดอกเบี้ย 25 หรือ 50 จุดในเร็วๆ นี้ที่การประชุมวันที่ 31 กรกฎาคม โดยตลาดเชื่อว่าจะได้เห็นสัญญาณที่ชัดเจนขึ้นจากคำแถลงของสมาชิกคณะกรรมการ FOMC นายริชาร์ด คลาริดา ที่ฟินแลนด์ในวันที่ 1 กรกฎาคม และรองประธานเฟด นายจอห์น วิลเลียมส์ ในวันที่ 2 กรกฎาคมที่เมืองซูริค

    อีกด้านหนึ่ง ความเสี่ยงทางการเมืองและปัญหาทางเศรษฐกิจของยูโรโซนยังคงไม่หายไป อีกทั้งธนาคารกลางยุโรปจะเริ่มใช้มาตรการเพิ่มเติมในการกระตุ้นเศรษฐกิจซึ่งจะเกิดขึ้นในการประชุมวันที่ 25 กรกฎาคม

    การให้คำทำนายแบบเฉพาะเจาะจงสำหรับสัปดาห์หน้านี้เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ เนื่องจากความเห็นของผู้เชี่ยวชาญแบ่งออกเป็นหลายกลุ่มแทบจะเท่าๆ กัน อย่างไรก็ตาม หากคุณพิจารณาคำทำนายในรอบเดือนและคำทำนายระยะกลางจะพบว่า 75% ของนักวิเคราะห์ทั้งหมดเชื่อว่าราคาจะพยายามทำสถิติต่ำสุดใหม่จากช่วงฤดูใบไม้ผลิปี 2019 และจะพยายามตัดทะลุระดับแนวรับที่โซน 1.1100 ให้สำเร็จ โดยมีเป้าหมายตลาดหมีถัดไปอยู่ที่ 1.0900 และ 1.0800 ในส่วนความเห็นของผู้เชี่ยวชาญ 25% ที่เหลือมองว่าโซน 1.1100 เป็นกรอบจำกัดของขาลงและคาดว่าราคาจะขยับขึ้นไปที่โซน 1.1530-1.1650 ในที่สุด

    สำหรับการวิเคราะห์ดัชนีพบว่าดัชนีเทรนด์และออสซิลเลเตอร์ในกรอบ D1 ส่วนใหญ่ให้สัญญาณเป็นสีเขียว อย่างไรก็ตาม มีออสซิลเลเตอร์ 20% แล้วที่ให้สัญญาณว่าราคาอยู่ในช่วงถูกซื้อมากเกินไป

    GBP/USD บทบาทของนางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษจะค่อยๆ เลือนลางลง และผู้ที่คาดว่าจะรับเก้าอี้นายกฯต่อ อย่างนายบอริส จอห์นสัน จะเป็นผู้ส่งอิทธิพลต่อข่าวเบร็กซิตคนสำคัญ เขากล่าวในสัปดาห์ที่แล้วว่าหากเป็นหัวหน้ารัฐบาล เขาจะทำทุกวิถีทางเพื่อรักษาความเป็นไปได้ในการแยกตัวแบบ “เด็ดขาด” ออกจากอียูโดยไร้ข้อตกลง ซึ่งท่าทีคุกคามนี้จะช่วยเพิ่มน้ำหนักให้กับเขาในการต่อรองเจรจากับสหภาพยุโรป และเขาก็พร้อมที่จะตั้งต้นใหม่ในการทำงานของรัฐสภา

    ตลาดตอบสนองต่อท่าทีดังกล่าวแล้วโดยเงินปอนด์อ่อนค่าลงต่อยูโร โดยสำหรับ GBP/USD ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่ (65%) คาดว่าเงินปอนด์อังกฤษจะอ่อนค่าลงอีกและราคาจะตกลงมาในตอนต้นที่ 1.2475-1.2500 และจากนั้นในช่วงเดือนกรกฎาคม ราคาจะตกไปที่จุดต่ำสุดที่ทำไว้เมื่อวันที่ 3 มกราคม 2019 ที่ 1.2400

    ในส่วนนักวิเคราะห์อีก 35% ยังคงมองโลกในแง่ดีและเชื่อว่าการเจรจาระหว่างอังกฤษกับอียูจะมีผลลัพธ์ที่ดี กลุ่มนี้มองว่าราคาจะขยับขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมีเป้าหมายถัดไปที่ 1.2775 และ 1.2830 จากนั้นที่ 1.2930

    ในขณะที่ทางเลือกที่ประนีประนอมมากกว่าอยู่ในช่วงวงจรที่ 1.2500-1.2860 ตามการวิเคราะห์กราฟในกรอบ D1

    USD/JPY ตามที่เคยระบุไว้ก่อนหน้านี้ ผลลัพธ์ที่เป็นไปได้มากที่สุดจากการหารือระหว่างประธานาธิบดีทรัมป์และผู้นำสี จิ้นผิง ในที่ประชุม G20 คือการเจรจาที่ไม่สิ้นสุดและไม่เกิดผลระหว่างทั้งสองประเทศ ในสถานการณ์เช่นนี้ ตลาดหุ้นยังคงรอจังหวะซบเซา นโยบายการเงินสหรัฐฯ จะเริ่มผ่อนปรนและดอลลาร์จะอ่อนค่าลง ในส่วนนักลงทุนจะตอบสนองต่อสถานการณ์นี้โดยจะหันไปหาสินทรัพย์ที่ปลอดภัยมากขึ้น รวมถึงเงินเยนญี่ปุ่น

    อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์นี้จะไม่เกิดขึ้นในหนึ่งวันหรือหนึ่งสัปดาห์ ในระหว่างนี้มีผู้เชี่ยวชาญเพียง 40% และผลการวิเคราะห์กราฟในกรอบ D1 ที่โหวตว่าเงินเยนญี่ปุ่นจะแข็งค่าขึ้นและจะส่งผลให้ราคาคู่นี้ขยับลงทิศใต้ ในขณะที่อีก 30% กลับให้ภาพในทิศเหนือเป็นหลัก ส่วนนักวิเคราะห์กลุ่มที่เหลือกลับมีท่าทีเป็นกลาง ซึ่งภาพการวิเคราะห์ออสซิลเลเตอร์และดัชนีเทรนด์ในกรอบ D1 ก็แทบไม่ต่างกัน

    โดยระดับแนวรับอยู่ในโซน 106.80-107.00 จากนั้นที่ 105.50-106.00 และมีแนวต้านที่ 108.85, 109.70 และ 110.65

    คริปโตเคอเรนซี ผู้ก่อตั้ง Morgan Creek Digital และหุ้นส่วนนาย Anthony “Pomp” Pompliano ได้ทำนายการเติบโตของบิทคอยน์ที่ $100,000 ในจดหมายของเขาถึงลูกค้าบริษัท โดยเขามองว่าโอกาสความเป็นไปดังกล่าวน่าจะเกิดขึ้นภายใน 2.5 ปีข้างหน้านั้นอยู่ที่ 70-75%

    คำทำนายที่คล้ายกันเป็นของนักเทรดและนักวิเคราะห์ชื่อดังนาย Peter Brandt ระบุว่า “บิทคอยน์กำลังเล็งที่ระดับ $100,000 ราคา BTC/USD กำลังเข้าสู่ช่วงพาราโบลิคที่สี่ตั้งแต่ปี /010 ไม่มีตลาดใดที่มีลักษณะกราฟเช่นนี้ในช่วงเวลาการเทรด 45 ปีที่ผมเคยประสบมา”

    แต่หนึ่งในผู้ก่อตั้ง Fundstrat Global Advisors นาย Tom Lee รวมถึงผู้เชี่ยวชาญอีก 45 คนเชื่อว่าบิทคอยน์จะประสบกับการปรับตัวของราคาครั้งใหญ่ และการที่ราคาลดลง 25% เมื่อช่วงวันที่ 26-27 มิถุนายนที่ผ่านมาก็คือปรับตัวของราคานั่นเอง นักวิเคราะห์ยังคงไม่ตัดโอกาสความเป็นไปได้ที่ราคาอาจลดลงกลับมาที่ $7,500-8,000

    สำหรับอัลท์คอยน์ติดสิบอันดับแรกจากกราฟมูลค่ารวมในตลาดก็ค่อยๆ เสียตำแหน่งให้กับสกุลเงินดิจิทัลอันดับหนึ่ง ดังนั้นจึงมีเพียงบิทคอยน์ที่แสดงการเติบโตของราคาในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา โดยส่งผลให้มูลค่ารวมในตลาดเงินคริปโตเพิ่มขึ้นจาก 41% เป็น 66% ในขณะที่ส่วนแบ่งของเหรียญดิจิทัลสกุลอื่นกลับลดลงหรืออย่างมากก็อยู่ในระดับเดิม

 
 

ป.ล. สำหรับคำทำนายข้างต้น การประชุมระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ และนายสี จิ้นผิง ผู้นำจีนในวันสุดท้ายของการประชุมที่โอซากาก็ไม่ส่งผลให้สงครามการค้ายุติ ทั้งนี้ ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความขัดแย้ง ผู้นำสองประเทศสามารถตกลงกันได้เฉพาะในหลักการการเจรจากันบนพื้นฐานของ “การเคารพซึ่งกันและกันและความเท่าเทียม” แต่เพียงเท่านั้น
banner
banner
banner
banner
banner
banner
tuinui
22 กรกฎาคม 2019, 08:19:37 น.
สำหรับบทวิเคราะห์ของสัปดาห์นี้ เราได้สรุปความเห็นของบรรดานักวิเคราะห์มากมาย รวมถึงคำคาดการณ์ที่วิเคราะห์จากพื้นฐานทางเทคนิคและสถิติกราฟต่างๆ โดยเราสามารถสรุปผลวิเคราะห์ได้ดังต่อไปนี้:

    EUR/USD

ตลาดยังคงเต็มไปด้วยความคาดวังว่าจะมีการตัดสินใจปรับลดอัตราดอกเบี้ยอย่างรวดเร็วโดยธนาคารเฟดสหรัฐฯ และธนาคารกลางยุโรป โดยอย่างที่กล่าวไปข้างต้น ตลาดยังคงมองว่าธนาคารกลางยุโรปน่าจะประกาศการตัดสินใจดังกล่าวในวันพฤหัสบดีที่ 25 กรกฎาคมนี้ แม้ว่าผู้เชี่ยวชาญหลายคนเชื่อว่าอัตราดอกเบี้ยน่าจะคงที่ที่ระดับเดิมจนถึงเดือนกันยายนคือที่ระดับศูนย์ ในกรณีแรกจะส่งผลให้ราคาขยับลงอย่างรวดเร็ว และในกรณีที่สองจะทำให้ไม่น่ามีความผันผวนในอัตราแลกเปลี่ยนเท่าใดนัก นอกจากนี้ แม้ว่าอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจจะชะลอตัว สถานการณ์ในเศรษฐกิจยูโรโซนก็ยังไม่ถือว่าเลวร้ายมาก ดัชนีราคาผู้ผลิตยังคงเติบโต และดุลการค้ายังเป็นบวกในเดือนมิถุนายนที่เกือบ €30 พันล้านยูโร (เทียบกับ€22.5 พันล้านในเดือนเมษายน). และแม้ว่าจะมีสงครามทางการค้าเกิดขึ้นอยู่ก็ตาม!
 
   เป็นที่น่าสนใจว่าสหรัฐฯ จะมีท่าทีต่อสถานการณ์นี้อย่างไร? ประธานาธิบดีทรัมป์ทวีตข้อความที่ดูโกรธเคืองโดยกล่าวว่านโยบายการผ่อนคลายเชิงปริมาณโดยธนาคารกลางยุโรปและเงินยูโรที่่อ่อนค่าลงต่อดอลลาร์จะช่วยให้อียู “แข่งขันกับสหรัฐฯ ได้ง่ายขึ้นอย่างไม่ยุติธรรม” “ยุโรปได้ผลประโยชน์มาตลอดหลายปี รวมถึงจีนและประเทศอื่นๆ ด้วย!” เขียนโดยนายทรัมป์ ซึ่งยิ่งช่วยเสริมความมั่นใจให้นักลงทุนมีความคาดหวังว่าจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยโดยธนาคารเฟดและดอลลาร์จะอ่อนค่าลง

    อัตราแลกเปลี่ยนยูโรหรือดอลลาร์จะเป็นไปในทิศทางใด? ยังคงเป็นคำถามที่ยังไม่มีคำตอบ นอกจากนี้ คำแถลงของนายสตีเฟน มนูชิน รัฐมนตรีการคลังสหรัฐฯ กลับเป็นไปในทางตรงกันข้ามกับของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งไม่นานมานี้นายมนูชินได้แถลงข่าวหลังการประชุมรัฐมนตรีการคลังของกลุ่มประเทศ G7 ที่ฝรั่งเศสและยืนยันกับนักข่าวว่ายังไม่มีการเปลี่ยนแปลงในนโยบายแข็งค่าเงินดอลลาร์ ณ ขณะนี้

    ในระหว่างนี้ ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่ 75%! คาดการณ์ว่าราคาจะขยับมาที่ระดับ 1.1350-1.1415 โดยมีระดับแนวต้านที่ใกล้ที่สุดที่ 1.1285

    นักวิเคราะห์ 25% ส่วนใหญ่และ 90% ของออสซิลเลเตอร์และดัชนีเทรนด์จำนวน 100% ในกรอบ D1 ต่างไม่เห็นด้วยกับผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่ ในกลุ่มนี้มองว่าราคาน่าจะขยับลงมาที่จุดต่ำสุดของฤดูใบไม้ผลิที่บริเวณ 1.1100-1.1115

    สำหรับเหตุการณ์ที่อาจส่งผลต่อการก่อตัวของเทรนด์ระยะสั้นในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ผลการวิจัยการให้สินเชื่อธนาคารในยูโรโซนที่จะรายงานในวันที่ 23 กรกฎาคม การประกาศดัชนีธุรกิจ Markit ในเยอรมนีและยูโรโซนในวันที่ 24 กรกฎาคม และการประกาศข้อมูล GDP รายปีของสหรัฐฯ ในวันศุกร์ที่ 26 กรกฎาคม

    GBP/USD

ในวันอังคารจะมีการรายงานผลการประชุมคณะกรรมาธิการนโยบายการเงินสหราชอาณาจักร อย่างไรก็ตาม เอกสารที่ค่อนข้างสำคัญฉบับนี้ไม่น่าจะผลกับตลาดเท่าใดนัก เนื่องจากมีอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในวันเดียวกัน ในวันที่ 23 กรกฎาคม พรรคอนุรักษนิยมของสหราชอาณาจักรจะทำการนับคะแนนและประกาศชื่อนายกรัฐมนตรีคนใหม่ โดยมีผู้ชิงตำแหน่งสองคน ได้แก่ นายบอริส จอห์นสัน อดีตผู้ว่าการกรุงลอนดอนและอดีตรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศ และนายเจเรอมี ฮันต์ รัฐมนตรีต่างประเทศคนปัจจุบัน ทั้งนี้ อนาคตของเบร็กซิตจะขึ้นอยู่กับว่าใครจะเป็นผู้ได้รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี รวมถึงว่ากระบวนการแยกตัวออกจากอียูว่าจะสำเร็จหรือไม่และภายใต้เงื่อนไขใด

    นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ (65%) คาดการณ์ว่าเงินปอนด์จะแข็งค่าขึ้นและอัตราแลกเปลี่ยนคู่นี้จะเติบโตขึ้นไปในโซน 1.2650-1.2750 โดยมีแนวต้านที่ใกล้ที่สุดที่ 1.2575 ในส่วนผู้เชี่ยวชาญอีก 35% ที่เหลือเชื่อว่าก่อนที่ราคาจะขยับสูงขึ้น ราคาน่าจะกลับไปที่โซน 1.2380-1.24505 ในส่วนการวิเคราะห์กราฟในกรอบ D1 กลับให้ภาพที่สุดโต่งยิ่งขึ้น ตามคำทำนายนี้ ราคาสามารถตัดทะลุระดับแนวรับในโซน 1.2400 และตกลงมาอีก 200 จุดภายในสองสัปดาห์

    USD/JPY

สำหรับคู่นี้ การวิเคราะห์กราฟในกรอบ D1 ให้ภาพว่าราคาจะเคลื่อนที่ในตอนต้นไปที่ช่วง 106.75-108.35 และหลังจากนั้นจะขยับขึ้นมาที่ระดับ 109.00 อย่างไรก็ตาม มีผู้เชี่ยวชาญเพียง 40% เห็นด้วยกับคำทำนายนี้ โดยความเห็นของพวกเขามาจากการพิจารณาสถิติเศรษฐกิจมหภาคล่าสุด ทั้งนี้ ธนาคารกลางญี่ปุ่นกำหนดเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อไว้ที่ 2% อย่างไรก็ตาม เป้าหมายนี้คงเป็นเพียงแค่ความฝัน ระดับเงินเฟ้อในเดือนมิถุนายน 2019 ปรากฏออกมาว่าอยู่ที่ระดับเดียวกันกับตัวเลขของปีที่แล้วที่เพียง 0.7% ในสถานการณ์เช่นนี้ ธนาคารกลางญี่ปุ่นอาจเริ่มพิจารณาการปรับลดอัตราดอกเบี้ย อย่างที่ประเทศอื่นๆ ในเอเชียแปซิฟิคได้ทำมาแล้ว เช่น ออสเตรเลีย อินเดีย อินโดนีเซีย และเกาหลีใต้

    ในส่วนนักวิเคราะห์อีก 60% เชื่อว่าธนาคารกลางญี่ปุ่นไม่น่าจะมีท่าทีดังกล่าว พวกเขามองว่าโอกาสความเป็นไปได้ที่จะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารเฟดสหรัฐในการประชุมวันที่ 31 กรกฎาคม ยังคงสูงกว่ามาก ในกรณีนี้ ราคาอาจจะลดตัวลงไปที่ระดับ 106.75 และอาจตัดทะลุระดับนี้ลงไปที่อัตราต่ำสุดของเดือนมกราคม 2019 ที่โซน 105.00 ในส่วน 90% ของออสซิลเลเตอร์และดัชนี 100% ในกรอบ D1 เห็นด้วยกับฝั่งแนวโน้มตลาดหมี
 



    คริปโตเคอเรนซี

ในช่วงท้ายวันที่ศูกร์ที่ 19 กรกฎาคม ราคา BTC/USD อยู่ในช่วงระดับแนวรับหลักรอบสี่สัปดาห์ (ซึ่งขณะนี้กลายเป็นระดับแนวต้านไปแล้ว) ที่ $10,500 และแม้ว่าตอนนี้ยังไม่สามารถให้ข้อสรุปที่ชัดเจนใดๆ ได้ แต่หากพิจารณาคำทำนายในระยะกลางจะพบว่าผู้เชี่ยวชาญส่วนมาก (65%) โหวตให้กับแนวโน้มขาขึ้นของคู่นี้

    ในกรณีนี้ ปัญหาของบริษัท Facebook, Google และบริษัทขนาดใหญ่อื่นๆ เกี่ยวกับการออกเหรียญดิจิทัลของตนเองอาจช่วยสนับสนุนราคาบิทคอยน์ โดยบิทคอยน์ต่างจาก Libra ตรงที่บิทคอยน์เป็นสกุลเงินคริปโตที่มีการกระจายศูนย์กลาง และดังนั้นรัฐบาลสหรัฐฯ จะไม่สามารถกล่าวหาหรือกำกับดูแลได้อีกต่อไป นอกจากนี้ยังปรากฏทฤษฏีสมคบคิดว่าจริงๆ แล้วผู้ที่สนับสนุนเงินบิทคอยน์ไม่ใช่ใครที่ไหน หากแต่เป็นการคลังสหรัฐฯ เองที่จะทำทุกอย่างเพื่อกั้นไม่ให้เกิดคู่แข่งกับสินทรัพย์ดิจิทัลชนิดนี้
tuinui Hero Member กระทู้: 4089
สำหรับบทวิเคราะห์ของสัปดาห์นี้ เราได้สรุปความเห็นของบรรดานักวิเคราะห์มากมาย รวมถึงคำคาดการณ์ที่วิเคราะห์จากพื้นฐานทางเทคนิคและสถิติกราฟต่างๆ โดยเราสามารถสรุปผลวิเคราะห์ได้ดังต่อไปนี้:

    EUR/USD

ตลาดยังคงเต็มไปด้วยความคาดวังว่าจะมีการตัดสินใจปรับลดอัตราดอกเบี้ยอย่างรวดเร็วโดยธนาคารเฟดสหรัฐฯ และธนาคารกลางยุโรป โดยอย่างที่กล่าวไปข้างต้น ตลาดยังคงมองว่าธนาคารกลางยุโรปน่าจะประกาศการตัดสินใจดังกล่าวในวันพฤหัสบดีที่ 25 กรกฎาคมนี้ แม้ว่าผู้เชี่ยวชาญหลายคนเชื่อว่าอัตราดอกเบี้ยน่าจะคงที่ที่ระดับเดิมจนถึงเดือนกันยายนคือที่ระดับศูนย์ ในกรณีแรกจะส่งผลให้ราคาขยับลงอย่างรวดเร็ว และในกรณีที่สองจะทำให้ไม่น่ามีความผันผวนในอัตราแลกเปลี่ยนเท่าใดนัก นอกจากนี้ แม้ว่าอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจจะชะลอตัว สถานการณ์ในเศรษฐกิจยูโรโซนก็ยังไม่ถือว่าเลวร้ายมาก ดัชนีราคาผู้ผลิตยังคงเติบโต และดุลการค้ายังเป็นบวกในเดือนมิถุนายนที่เกือบ €30 พันล้านยูโร (เทียบกับ€22.5 พันล้านในเดือนเมษายน). และแม้ว่าจะมีสงครามทางการค้าเกิดขึ้นอยู่ก็ตาม!
 
   เป็นที่น่าสนใจว่าสหรัฐฯ จะมีท่าทีต่อสถานการณ์นี้อย่างไร? ประธานาธิบดีทรัมป์ทวีตข้อความที่ดูโกรธเคืองโดยกล่าวว่านโยบายการผ่อนคลายเชิงปริมาณโดยธนาคารกลางยุโรปและเงินยูโรที่่อ่อนค่าลงต่อดอลลาร์จะช่วยให้อียู “แข่งขันกับสหรัฐฯ ได้ง่ายขึ้นอย่างไม่ยุติธรรม” “ยุโรปได้ผลประโยชน์มาตลอดหลายปี รวมถึงจีนและประเทศอื่นๆ ด้วย!” เขียนโดยนายทรัมป์ ซึ่งยิ่งช่วยเสริมความมั่นใจให้นักลงทุนมีความคาดหวังว่าจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยโดยธนาคารเฟดและดอลลาร์จะอ่อนค่าลง

    อัตราแลกเปลี่ยนยูโรหรือดอลลาร์จะเป็นไปในทิศทางใด? ยังคงเป็นคำถามที่ยังไม่มีคำตอบ นอกจากนี้ คำแถลงของนายสตีเฟน มนูชิน รัฐมนตรีการคลังสหรัฐฯ กลับเป็นไปในทางตรงกันข้ามกับของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งไม่นานมานี้นายมนูชินได้แถลงข่าวหลังการประชุมรัฐมนตรีการคลังของกลุ่มประเทศ G7 ที่ฝรั่งเศสและยืนยันกับนักข่าวว่ายังไม่มีการเปลี่ยนแปลงในนโยบายแข็งค่าเงินดอลลาร์ ณ ขณะนี้

    ในระหว่างนี้ ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่ 75%! คาดการณ์ว่าราคาจะขยับมาที่ระดับ 1.1350-1.1415 โดยมีระดับแนวต้านที่ใกล้ที่สุดที่ 1.1285

    นักวิเคราะห์ 25% ส่วนใหญ่และ 90% ของออสซิลเลเตอร์และดัชนีเทรนด์จำนวน 100% ในกรอบ D1 ต่างไม่เห็นด้วยกับผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่ ในกลุ่มนี้มองว่าราคาน่าจะขยับลงมาที่จุดต่ำสุดของฤดูใบไม้ผลิที่บริเวณ 1.1100-1.1115

    สำหรับเหตุการณ์ที่อาจส่งผลต่อการก่อตัวของเทรนด์ระยะสั้นในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ผลการวิจัยการให้สินเชื่อธนาคารในยูโรโซนที่จะรายงานในวันที่ 23 กรกฎาคม การประกาศดัชนีธุรกิจ Markit ในเยอรมนีและยูโรโซนในวันที่ 24 กรกฎาคม และการประกาศข้อมูล GDP รายปีของสหรัฐฯ ในวันศุกร์ที่ 26 กรกฎาคม

    GBP/USD

ในวันอังคารจะมีการรายงานผลการประชุมคณะกรรมาธิการนโยบายการเงินสหราชอาณาจักร อย่างไรก็ตาม เอกสารที่ค่อนข้างสำคัญฉบับนี้ไม่น่าจะผลกับตลาดเท่าใดนัก เนื่องจากมีอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในวันเดียวกัน ในวันที่ 23 กรกฎาคม พรรคอนุรักษนิยมของสหราชอาณาจักรจะทำการนับคะแนนและประกาศชื่อนายกรัฐมนตรีคนใหม่ โดยมีผู้ชิงตำแหน่งสองคน ได้แก่ นายบอริส จอห์นสัน อดีตผู้ว่าการกรุงลอนดอนและอดีตรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศ และนายเจเรอมี ฮันต์ รัฐมนตรีต่างประเทศคนปัจจุบัน ทั้งนี้ อนาคตของเบร็กซิตจะขึ้นอยู่กับว่าใครจะเป็นผู้ได้รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี รวมถึงว่ากระบวนการแยกตัวออกจากอียูว่าจะสำเร็จหรือไม่และภายใต้เงื่อนไขใด

    นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ (65%) คาดการณ์ว่าเงินปอนด์จะแข็งค่าขึ้นและอัตราแลกเปลี่ยนคู่นี้จะเติบโตขึ้นไปในโซน 1.2650-1.2750 โดยมีแนวต้านที่ใกล้ที่สุดที่ 1.2575 ในส่วนผู้เชี่ยวชาญอีก 35% ที่เหลือเชื่อว่าก่อนที่ราคาจะขยับสูงขึ้น ราคาน่าจะกลับไปที่โซน 1.2380-1.24505 ในส่วนการวิเคราะห์กราฟในกรอบ D1 กลับให้ภาพที่สุดโต่งยิ่งขึ้น ตามคำทำนายนี้ ราคาสามารถตัดทะลุระดับแนวรับในโซน 1.2400 และตกลงมาอีก 200 จุดภายในสองสัปดาห์

    USD/JPY

สำหรับคู่นี้ การวิเคราะห์กราฟในกรอบ D1 ให้ภาพว่าราคาจะเคลื่อนที่ในตอนต้นไปที่ช่วง 106.75-108.35 และหลังจากนั้นจะขยับขึ้นมาที่ระดับ 109.00 อย่างไรก็ตาม มีผู้เชี่ยวชาญเพียง 40% เห็นด้วยกับคำทำนายนี้ โดยความเห็นของพวกเขามาจากการพิจารณาสถิติเศรษฐกิจมหภาคล่าสุด ทั้งนี้ ธนาคารกลางญี่ปุ่นกำหนดเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อไว้ที่ 2% อย่างไรก็ตาม เป้าหมายนี้คงเป็นเพียงแค่ความฝัน ระดับเงินเฟ้อในเดือนมิถุนายน 2019 ปรากฏออกมาว่าอยู่ที่ระดับเดียวกันกับตัวเลขของปีที่แล้วที่เพียง 0.7% ในสถานการณ์เช่นนี้ ธนาคารกลางญี่ปุ่นอาจเริ่มพิจารณาการปรับลดอัตราดอกเบี้ย อย่างที่ประเทศอื่นๆ ในเอเชียแปซิฟิคได้ทำมาแล้ว เช่น ออสเตรเลีย อินเดีย อินโดนีเซีย และเกาหลีใต้

    ในส่วนนักวิเคราะห์อีก 60% เชื่อว่าธนาคารกลางญี่ปุ่นไม่น่าจะมีท่าทีดังกล่าว พวกเขามองว่าโอกาสความเป็นไปได้ที่จะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารเฟดสหรัฐในการประชุมวันที่ 31 กรกฎาคม ยังคงสูงกว่ามาก ในกรณีนี้ ราคาอาจจะลดตัวลงไปที่ระดับ 106.75 และอาจตัดทะลุระดับนี้ลงไปที่อัตราต่ำสุดของเดือนมกราคม 2019 ที่โซน 105.00 ในส่วน 90% ของออสซิลเลเตอร์และดัชนี 100% ในกรอบ D1 เห็นด้วยกับฝั่งแนวโน้มตลาดหมี
 



    คริปโตเคอเรนซี

ในช่วงท้ายวันที่ศูกร์ที่ 19 กรกฎาคม ราคา BTC/USD อยู่ในช่วงระดับแนวรับหลักรอบสี่สัปดาห์ (ซึ่งขณะนี้กลายเป็นระดับแนวต้านไปแล้ว) ที่ $10,500 และแม้ว่าตอนนี้ยังไม่สามารถให้ข้อสรุปที่ชัดเจนใดๆ ได้ แต่หากพิจารณาคำทำนายในระยะกลางจะพบว่าผู้เชี่ยวชาญส่วนมาก (65%) โหวตให้กับแนวโน้มขาขึ้นของคู่นี้

    ในกรณีนี้ ปัญหาของบริษัท Facebook, Google และบริษัทขนาดใหญ่อื่นๆ เกี่ยวกับการออกเหรียญดิจิทัลของตนเองอาจช่วยสนับสนุนราคาบิทคอยน์ โดยบิทคอยน์ต่างจาก Libra ตรงที่บิทคอยน์เป็นสกุลเงินคริปโตที่มีการกระจายศูนย์กลาง และดังนั้นรัฐบาลสหรัฐฯ จะไม่สามารถกล่าวหาหรือกำกับดูแลได้อีกต่อไป นอกจากนี้ยังปรากฏทฤษฏีสมคบคิดว่าจริงๆ แล้วผู้ที่สนับสนุนเงินบิทคอยน์ไม่ใช่ใครที่ไหน หากแต่เป็นการคลังสหรัฐฯ เองที่จะทำทุกอย่างเพื่อกั้นไม่ให้เกิดคู่แข่งกับสินทรัพย์ดิจิทัลชนิดนี้
tuinui
05 สิงหาคม 2019, 09:24:02 น.
สำหรับบทวิเคราะห์ของสัปดาห์นี้ เราได้สรุปความเห็นของบรรดานักวิเคราะห์มากมาย รวมถึงคำคาดการณ์ที่วิเคราะห์จากพื้นฐานทางเทคนิคและสถิติกราฟต่างๆ โดยเราสามารถสรุปผลวิเคราะห์ได้ดังต่อไปนี้:

    EUR/USD ราคาคู่นี้อยู่ในขาลงใกล้กับจุดวกกลับของปี 2015-2016 และแม้ว่าราคาจะรีบาวด์กลับขึ้นมาเมื่อวันศุกร์ที่ 2 สิงหาคม โดยปรากฏสัญญาณสีเทากลางจากดัชนีในกรอบ H4 แต่ 90% ของออสซิลเลเตอร์และดัชนีเทรนด์ในกรอบ D1 ยังคงยืนยันว่าเทรนด์ขาลงจะดำเนินต่อไป ในส่วนผู้เชี่ยวชาญ 65% เห็นด้วยว่าสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐมีศักยภาพที่จะเติบโตต่อไป และดอลลาร์จะยังคงมีแรงกดดันต่อยูโร โดยเป้าหมายถัดไปของราคาคู่นี้อยู่ที่ 1.0950 และเป้าหมายถัดไปอยู่ต่ำลงมาอีก 100 จุด

    ณ ขณะนี้ มีนักวิเคราะห์เพียง 35% ที่โหวตให้กับแนวโน้มกระทิง อย่างไรก็ตาม เมื่อตลาดกำลังคาดหวังให้ธนาคารเฟดปรับใช้นโยบายผ่อนคลายทางการเงิน จึงส่งผลให้คำทำนายในระยะกลางมีผู้เชี่ยวชาญเห็นด้วยเพิ่มขึ้นเป็น 55%.

    หากเราพิจารณาการวิเคราะห์กราฟจะพบว่าการเคลื่อนที่ของราคาจะอยู่ในช่วง 1.1070-1.1165 ในกรอบ H4 และหลังจากนั้นราคาจะขยับขึ้นไปที่ระดับ 1.1225 และมีแนวต้านถัดไปที่ 1.1285

    GBP/USD นับตั้งแต่เดือนเมษายนปี 2018 สกุลเงินปอนด์อังกฤษอ่อนค่าลงต่อดอลลาร์สหรัฐกว่า 2,300 จุด โดยไม่กี่วันมานี้ก็เช่นกัน เงินปอนด์เสียมูลค่า 430 จุดตั้งแต่วันที่ 25 กรกฎาคม ปัจจัยเบื้องหลังคือเหตุการณ์เบร็กซิตเหมือนเช่นเคย การเข้ามารับตำแหน่งของนายบอริส จอห์นสัน และคำสัญญาของเขาที่จะแยกตัวออกจากอียูอย่าง “เด็ดขาด” ในวันที่ 31 ตุลาคมยิ่งทำให้สถานการณ์ในหมู่นักลงทุนมีความน่ากังวลยิ่งขึ้นและเงินปอนด์ทรุดตัวลง

    75% ของผู้เชี่ยวชาญคาดว่าจะได้เห็นราคาในโซน 1.2000 ในเร็วๆ นี้ และหากราคาสามารถตัดทะลุระดับแนวรับดังกล่าวได้สำเร็จ ราคาจะสามารถ “บิน” โฉบลงมาอีก 100-150 จุด สถานการณ์นี้ได้รับการสนับสนุนโดยดัชนีเทรนด์จำนวน 95% และออสซิลเลเตอร์ 90% ในมกรอบ D1

    ออสซิลเลเตอร์อีก 10% ที่เหลือให้สัญญาณว่าราคาถูกขายมากเกินไป เช่นเดียวกันกับการวิเคราาะห์กราฟใมนกรอบ D1 และนักวิเคราะห์จำนวน 25% ที่คาดการณ์ว่าราคาจะขยับไปที่ช่องด้านข่างที่ช่วง 1.2100-1.2250 อยู่สักระยะ ในกรณีที่มีข่าวในทางบวกใดๆ เกี่ยวกับเบร็กซิต ราคาคู่นี้อาจเติบโตขึ้นไปที่ระดับ 1.2375

    สำหรับคำทำนายในระยะกลางมีนักวิเคราะห์จำนวน 70% มองว่าท้ายที่สุดธนาคารแห่งชาติอังกฤษ จะต้องถูกบังคับให้ยอมรับความเสี่ยงที่รุนแรงของการแยกตัวแบบ “เด็ดขาด” จากอียูและจะต้องใช้นโยบายทางการเงินที่ตึงตัว ดังนั้น ธนาคารกลางอังกฤษจะเป็นธนาคารแห่งเดียวที่จะต้องปรับอัตราดอกเบี้ยสูงขึ้น ซึ่งน่าจะนำไปสู่เงินปอนด์ที่แข็งค่าขึ้นเหนือระดับ 1.2800 อย่างไรก็ตาม สถานการณ์นี้อาจเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อเราได้ทราบเงื่อนไขพื้นฐานของการแยกตัวออกจากยูโรโซนเป็นอย่างน้อย

    USD/JPY การเผชิญหน้ากันทางการค้าที่ตึงเครียดยิ่งขึ้นระหว่างสหรัฐฯ และจีนและการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของเงินดอลลาร์สหรัฐทำให้เงินเยนญี่ปุ่นมีความน่าดึงดูดยิ่งขึ้นในฐานะสกุลเงินลี้ภัย ดังนั้น นักวิเคราะห์จำนวน 60% คาดการณ์ว่าราคาคู่นี้จะยังคงลดลงอย่างต่อเนื่องโดยจะพยายามแตะถึงระดับต่ำสุดของเดือนมกราคม 2019 ที่ประมาณ 105.00 ในส่วนดัชนีเทรนด์ 100% และออสซิลเลเตอร์จำนวน 85% ในกรอบ D1 ก็ให้ภาพในทิศทางขาลงเช่นกัน อย่างไรก็ตามออสซิลเลเตอร์จำนวน 15% ให้สัญญาณแล้วว่าราคาถูกขายมากเกินไป โดยระบุแนวต้านที่ 107.80, 109.00 และ 110.00

 
 

    คริปโตเคอเรนซี ผู้เป็นเจ้าของบิทคอยน์ยังคงพยายามหาข้อสนับสนุนที่จะผลักราคาขึ้นไป ซึ่งเหตุผลใดๆ ก็เหมาะกับสถานการณ์นี้ แม้แต่การปรับลดอัตราดอกเบี้ยของเฟด เงินดอลลาร์ที่ไม่น่าดึงดูดอีกต่อไป กระแสนักลงทุนลงทุนในสินทรัพย์ที่ทำกำไรและมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นเช่น บิทคอยน์ เป็นต้น แต่ถ้าหากคุณพิจารณาดีๆ แล้ว อะไรคือสิ่งที่ยับยั้งไม่ให้นักลงทุนเสี่ยงมาตั้งแต่ก่อนหน้านี้? การปรับลดอัตราดอกเบี้ยที่ 0.25% เป็นเพียงข้อโต้แย้งที่อ่อนน้ำหนักมากในกรณีนี้

    นายไมค์ โนโวกราซ เศรษฐีพันล้านและประธานธนาคารเงินคริปโต Galaxy Digital กล่าวในบทสัมภาษณ์กับ Bloomberg ว่าราคาบิทคอยน์จะขยับขึ้นอีกครั้งไปที่จุดสูงสุดที่บันทึกไว้ที่ $20,00 ต่อหน่วยภายในสิ้นปีนี้ ในขณะเดียวกัน เขายังคงมองว่ามีโอกาสที่ราคาจะตกลงมาที่ $8,500 ต่อ 1 BTC ได้อยู่ สำหรับนายโจ แคร์เนน พิธีกรชื่อดังได้ประกาศผ่านช่องรายการโทรทัศน์ CNBC ว่าราคาจะขยับขึ้นไปที่ $55,000 ในเดือนพฤษภาคม 2020 การขุดเหมืองบิทคอยน์จะลดลงครึ่งหนึ่ง ซึ่งเขาเห็นว่าสิ่งนี้จะทำให้มูลค่าของบิทคอยน์พุ่งตัวอย่างรวดเร็วจากการกว้านซื้ออย่างดุดันก่อนปริมาณการขุดที่ลงครึ่งหนึ่ง

    สำหรับคำทำนายในระยะกลาง แม้ว่าบิทคอยน์จะแตะถึงระดับ $10,650 เมื่อวันที่ 2 สิงหาคมที่ผ่านมา โอกาสที่เราจะพูดถึงการเติบโตของราคาอย่างยั่งยืนจะเกิดขึ้นได้เมื่อราคาตัดผ่านระดับ $11,000 ขึ้นไปปักหลักได้อย่างมั่นคง ในระหว่างนี้ ผู้เชี่ยวชาญแบ่งออกเป็นสองค่ายด้วยกัน แต่ทั้งฝ่ายมองโลกในแง่ดีและในแง่ลบล้วนกำหนดระดับ $10,000 ให้เป็นจุดวกกลับของราคา
tuinui Hero Member กระทู้: 4089
สำหรับบทวิเคราะห์ของสัปดาห์นี้ เราได้สรุปความเห็นของบรรดานักวิเคราะห์มากมาย รวมถึงคำคาดการณ์ที่วิเคราะห์จากพื้นฐานทางเทคนิคและสถิติกราฟต่างๆ โดยเราสามารถสรุปผลวิเคราะห์ได้ดังต่อไปนี้:

    EUR/USD ราคาคู่นี้อยู่ในขาลงใกล้กับจุดวกกลับของปี 2015-2016 และแม้ว่าราคาจะรีบาวด์กลับขึ้นมาเมื่อวันศุกร์ที่ 2 สิงหาคม โดยปรากฏสัญญาณสีเทากลางจากดัชนีในกรอบ H4 แต่ 90% ของออสซิลเลเตอร์และดัชนีเทรนด์ในกรอบ D1 ยังคงยืนยันว่าเทรนด์ขาลงจะดำเนินต่อไป ในส่วนผู้เชี่ยวชาญ 65% เห็นด้วยว่าสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐมีศักยภาพที่จะเติบโตต่อไป และดอลลาร์จะยังคงมีแรงกดดันต่อยูโร โดยเป้าหมายถัดไปของราคาคู่นี้อยู่ที่ 1.0950 และเป้าหมายถัดไปอยู่ต่ำลงมาอีก 100 จุด

    ณ ขณะนี้ มีนักวิเคราะห์เพียง 35% ที่โหวตให้กับแนวโน้มกระทิง อย่างไรก็ตาม เมื่อตลาดกำลังคาดหวังให้ธนาคารเฟดปรับใช้นโยบายผ่อนคลายทางการเงิน จึงส่งผลให้คำทำนายในระยะกลางมีผู้เชี่ยวชาญเห็นด้วยเพิ่มขึ้นเป็น 55%.

    หากเราพิจารณาการวิเคราะห์กราฟจะพบว่าการเคลื่อนที่ของราคาจะอยู่ในช่วง 1.1070-1.1165 ในกรอบ H4 และหลังจากนั้นราคาจะขยับขึ้นไปที่ระดับ 1.1225 และมีแนวต้านถัดไปที่ 1.1285

    GBP/USD นับตั้งแต่เดือนเมษายนปี 2018 สกุลเงินปอนด์อังกฤษอ่อนค่าลงต่อดอลลาร์สหรัฐกว่า 2,300 จุด โดยไม่กี่วันมานี้ก็เช่นกัน เงินปอนด์เสียมูลค่า 430 จุดตั้งแต่วันที่ 25 กรกฎาคม ปัจจัยเบื้องหลังคือเหตุการณ์เบร็กซิตเหมือนเช่นเคย การเข้ามารับตำแหน่งของนายบอริส จอห์นสัน และคำสัญญาของเขาที่จะแยกตัวออกจากอียูอย่าง “เด็ดขาด” ในวันที่ 31 ตุลาคมยิ่งทำให้สถานการณ์ในหมู่นักลงทุนมีความน่ากังวลยิ่งขึ้นและเงินปอนด์ทรุดตัวลง

    75% ของผู้เชี่ยวชาญคาดว่าจะได้เห็นราคาในโซน 1.2000 ในเร็วๆ นี้ และหากราคาสามารถตัดทะลุระดับแนวรับดังกล่าวได้สำเร็จ ราคาจะสามารถ “บิน” โฉบลงมาอีก 100-150 จุด สถานการณ์นี้ได้รับการสนับสนุนโดยดัชนีเทรนด์จำนวน 95% และออสซิลเลเตอร์ 90% ในมกรอบ D1

    ออสซิลเลเตอร์อีก 10% ที่เหลือให้สัญญาณว่าราคาถูกขายมากเกินไป เช่นเดียวกันกับการวิเคราาะห์กราฟใมนกรอบ D1 และนักวิเคราะห์จำนวน 25% ที่คาดการณ์ว่าราคาจะขยับไปที่ช่องด้านข่างที่ช่วง 1.2100-1.2250 อยู่สักระยะ ในกรณีที่มีข่าวในทางบวกใดๆ เกี่ยวกับเบร็กซิต ราคาคู่นี้อาจเติบโตขึ้นไปที่ระดับ 1.2375

    สำหรับคำทำนายในระยะกลางมีนักวิเคราะห์จำนวน 70% มองว่าท้ายที่สุดธนาคารแห่งชาติอังกฤษ จะต้องถูกบังคับให้ยอมรับความเสี่ยงที่รุนแรงของการแยกตัวแบบ “เด็ดขาด” จากอียูและจะต้องใช้นโยบายทางการเงินที่ตึงตัว ดังนั้น ธนาคารกลางอังกฤษจะเป็นธนาคารแห่งเดียวที่จะต้องปรับอัตราดอกเบี้ยสูงขึ้น ซึ่งน่าจะนำไปสู่เงินปอนด์ที่แข็งค่าขึ้นเหนือระดับ 1.2800 อย่างไรก็ตาม สถานการณ์นี้อาจเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อเราได้ทราบเงื่อนไขพื้นฐานของการแยกตัวออกจากยูโรโซนเป็นอย่างน้อย

    USD/JPY การเผชิญหน้ากันทางการค้าที่ตึงเครียดยิ่งขึ้นระหว่างสหรัฐฯ และจีนและการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของเงินดอลลาร์สหรัฐทำให้เงินเยนญี่ปุ่นมีความน่าดึงดูดยิ่งขึ้นในฐานะสกุลเงินลี้ภัย ดังนั้น นักวิเคราะห์จำนวน 60% คาดการณ์ว่าราคาคู่นี้จะยังคงลดลงอย่างต่อเนื่องโดยจะพยายามแตะถึงระดับต่ำสุดของเดือนมกราคม 2019 ที่ประมาณ 105.00 ในส่วนดัชนีเทรนด์ 100% และออสซิลเลเตอร์จำนวน 85% ในกรอบ D1 ก็ให้ภาพในทิศทางขาลงเช่นกัน อย่างไรก็ตามออสซิลเลเตอร์จำนวน 15% ให้สัญญาณแล้วว่าราคาถูกขายมากเกินไป โดยระบุแนวต้านที่ 107.80, 109.00 และ 110.00

 
 

    คริปโตเคอเรนซี ผู้เป็นเจ้าของบิทคอยน์ยังคงพยายามหาข้อสนับสนุนที่จะผลักราคาขึ้นไป ซึ่งเหตุผลใดๆ ก็เหมาะกับสถานการณ์นี้ แม้แต่การปรับลดอัตราดอกเบี้ยของเฟด เงินดอลลาร์ที่ไม่น่าดึงดูดอีกต่อไป กระแสนักลงทุนลงทุนในสินทรัพย์ที่ทำกำไรและมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นเช่น บิทคอยน์ เป็นต้น แต่ถ้าหากคุณพิจารณาดีๆ แล้ว อะไรคือสิ่งที่ยับยั้งไม่ให้นักลงทุนเสี่ยงมาตั้งแต่ก่อนหน้านี้? การปรับลดอัตราดอกเบี้ยที่ 0.25% เป็นเพียงข้อโต้แย้งที่อ่อนน้ำหนักมากในกรณีนี้

    นายไมค์ โนโวกราซ เศรษฐีพันล้านและประธานธนาคารเงินคริปโต Galaxy Digital กล่าวในบทสัมภาษณ์กับ Bloomberg ว่าราคาบิทคอยน์จะขยับขึ้นอีกครั้งไปที่จุดสูงสุดที่บันทึกไว้ที่ $20,00 ต่อหน่วยภายในสิ้นปีนี้ ในขณะเดียวกัน เขายังคงมองว่ามีโอกาสที่ราคาจะตกลงมาที่ $8,500 ต่อ 1 BTC ได้อยู่ สำหรับนายโจ แคร์เนน พิธีกรชื่อดังได้ประกาศผ่านช่องรายการโทรทัศน์ CNBC ว่าราคาจะขยับขึ้นไปที่ $55,000 ในเดือนพฤษภาคม 2020 การขุดเหมืองบิทคอยน์จะลดลงครึ่งหนึ่ง ซึ่งเขาเห็นว่าสิ่งนี้จะทำให้มูลค่าของบิทคอยน์พุ่งตัวอย่างรวดเร็วจากการกว้านซื้ออย่างดุดันก่อนปริมาณการขุดที่ลงครึ่งหนึ่ง

    สำหรับคำทำนายในระยะกลาง แม้ว่าบิทคอยน์จะแตะถึงระดับ $10,650 เมื่อวันที่ 2 สิงหาคมที่ผ่านมา โอกาสที่เราจะพูดถึงการเติบโตของราคาอย่างยั่งยืนจะเกิดขึ้นได้เมื่อราคาตัดผ่านระดับ $11,000 ขึ้นไปปักหลักได้อย่างมั่นคง ในระหว่างนี้ ผู้เชี่ยวชาญแบ่งออกเป็นสองค่ายด้วยกัน แต่ทั้งฝ่ายมองโลกในแง่ดีและในแง่ลบล้วนกำหนดระดับ $10,000 ให้เป็นจุดวกกลับของราคา
tuinui
12 สิงหาคม 2019, 09:44:00 น.
EUR/USD    หากบนกรอบ H4 ทั้งดัชนีเทรนด์และออสซิลเลเตอร์ยังคงบ่งชี้ไปยังทิศเหนือ กรอบ D1 กลับให้ภาพที่ต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง โดยมีดัชนีกว่าครึ่งหนึ่งให้สัญญาณสีแดงและอีก 15% ของออสซิลเลเตอร์ให้สัญญาณว่าราคาถูกซื้อมากเกินไป ในส่วนการวิเคราะห์กราฟในกรอบ H4 และผู้เชี่ยวชาญอีก 60% ต่างเข้าข้างกับตลาดหมีเช่นกัน พวกเขาคาดการณ์ว่าราคาจะผลักออกจากระดับแนวต้านที่ 1.1200 ราคาคู่นี้จะทดสอบระดับแนวรับอีกครั้งที่โซน 1.1025 ในความเห็นของพวกเขา ค่าเงินยูโรที่ 1.1200 ได้รับแรงหนุนจากความสนใจในสินทรัพย์ที่ปลอดภัยที่เพิ่มมากขึ้น อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ที่เปราะบางมีผลมาจากปัจจัยหลายประการ เช่น สถานการณ์เบร็กซิต สถานการณ์ทางการเมืองที่เข้มข้นขึ้นในอิตาลี และสถิติอัตราการเติบโตของ GDP ที่ซบเซาในยูโรโซน ซึ่งจะประกาศออกมาในวันพุธที่ 14 สิงหาคม

การลดลงของการขาดดุลงบประมาณและข้อมูลที่เป็นบวกในระดับเงินเฟ้อในสหรัฐฯ อาจมีส่วนช่วยให้เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นได้เช่นกัน ซึ่งตัวเลขเหล่านี้จะประกาศออกมาในวันจันทร์ที่ 12 สิงหาคม และวันอังคารที่ 14 สิงหาคม ตามลำดับ

นักวิเคราะห์อีก 40% ที่เหลือโหวตว่าราคาคู่นี้จะเติบโตไปที่โซน 1.1275-1.1345 คำทำนายนี้ตั้งอยู่บนฐานของความคาดหวังว่าเศรษฐกิจจะเข้าสู่สภาวะถดถอยและอัตราดอกเบี้ยในสหรัฐฯ จะถูกปรับลดลงต่อไป ดังนั้น นักวิเคราะห์จาก Wall Street Journal ได้ประมาณการโอกาสภาวะถดถอยอีก 12 เดือนข้างหน้าอยู่ที่ 33.6% (ในปีที่แล้วอยู่ที่ 18.3%) ซึ่งเป็นอัตราที่สูงที่สุดตั้งแต่ปี 2011 และมีการทำนายการเปลี่ยนแปลงในอัตราดอกเบี้ย ซึ่งผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าจะถูกปรับลดลงจาก 2.25% เหลือ 1.85% ภายในสิ้นปี 2019

 


    GBP/USD    ในเช้าวันอังคารที่ 13 สิงหาคม สหราชอาณาจักรจะประกาศข้อมูลตลาดแรงงานบางส่วนที่คาดว่าตัวเลขน่าจะทั้งเป็นกลางและอ่อนแอ สำหรับระดับเงินเฟ้อจะมีการประกาศออกมาในวันที่ 14 สิงหาคม ซึ่งมีแนวโน้มว่าจะคงที่ระดับเดิม โดยทั่วไป ผู้เชี่ยวชาญไม่คาดการณ์ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญใดๆ ในค่าเงินปอนด์ในสัปดาห์นี้และดังนั้นตัวเลขที่ทำนายอาจถือว่าอยู่ในระดับปานกลาง

    สำหรับการวิเคราะห์ทางเทคนิค ดัชนีเทรนด์จำนวน 100% และออสซิลเลเตอร์ส่วนใหญ่บนกรอบ H4 และ D1 มีสัญญาณเป็นสีแดง การวิเคราะห์กราฟยังบ่งชี้อีกด้วยว่าอัตราแลกเปลี่ยนคู่นี้จะลดลงต่อไป นอกจากนี้ 25% ของออสซิลเลเตอร์ให้สัญญาณแล้วว่าราคาคู่นี้อยู่ในโซนถูกขายเกินไป ซึ่งเป็นสัญญาณที่เข้มแข็งสำหรับการกลับตัวของเทรนด์และการปรับตัวของราคาที่จะมาถึง

    ระดับแนวรับ: ระดับต่ำสุดของเดือนมกราคม 2017 ที่ 1.1985 และตุลาคม 2016 ที่ 1.1945. ระดับแนวต้าน: 1.2210, 1.2415, 1.2525;

    USD/JPY    ตามที่เคยอธิบายไว้แล้ว ความต้องการของนักลงทุนที่จะหาความปลอดภัยให้กับเงินทุนยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง และนักวิเคราะห์ 35% ต่างมั่นใจว่าเงินเยนญี่ปุ่นยังคงมีบทบาทสำคัญในการเป็นสกุลเงินลี้ภัยดังกล่าวต่อไป และดังนั้น อัตราแลกเปลี่ยนคู่นี้น่าจะลดลงอย่างต่อเนื่องจนถึงระดับต่ำสุดของวันที่ 3 มกราคม 2019 ที่ 105.00 โดยมีแนวรับของเดือนมีนาคม 2018 ที่ 104.60 สำหรับการวิเคราะห์กราฟในกรอบ H4 รวมถึงออสซิลเลเตอร์ 85% และดัชนีเทรนด์จำนวน 100% ในกรอบ H4 และ D1 เห็นด้วยกับสถานการณ์นี้เช่นกัน

    ผู้เชี่ยวชาญจำนวน 30% ไม่สามารถให้คำทำนายได้ และอีก 35% รวมถึงการวิเคราะห์กราฟในกรอบ D1 โหวตให้กับการกลับตัวของเทรนด์ในทิศเหนือและราคาน่าจะขยับขึ้นไปยังโซน 107.00-108.00 สถานการณ์ดังกล่าวได้รับการสนับสนุนโดยสัญญาณ 15% จากออสซิลเลเตอร์ซึ่งบ่งชี้ว่าราคาอยู่ในโซนถูกขายมากเกินไป

    ทั้งนี้ ควรคำนึงว่าหากเปลี่ยนมาพิจารณาคำทำนายรายสัปดาห์และระยะกลาง จำนวนผู้เชี่ยวชาญที่สนับสนุนตลาดกระทิงเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมากจาก 35% เป็น 65% และเป้าหมายหลักอยู่ที่ 109.00

    คริปโตเคอเรนซี    นายทอม ลี มั่นใจว่าบิทคอยน์จะกลายเป็นสินทรัพย์ลี้ภัยเหมือนกับเงินเยนและทองคำ โดยราคาบิทคอยน์คาดว่าจะขยับขึ้นไปที่ $20,000 มุมมองที่คล้ายกันเป็นของนายอันโทนี ปอมเปลียโน ผู้ร่วมก่อตั้ง Morgan Creek เขามองว่าธนาคารกลางจะเริ่มกว้านซื้อบิทคอยน์ในอนาคตอันใกล้เพื่อคุ้มครองจากความเสี่ยงของค่าเงินดอลลาร์ ซึ่งปรากฏขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และจีน “โรคระบาด” ของการปรับลดอัตราดอกเบี้ยโดยบรรดาธนาคารกลางต่างๆ จะส่งผลในทางบวกต่อราคาเงินคริปโต อีกหนึ่งแรงหนุนสำหรับเงินบิทคอยน์คือจำนวนที่ตราออกมาและปริมาณเงินที่จำกัด

    ค่าเงินคริปโตบิทคอยน์เติบโตขึ้นกว่า 93% ในสามเดือนและขณะนี้ ภารกิจถัดไปคือการทำราคาสูงสุดจากเดือนมิถุนายน 2019 ในโซน $14,000 ผู้เชี่ยวชาญมากกว่า 70% เห็นด้วยกับคำทำนายนี้ แม้ว่าพวกเขาเห็นว่าแนวโน้มนี้อาจเกิดขึ้นภายในสิ้นเดือนสิงหาคม ส่วนในสัปดาห์นี้ ราคาอาจจะขยับอยู่ในช่วงระดับ $12,000 ต่อไป
tuinui Hero Member กระทู้: 4089
EUR/USD    หากบนกรอบ H4 ทั้งดัชนีเทรนด์และออสซิลเลเตอร์ยังคงบ่งชี้ไปยังทิศเหนือ กรอบ D1 กลับให้ภาพที่ต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง โดยมีดัชนีกว่าครึ่งหนึ่งให้สัญญาณสีแดงและอีก 15% ของออสซิลเลเตอร์ให้สัญญาณว่าราคาถูกซื้อมากเกินไป ในส่วนการวิเคราะห์กราฟในกรอบ H4 และผู้เชี่ยวชาญอีก 60% ต่างเข้าข้างกับตลาดหมีเช่นกัน พวกเขาคาดการณ์ว่าราคาจะผลักออกจากระดับแนวต้านที่ 1.1200 ราคาคู่นี้จะทดสอบระดับแนวรับอีกครั้งที่โซน 1.1025 ในความเห็นของพวกเขา ค่าเงินยูโรที่ 1.1200 ได้รับแรงหนุนจากความสนใจในสินทรัพย์ที่ปลอดภัยที่เพิ่มมากขึ้น อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ที่เปราะบางมีผลมาจากปัจจัยหลายประการ เช่น สถานการณ์เบร็กซิต สถานการณ์ทางการเมืองที่เข้มข้นขึ้นในอิตาลี และสถิติอัตราการเติบโตของ GDP ที่ซบเซาในยูโรโซน ซึ่งจะประกาศออกมาในวันพุธที่ 14 สิงหาคม

การลดลงของการขาดดุลงบประมาณและข้อมูลที่เป็นบวกในระดับเงินเฟ้อในสหรัฐฯ อาจมีส่วนช่วยให้เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นได้เช่นกัน ซึ่งตัวเลขเหล่านี้จะประกาศออกมาในวันจันทร์ที่ 12 สิงหาคม และวันอังคารที่ 14 สิงหาคม ตามลำดับ

นักวิเคราะห์อีก 40% ที่เหลือโหวตว่าราคาคู่นี้จะเติบโตไปที่โซน 1.1275-1.1345 คำทำนายนี้ตั้งอยู่บนฐานของความคาดหวังว่าเศรษฐกิจจะเข้าสู่สภาวะถดถอยและอัตราดอกเบี้ยในสหรัฐฯ จะถูกปรับลดลงต่อไป ดังนั้น นักวิเคราะห์จาก Wall Street Journal ได้ประมาณการโอกาสภาวะถดถอยอีก 12 เดือนข้างหน้าอยู่ที่ 33.6% (ในปีที่แล้วอยู่ที่ 18.3%) ซึ่งเป็นอัตราที่สูงที่สุดตั้งแต่ปี 2011 และมีการทำนายการเปลี่ยนแปลงในอัตราดอกเบี้ย ซึ่งผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าจะถูกปรับลดลงจาก 2.25% เหลือ 1.85% ภายในสิ้นปี 2019

 


    GBP/USD    ในเช้าวันอังคารที่ 13 สิงหาคม สหราชอาณาจักรจะประกาศข้อมูลตลาดแรงงานบางส่วนที่คาดว่าตัวเลขน่าจะทั้งเป็นกลางและอ่อนแอ สำหรับระดับเงินเฟ้อจะมีการประกาศออกมาในวันที่ 14 สิงหาคม ซึ่งมีแนวโน้มว่าจะคงที่ระดับเดิม โดยทั่วไป ผู้เชี่ยวชาญไม่คาดการณ์ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญใดๆ ในค่าเงินปอนด์ในสัปดาห์นี้และดังนั้นตัวเลขที่ทำนายอาจถือว่าอยู่ในระดับปานกลาง

    สำหรับการวิเคราะห์ทางเทคนิค ดัชนีเทรนด์จำนวน 100% และออสซิลเลเตอร์ส่วนใหญ่บนกรอบ H4 และ D1 มีสัญญาณเป็นสีแดง การวิเคราะห์กราฟยังบ่งชี้อีกด้วยว่าอัตราแลกเปลี่ยนคู่นี้จะลดลงต่อไป นอกจากนี้ 25% ของออสซิลเลเตอร์ให้สัญญาณแล้วว่าราคาคู่นี้อยู่ในโซนถูกขายเกินไป ซึ่งเป็นสัญญาณที่เข้มแข็งสำหรับการกลับตัวของเทรนด์และการปรับตัวของราคาที่จะมาถึง

    ระดับแนวรับ: ระดับต่ำสุดของเดือนมกราคม 2017 ที่ 1.1985 และตุลาคม 2016 ที่ 1.1945. ระดับแนวต้าน: 1.2210, 1.2415, 1.2525;

    USD/JPY    ตามที่เคยอธิบายไว้แล้ว ความต้องการของนักลงทุนที่จะหาความปลอดภัยให้กับเงินทุนยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง และนักวิเคราะห์ 35% ต่างมั่นใจว่าเงินเยนญี่ปุ่นยังคงมีบทบาทสำคัญในการเป็นสกุลเงินลี้ภัยดังกล่าวต่อไป และดังนั้น อัตราแลกเปลี่ยนคู่นี้น่าจะลดลงอย่างต่อเนื่องจนถึงระดับต่ำสุดของวันที่ 3 มกราคม 2019 ที่ 105.00 โดยมีแนวรับของเดือนมีนาคม 2018 ที่ 104.60 สำหรับการวิเคราะห์กราฟในกรอบ H4 รวมถึงออสซิลเลเตอร์ 85% และดัชนีเทรนด์จำนวน 100% ในกรอบ H4 และ D1 เห็นด้วยกับสถานการณ์นี้เช่นกัน

    ผู้เชี่ยวชาญจำนวน 30% ไม่สามารถให้คำทำนายได้ และอีก 35% รวมถึงการวิเคราะห์กราฟในกรอบ D1 โหวตให้กับการกลับตัวของเทรนด์ในทิศเหนือและราคาน่าจะขยับขึ้นไปยังโซน 107.00-108.00 สถานการณ์ดังกล่าวได้รับการสนับสนุนโดยสัญญาณ 15% จากออสซิลเลเตอร์ซึ่งบ่งชี้ว่าราคาอยู่ในโซนถูกขายมากเกินไป

    ทั้งนี้ ควรคำนึงว่าหากเปลี่ยนมาพิจารณาคำทำนายรายสัปดาห์และระยะกลาง จำนวนผู้เชี่ยวชาญที่สนับสนุนตลาดกระทิงเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมากจาก 35% เป็น 65% และเป้าหมายหลักอยู่ที่ 109.00

    คริปโตเคอเรนซี    นายทอม ลี มั่นใจว่าบิทคอยน์จะกลายเป็นสินทรัพย์ลี้ภัยเหมือนกับเงินเยนและทองคำ โดยราคาบิทคอยน์คาดว่าจะขยับขึ้นไปที่ $20,000 มุมมองที่คล้ายกันเป็นของนายอันโทนี ปอมเปลียโน ผู้ร่วมก่อตั้ง Morgan Creek เขามองว่าธนาคารกลางจะเริ่มกว้านซื้อบิทคอยน์ในอนาคตอันใกล้เพื่อคุ้มครองจากความเสี่ยงของค่าเงินดอลลาร์ ซึ่งปรากฏขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และจีน “โรคระบาด” ของการปรับลดอัตราดอกเบี้ยโดยบรรดาธนาคารกลางต่างๆ จะส่งผลในทางบวกต่อราคาเงินคริปโต อีกหนึ่งแรงหนุนสำหรับเงินบิทคอยน์คือจำนวนที่ตราออกมาและปริมาณเงินที่จำกัด

    ค่าเงินคริปโตบิทคอยน์เติบโตขึ้นกว่า 93% ในสามเดือนและขณะนี้ ภารกิจถัดไปคือการทำราคาสูงสุดจากเดือนมิถุนายน 2019 ในโซน $14,000 ผู้เชี่ยวชาญมากกว่า 70% เห็นด้วยกับคำทำนายนี้ แม้ว่าพวกเขาเห็นว่าแนวโน้มนี้อาจเกิดขึ้นภายในสิ้นเดือนสิงหาคม ส่วนในสัปดาห์นี้ ราคาอาจจะขยับอยู่ในช่วงระดับ $12,000 ต่อไป
narjant
12 สิงหาคม 2019, 09:46:17 น.
ขอบคุณครับ ท่าน 
narjant Hero Member กระทู้: 1069
ขอบคุณครับ ท่าน 
tuinui
19 สิงหาคม 2019, 10:15:37 น.

    EUR/USD ในด้านหนึ่งของยุโรปปรากฏว่าอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจจีนมีการชะลอตัว ซึ่งจีนเป็นหุ้นส่วนที่สำคัญที่สุดของยุโรป ในส่วนเยอรมนีก็มีสถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่อ่อนแอ ประกอบกับปัญหาในอิตาลี และสถานการณ์เบร็กซิต ในทางฝั่งอเมริกาพบว่าสถิติมหภาคของสหรัฐฯ เป็นที่น่าประทับใจของธนาคารเฟดโดยอ้างว่าเศรษฐกิจอเมริกาในขณะนี้มีรากฐานที่มั่นคงและไม่เกรงกลัวสงครามทางการค้าใดๆ ทั้งสิ้น จึงดูเป็นที่ชัดเจนว่าเงินดอลลาร์เป็นต่อในสถานการณ์นี้ นี่คือสิ่งที่ผู้เชี่ยวชาญ 65% เชื่อและยังได้รับการสนับสนุนโดยออสซิลเลเตอร์จำนวนเกือบ 100% และดัชนีเทรนด์ในกรอบ H4 และ D1 โดยมีเป้าหมายถัดไปเป็นระดับแนวรับในโซน 1.1000-1.1025 หลังจากราคาตัดระดับเพียง 1000 จุดที่อัตรา 1:1 ณ อัตราแลกเปลี่ยนขาลงขณะนี้ อาจใช้เวลากว่าหนึ่งปีที่จะก้าวข้ามระดับดังกล่าว (ในครั้งที่แล้วราคาได้ตกลงมาแล้วที่ระดับ 1.0350 ในเดือนธันวาคม 2016)

    อย่างไรก็ตาม หากคุณพิจารณาเกณฑ์อื่นๆ ทุกอย่างอาจจะดูไม่ชัดเจนเท่าใดนัก ในทางหนึ่งของฝั่งยุโรป นายโอลลี เรห์น กล่าวว่าจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยสำหรับเงินยูโรในเดือนกันยายนและการกลับมาใช้นโยบายผ่อนคลายเชิงปริมาณ ส่วนทางฝั่งสหรัฐฯ มีการคาดการณ์สภาวะถดถอยทางเศรษฐกิจ ความไม่พึงพอใจของนายโดนัลด์ ทรัมป์ กับอัลท์คอยน์ของธนาคารเฟด และความเป็นไปได้ที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยของเงินดอลลาร์ภายในสิ้นปี 2019 จาก 2.25% เหลือ 1.85% หากนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาาคารเฟดยอมพ่ายต่อแรงกดดันของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ก็มีโอกาสที่เทรนด์จะกลับทิศทางและราคาจะขยับขึ้นไปที่โซน 1.1300-1.1400

    และหากในอนาคตอันใกล้มีนักวิเคราะห์ 35% ที่เห็นด้วยกับความเป็นไปได้ดังกล่าว ในระยะกลางจำนวนนักวิเคราะห์ที่เห็นในทางเดียวกันนี้เพิ่มขึ้นเป็น 55%

    ตามความเห็นของผู้เชี่ยวชาญ ผลลัพธ์การประชุมธนาคารเฟดในวันพุธที่ 21 สิงหาคมนี้ และการประชุมทางเศรษฐกิจประจำปีที่ Jackson Hole ซึ่งจะจัดขึ้นในสัปดาห์หน้าคาดว่าจะช่วยให้ความชัดเจนเกี่ยวกับทิศทางนโยบายทางการเงินของสหรัฐฯ นอกจากนี้ รายงานการประชุมธนาคารกลางยุโรปว่าด้วยนโยบายทางการเงินจะประกาศออกมาในวันพฤหัสบดีที่ 22 สิงหาคม ก็เป็นที่น่าจับตามองอย่างยิ่งเช่นกัน

    GBP/USD สถานการณ์ที่น่าสนใจเกิดขึ้นในสหราชอาณาจักร ในทางหนึ่งตัวเลขการผลิตลดลง 0.6% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ในอีกทางหนึ่ง ตัวเลขการขายปลีกที่เดิมคาดการณ์ว่าจะลดลง 0.3% ในเดือนกรกฎาคม กลับเพิ่มขึ้น 0.2% นี่อาจเป็นสัญญาณว่าค่าเงินปอนด์ที่อ่อนตัวและความกลัวเกี่ยวกับผลที่ตามมาจากเบร็กซิตทำให้ประชาชนชาวอังกฤษเลือกที่จะออกมาจับจ่ายใช้สอยมากกว่าออมเงิน

    ตอนนี้ยังไม่เป็นที่ชัดเจนนักว่าสถานการณ์จะยืดเยื้อไปยาวนานเท่าใด เราต้องรอจนกว่าจะเห็นท่าทีของนายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของสหราชอาณาจักรและการตอบสนองของรัฐสภาอังกฤษ ในระหว่างนี้ ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่ (65%) ยังคงมองว่าราคาจะขยับลงและเคลื่อนที่ในช่องด้านข้างที่ 1.200-1.2200 โดยมีระดับแนวรับที่ใกล้ที่สุดที่ 1.2050 และแนวต้านที่ 1.2175

    สำหรับการวิเคราะห์กราฟทั้งในกรอบ H4 และ D1 หลังจากราคามีการเคลื่อนที่ในช่องด้านข้างติดต่อกันหลายวัน การวิเคราะห์กราฟบ่งชี้ว่าราคาจะตกลงมาที่ระดับต่ำสุดของเดือนตุลาคมปี 2016 ที่ 1.1900-1.1940

    USD/JPY ผลการตัดสินใจของทางการสหรัฐฯ ที่จะเลื่อนการบังคับใช้ภาษีเพิ่มเติมกับสินค้านำเข้าจีนยังไม่ช่วยเงินดอลลาร์สหรัฐเท่าใดนัก นักลงทุนยังคงมีข้อกังขาอย่างหนักเกี่ยวกับการยุติสงครามทางการค้าสหรัฐฯ-จีนอย่างสงบ ดังนั้น เงินเยนจึงยังคงบทบาทสกุลเงินลี้ภัยที่นิ่งสงบต่อไป ส่วนการคาดการณ์สภาวะถดถอยทางเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่จะมาถึงและการปรับลดอัตราดอกเบี้ยโดยธนาคารเฟดก็ยิ่งทำให้ดอลลาร์อ่อนตัว นอกจากนี้ ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ รอบ 10 ปีที่ลดลงแล้วเหลือ 1.6% กอปรกับผลตอบแทนของสินทรัพย์ประเภทเหล่านี้ที่รวมแล้วต่ำกว่าศูนย์ ซึ่งในทางทฤษฎีนั้นน่าจะนำไปสู่เงินเยนที่แข็งค่าขึ้นต่อไปและอัตราแลกเปลี่ยนที่ลดลงของคู่นี้ อย่างไรก็ตาม บรรดาผู้เชี่ยวชาญซึ่งได้รับการสนับสนุนโดยการวิเคราะห์กราฟในกรอบ H4 เชื่อว่าราคาคู่นี้น่าจะขยับในช่องด้านข้างที่ 105.00-107.00 อย่างน้อยอีกหนึ่งสัปดาห์ แต่สำหรับในอนาคตนั้น ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่ (60%) กลับคาดการณ์ว่าเงินดอลลาร์จะแข็งค่าขึ้นและราคาจะขยับขึ้นไปที่โซน 108.50-109.00 ในส่วนการวิเคราะห์กราฟในกรอบ D1 ก็เห็นด้วยกับคำทำนายนี้เช่นกัน

    คริปโตเคอเรนซี การให้บทวิเคราะห์ระยะยาวเป็นพรอย่างหนึ่ง และยิ่งคำทำนายนี้ระยะยาวไกลมากเท่าใด ยิ่งดีมากเท่านั้น หากคำทำนายไม่ถูกต้องก็ไม่เป็นไร ทุกคนก็จะลืมคำทำนายที่ผ่านไปเนิ่นนานแล้ว และหากคำทำนายนั้นถูกต้อง คุณก็จะสามารถหยิบยกขึ้นมาพูดอีกต่อไปได้

    ตัวอย่างเช่น นายทิม เดรปเปอร์ นักลงทุนและประธาน Draper Associates เคยทำนายไว้ว่าราคาบิทคอยน์จะแตะถึง $250,000 ภายในสิ้นปี 2022 หรืออาจจะภายในช่วงต้นปี 2023 ดังนั้นจึงเหลือเวลาให้รออีกแค่เพียงสามปีเท่านั้น

    หากเราพูดถึงคำทำนายในอนาคตอันใกล้กว่า นายนิโคลัส แมร์เทน นักวิเคราะห์เงินคริปโตชื่อดังท่านนี้มั่นใจว่าราคาบิทคอยน์จะแตะระดับ $15,000 ภายในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า และมีความเป็นไปได้ที่คำทำนายของเขาจะถูกต้องและการกลับตัวของเทรนด์ก็อยู่ไม่ไกลนัก แต่ ณ ขณะนี้ยังไม่ปรากฏสัญญาณที่ชัดเจนให้เข้าซื้อ และดัชนี Bitcoin Fear & Greed ยังคงอยู่ในเกณฑ์ “กลัว” เป็นหลัก

 
tuinui Hero Member กระทู้: 4089

    EUR/USD ในด้านหนึ่งของยุโรปปรากฏว่าอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจจีนมีการชะลอตัว ซึ่งจีนเป็นหุ้นส่วนที่สำคัญที่สุดของยุโรป ในส่วนเยอรมนีก็มีสถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่อ่อนแอ ประกอบกับปัญหาในอิตาลี และสถานการณ์เบร็กซิต ในทางฝั่งอเมริกาพบว่าสถิติมหภาคของสหรัฐฯ เป็นที่น่าประทับใจของธนาคารเฟดโดยอ้างว่าเศรษฐกิจอเมริกาในขณะนี้มีรากฐานที่มั่นคงและไม่เกรงกลัวสงครามทางการค้าใดๆ ทั้งสิ้น จึงดูเป็นที่ชัดเจนว่าเงินดอลลาร์เป็นต่อในสถานการณ์นี้ นี่คือสิ่งที่ผู้เชี่ยวชาญ 65% เชื่อและยังได้รับการสนับสนุนโดยออสซิลเลเตอร์จำนวนเกือบ 100% และดัชนีเทรนด์ในกรอบ H4 และ D1 โดยมีเป้าหมายถัดไปเป็นระดับแนวรับในโซน 1.1000-1.1025 หลังจากราคาตัดระดับเพียง 1000 จุดที่อัตรา 1:1 ณ อัตราแลกเปลี่ยนขาลงขณะนี้ อาจใช้เวลากว่าหนึ่งปีที่จะก้าวข้ามระดับดังกล่าว (ในครั้งที่แล้วราคาได้ตกลงมาแล้วที่ระดับ 1.0350 ในเดือนธันวาคม 2016)

    อย่างไรก็ตาม หากคุณพิจารณาเกณฑ์อื่นๆ ทุกอย่างอาจจะดูไม่ชัดเจนเท่าใดนัก ในทางหนึ่งของฝั่งยุโรป นายโอลลี เรห์น กล่าวว่าจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยสำหรับเงินยูโรในเดือนกันยายนและการกลับมาใช้นโยบายผ่อนคลายเชิงปริมาณ ส่วนทางฝั่งสหรัฐฯ มีการคาดการณ์สภาวะถดถอยทางเศรษฐกิจ ความไม่พึงพอใจของนายโดนัลด์ ทรัมป์ กับอัลท์คอยน์ของธนาคารเฟด และความเป็นไปได้ที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยของเงินดอลลาร์ภายในสิ้นปี 2019 จาก 2.25% เหลือ 1.85% หากนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาาคารเฟดยอมพ่ายต่อแรงกดดันของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ก็มีโอกาสที่เทรนด์จะกลับทิศทางและราคาจะขยับขึ้นไปที่โซน 1.1300-1.1400

    และหากในอนาคตอันใกล้มีนักวิเคราะห์ 35% ที่เห็นด้วยกับความเป็นไปได้ดังกล่าว ในระยะกลางจำนวนนักวิเคราะห์ที่เห็นในทางเดียวกันนี้เพิ่มขึ้นเป็น 55%

    ตามความเห็นของผู้เชี่ยวชาญ ผลลัพธ์การประชุมธนาคารเฟดในวันพุธที่ 21 สิงหาคมนี้ และการประชุมทางเศรษฐกิจประจำปีที่ Jackson Hole ซึ่งจะจัดขึ้นในสัปดาห์หน้าคาดว่าจะช่วยให้ความชัดเจนเกี่ยวกับทิศทางนโยบายทางการเงินของสหรัฐฯ นอกจากนี้ รายงานการประชุมธนาคารกลางยุโรปว่าด้วยนโยบายทางการเงินจะประกาศออกมาในวันพฤหัสบดีที่ 22 สิงหาคม ก็เป็นที่น่าจับตามองอย่างยิ่งเช่นกัน

    GBP/USD สถานการณ์ที่น่าสนใจเกิดขึ้นในสหราชอาณาจักร ในทางหนึ่งตัวเลขการผลิตลดลง 0.6% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ในอีกทางหนึ่ง ตัวเลขการขายปลีกที่เดิมคาดการณ์ว่าจะลดลง 0.3% ในเดือนกรกฎาคม กลับเพิ่มขึ้น 0.2% นี่อาจเป็นสัญญาณว่าค่าเงินปอนด์ที่อ่อนตัวและความกลัวเกี่ยวกับผลที่ตามมาจากเบร็กซิตทำให้ประชาชนชาวอังกฤษเลือกที่จะออกมาจับจ่ายใช้สอยมากกว่าออมเงิน

    ตอนนี้ยังไม่เป็นที่ชัดเจนนักว่าสถานการณ์จะยืดเยื้อไปยาวนานเท่าใด เราต้องรอจนกว่าจะเห็นท่าทีของนายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของสหราชอาณาจักรและการตอบสนองของรัฐสภาอังกฤษ ในระหว่างนี้ ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่ (65%) ยังคงมองว่าราคาจะขยับลงและเคลื่อนที่ในช่องด้านข้างที่ 1.200-1.2200 โดยมีระดับแนวรับที่ใกล้ที่สุดที่ 1.2050 และแนวต้านที่ 1.2175

    สำหรับการวิเคราะห์กราฟทั้งในกรอบ H4 และ D1 หลังจากราคามีการเคลื่อนที่ในช่องด้านข้างติดต่อกันหลายวัน การวิเคราะห์กราฟบ่งชี้ว่าราคาจะตกลงมาที่ระดับต่ำสุดของเดือนตุลาคมปี 2016 ที่ 1.1900-1.1940

    USD/JPY ผลการตัดสินใจของทางการสหรัฐฯ ที่จะเลื่อนการบังคับใช้ภาษีเพิ่มเติมกับสินค้านำเข้าจีนยังไม่ช่วยเงินดอลลาร์สหรัฐเท่าใดนัก นักลงทุนยังคงมีข้อกังขาอย่างหนักเกี่ยวกับการยุติสงครามทางการค้าสหรัฐฯ-จีนอย่างสงบ ดังนั้น เงินเยนจึงยังคงบทบาทสกุลเงินลี้ภัยที่นิ่งสงบต่อไป ส่วนการคาดการณ์สภาวะถดถอยทางเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่จะมาถึงและการปรับลดอัตราดอกเบี้ยโดยธนาคารเฟดก็ยิ่งทำให้ดอลลาร์อ่อนตัว นอกจากนี้ ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ รอบ 10 ปีที่ลดลงแล้วเหลือ 1.6% กอปรกับผลตอบแทนของสินทรัพย์ประเภทเหล่านี้ที่รวมแล้วต่ำกว่าศูนย์ ซึ่งในทางทฤษฎีนั้นน่าจะนำไปสู่เงินเยนที่แข็งค่าขึ้นต่อไปและอัตราแลกเปลี่ยนที่ลดลงของคู่นี้ อย่างไรก็ตาม บรรดาผู้เชี่ยวชาญซึ่งได้รับการสนับสนุนโดยการวิเคราะห์กราฟในกรอบ H4 เชื่อว่าราคาคู่นี้น่าจะขยับในช่องด้านข้างที่ 105.00-107.00 อย่างน้อยอีกหนึ่งสัปดาห์ แต่สำหรับในอนาคตนั้น ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่ (60%) กลับคาดการณ์ว่าเงินดอลลาร์จะแข็งค่าขึ้นและราคาจะขยับขึ้นไปที่โซน 108.50-109.00 ในส่วนการวิเคราะห์กราฟในกรอบ D1 ก็เห็นด้วยกับคำทำนายนี้เช่นกัน

    คริปโตเคอเรนซี การให้บทวิเคราะห์ระยะยาวเป็นพรอย่างหนึ่ง และยิ่งคำทำนายนี้ระยะยาวไกลมากเท่าใด ยิ่งดีมากเท่านั้น หากคำทำนายไม่ถูกต้องก็ไม่เป็นไร ทุกคนก็จะลืมคำทำนายที่ผ่านไปเนิ่นนานแล้ว และหากคำทำนายนั้นถูกต้อง คุณก็จะสามารถหยิบยกขึ้นมาพูดอีกต่อไปได้

    ตัวอย่างเช่น นายทิม เดรปเปอร์ นักลงทุนและประธาน Draper Associates เคยทำนายไว้ว่าราคาบิทคอยน์จะแตะถึง $250,000 ภายในสิ้นปี 2022 หรืออาจจะภายในช่วงต้นปี 2023 ดังนั้นจึงเหลือเวลาให้รออีกแค่เพียงสามปีเท่านั้น

    หากเราพูดถึงคำทำนายในอนาคตอันใกล้กว่า นายนิโคลัส แมร์เทน นักวิเคราะห์เงินคริปโตชื่อดังท่านนี้มั่นใจว่าราคาบิทคอยน์จะแตะระดับ $15,000 ภายในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า และมีความเป็นไปได้ที่คำทำนายของเขาจะถูกต้องและการกลับตัวของเทรนด์ก็อยู่ไม่ไกลนัก แต่ ณ ขณะนี้ยังไม่ปรากฏสัญญาณที่ชัดเจนให้เข้าซื้อ และดัชนี Bitcoin Fear & Greed ยังคงอยู่ในเกณฑ์ “กลัว” เป็นหลัก

 
1

Navigation

แชร์กระทู้นี้


Who is online
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูบอร์ดนี้
banner
FBS