Busforex - เว็บบอร์ด Forex พูดคุยแลกเปลี่ยน

บทความ Forex เบื้องต้น บทเรียนพื้นฐาน เทคนิค วิธีเทรด => บทความเกี่ยวกับ Forex เบื้องต้น => ข้อความที่เริ่มโดย: tuinui ที่ 25 กุมภาพันธ์ 2019, 14:33:21 น.

หัวข้อ: มุมมองรายย่อยกับขาใหญ่
เริ่มหัวข้อโดย: tuinui ที่ 25 กุมภาพันธ์ 2019, 14:33:21 น.
                 มุมมองหรือการวิเคระห์ชาร์ตเพื่อหาจุดเข้าเทรดหรืออกจากเทรดเป็นผลมาจากการนำความรู้ ความเข้าใจตลาด เรื่องแรกเลยที่เห็นง่ายที่สุด อย่างเช่นการเปิดเทรดเพื่อเข้าตลาด มุมมองจากรายย่อย เนื่องรายย่อยเปิดเทรดด้วยจำนวนวอลลูมน้อย ถ้าไม่ได้พยายามศึกษาตลาดอย่างจริงจัง เพื่อความรู้และเข้าใจจะไม่เห็นความสำคัญของคำว่า liquidity เท่าไร เพราะเนื่องด้วยล็อตที่เปิดเทรด เมื่อเทียบกับขาใหญ่เทรดแล้วห่างกันไม่รู้เท่าไร รายย่อยเปิดเทรดตอนไหนๆ ก็มีออเดอร์ฝั่งตรงข้ามเสมอไม่เกิด slippage (ราคาที่อยากเปิดเทรดกับราคาที่ fill ออเดอร์ไม่ได้คลาดเคลื่อน เปิดตรงไหนก็ได้ตรงนั้นส่วนมากยกเว้นมีข่าวแรงๆ ) แต่ในทางกลับกัน ขาใหญ่ พวกสถาบันการเงินหรือเฮดฟันด์ เทรดด้วยทุนไม่รู้กี่เท่าเมื่อเทียบกับรายย่อย และมีหลายๆ ขาใหญ่ การเปิดเทรดของพวกนี้อย่างแรกที่พวกเขาต้องการคือ ออเดอร์ตรงข้ามที่จะมา fill ออเดอร์พวกเขาที่ต้องการ พวกเขาเลยต้องการ liquidity ที่มากพอตรงพื้นที่ๆ พวกเขาเปิดเทรดเพื่อจะไม่เกิด slippage และเพื่อจัดการกำไรและความเสี่ยงได้ง่ายที่พื้นที่เดียวกันด้วย

                 จากมุมมองแรกด้านบน ท่านจะเห็นว่ารายย่อยก็จะหาโอกาสเปิดเทรดเมื่อเห็นราคาขยับหรือ price action signal ประกอบเพราะต้องการเทรดตามเทรนหรือตาม trade setup ที่พวกเขากำหนด  เพราะพวกรายย่อยไม่ต้องมากังวลออเดอร์ตรงข้ามว่ามากพอเปล่า แต่ตรงข้ามกันสำหรับขาใหญ่ สิ่งแรกที่ขาใหญ่ที่ต้องการเมื่อจะเปิดเทรด ถ้ามองจากมุมเข้าเทรด อย่างแรกที่พวกเขาต้องการ ตรงจุดไหนที่จะมีออเดอร์ฝั่งตรงข้ามมากพอ และเพราะด้วยจำนวนวอลลูมที่ขาใหญ่เทรด เมื่อขาใหญ่เข้าเทรดมักจะทำให้เกิดการเคลื่อนไหวราคาแรงๆ ไปทางใดทางหนึ่งได้ หรือหยุดย่อตัวเมื่อขาใหญ่ปิดทำกำไรจากเทรนที่ราคาวิ่งมาแรงๆ ได้ สิ่งพวกนี้คือจุดที่ขาใหญ่ตัดสินใจพวกนี้ก็มักจะกลายเป็นจุดอ้างอิงหรือ supply/demand หรือ support/resistance ในการวิเคระห์ของรายย่อย

  [ You are not allowed to view attachments ]  

อ่านต่อได้ที่ https://www.thaiforexbroker.com/มุมมองรายย่อยกับขาใหญ่/
หัวข้อ: Re: มุมมองรายย่อยกับขาใหญ่
เริ่มหัวข้อโดย: dukdik ที่ 25 กุมภาพันธ์ 2019, 15:36:02 น.
ผมตามลิงก์ไปอ่านจนจบหูตากว้างขวางขึ้นอีกเยอะเลยขอบคุณครับ
หัวข้อ: Re: มุมมองรายย่อยกับขาใหญ่
เริ่มหัวข้อโดย: tay ที่ 25 กุมภาพันธ์ 2019, 17:47:47 น.
เป็นรายใหญ่ยังไงก็ได้เปรียบรายย่อยเสมอ ไม่ว่าจะเปิดออเดอร์ฝั่งเดียวกันกับรายย่อย หรือฝั่งตรงข้ามก็ตามที
สู้ๆกันต่อไปครับพวกเรา(รายย่อย)
หัวข้อ: Re: มุมมองรายย่อยกับขาใหญ่
เริ่มหัวข้อโดย: dukdik ที่ 25 กุมภาพันธ์ 2019, 19:04:37 น.
พยายามเกาะทางขาใหญ่เข้าไว้ เห็นบาร์ยาวๆตอนไหนรีบกดตามทันที
หัวข้อ: เข้าใจออเดอร์ ร่องรอยเทรดขาใหญ่ และแนวรับ-แนวต้าน
เริ่มหัวข้อโดย: tuinui ที่ 26 กรกฎาคม 2019, 16:12:05 น.
เข้าใจออเดอร์ ร่องรอยเทรดขาใหญ่ และแนวรับ-แนวต้าน




ที่มา thaiforexbroker.com
หัวข้อ: Re: เข้าใจออเดอร์ ร่องรอยเทรดขาใหญ่ และแนวรับ-แนวต้าน
เริ่มหัวข้อโดย: dukdik ที่ 26 กรกฎาคม 2019, 19:10:24 น.
ขอบคุณครับ แปลกใหม่ดี รอติดตามต่อไป
หัวข้อ: ให้คิดในแง่ของพื้นที่ แทนที่จะเป็นเรื่องของระดับ
เริ่มหัวข้อโดย: tuinui ที่ 29 กรกฎาคม 2019, 12:01:35 น.
การพูดถึงแนวรับและแนวต้านอาจทำให้คุณมองมันในแง่ของระดับที่เป็นเส้นตามแนวนอน แต่นั่นช่างแตกต่างไปจากการมองของเทรดเดอร์มืออาชีพนัก ในความเป็นจริงแล้ว ผู้เล่นในตลาดที่ฉลาดจะสะสมสถานะซื้อขาย ณ บริเวณระดับราคาหนึ่ง ๆ ซึ่งเราขอเรียกมันว่าเป็น พื้นที่

การมีมุมมองของแนวรับและแนวต้านแบบนี้จะนำไปสู่การมองตลาดได้ลึกซึ้งขึ้น และช่วยให้ผู้นั้นสามารถหลุดจากกรอบความคิดได้โดยมองในแนวดิ่งด้วย

ขอให้คำนึงถึงหลักการด้านล่างนี้เอาไว้เพื่อหลีกเลี่ยงความเข้าใจผิดเกี่ยวกับแนวรับและแนวต้าน และสามารถใช้งานจุดอ้างอิงนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

หาช่วงการซื้อขายที่มีอยู่จากแนวโน้มแวดล้อม
ในตลาดที่มีการเคลื่อนไหวอย่างอิสระซึ่งไม่มีทิศ (แนวโน้ม) ไปในทิศใด ช่วงการซื้อขายจะผันผวนและอาจเกิดการเคลื่อนไหวรุนแรงได้โดยไม่คาดคิด แต่ในทางตรงกันข้ามถ้าหากมีปัจจัยด้านแนวโน้มอยู่ก็เป็นไปได้ที่ความผันผวนในการปรับฐานจะมีจำกัด และ เทรดเดอร์น่าจะหาแนวต้าน/แนวรับได้ดีขึ้น

ในตัวอย่างด้านล่าง ทองคำ (XAUUSD) ไต่ระดับขึ้นโดยมีปัจจัยด้านแนวโน้มที่สังเกตให้เห็นได้ (แนวโน้มยกตัวสูงขึ้น) ส่งผลให้มีพื้นที่แคบ ๆ เป็นแนวรับที่ให้เทรดเดอร์ใช้เป็นตำแหน่งการซื้อขายเพื่อสร้างสถานะซื้อขายด้วยความเสี่ยงที่มีจำกัด

อ่านต่อ https://fxnews.exness.com/th/ให้คิดในแง่ของพื้นที่-แ/
หัวข้อ: Re: ให้คิดในแง่ของพื้นที่ แทนที่จะเป็นเรื่องของระดับ
เริ่มหัวข้อโดย: dukdik ที่ 29 กรกฎาคม 2019, 12:52:40 น.
ขอบคุณครับ
หัวข้อ: มีใครเทรด น้ำมันบางครับ ขอความรู้หน่อยครับ
เริ่มหัวข้อโดย: tay ที่ 30 กรกฎาคม 2019, 11:49:54 น.
มีใครเทรด น้ำมันบางครับ ขอความรู้หน่อยครับ
หัวข้อ: เวลานั้นสำคัญ ให้ซื้อขายเฉพาะในช่วงเวลาที่กำหนด
เริ่มหัวข้อโดย: tuinui ที่ 30 กรกฎาคม 2019, 15:42:27 น.
ถ้าคุณเป็นเทรดเดอร์รายวัน การที่คุณจะซื้อขายในเวลาใดนั้นมีความสำคัญ คุณอาจสำเร็จได้มากขึ้นถ้าคุณซื้อขายในตลาดที่เคลื่อนไหวรวดเร็วและมีผู้ซื้อผู้ขายเข้าร่วมกันจำนวนมาก


ยกตัวอย่างเช่น ช่วงเปิดตลาดของเอเชียอาจมีอิทธิพลต่อค่าเงิน AUDUSD USDJPY และ NZDUSD แต่ก็น่าจะไม่ได้ส่งผลอะไรอย่างมีนัยสำคัญนักเพราะค่าเงินส่วนใหญ่ก็ถูกเสนอราคาเทียบกับค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ดังนั้นช่วงเวลาที่ผันผวนที่สุดจึงเป็นช่วงเปิดตลาดของสหรัฐอเมริกา (เวลา 14:00 ถึง 15:00 GMT) เมื่อข้อมูลสถิติทางเศรษฐกิจที่สำคัญที่สุด ประกาศของธนาคารกลางของสหรัฐฯ (FED) และ ปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญอื่น ๆ ได้ถูกเผยแพร่ออกมา

สำหรับผู้ที่ซื้อขายในยุโรป ช่วงเปิดตลาดของลอนดอนเป็นช่วงที่สำคัญที่สุด (07:00 ถึง 08:00 GMT) การเผยแพร่ข้อมูลทางเศรษฐกิจที่สำคัญสำหรับยูโรโซนและอังกฤษจะเกิดขึ้นช่วงนี้

ตลาดมักเคลื่อนตัวขึ้นลงอย่างไม่มีทิศทางแน่นอนและหมุนเวียนไปเรื่อยในช่วงตลาดยุโรปใกล้จะปิดและช่วงก่อนตลาดสหรัฐฯ จะเปิดทำการ ถ้าคุณเปิดสถานะซื้อขายระหว่างเวลา 11:00 และ 12:00 GMT ก็เตรียมใจเห็นราคาที่เคลื่อนไหวอย่างเชื่องช้าหรือเคลื่อนที่เพียงเล็กน้อย

เทรดเดอร์หลายคนสังเกตเห็นการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วและถูกก่อกวนเพื่อจัดการเก็บจุดหยุดความเสียหาย (stop loss) ในเวลาช่วงก่อนที่ตลาดสหรัฐฯ จะเปิดทำการ

อ่านต่อ https://fxnews.exness.com/th/เวลานั้นสำคัญ-ให้ซื้อขา/
หัวข้อ: การวิเคราะห์แบบ Multi-timeframe ช่วยเพิ่มความเป็นไปได้ในการเทรด
เริ่มหัวข้อโดย: tuinui ที่ 04 สิงหาคม 2019, 09:43:33 น.





ที่มา thaiforexbroker.com
หัวข้อ: Trapped traders รู้และใช้ประโยชน์เพื่อเพิ่มความเป็นไปได้การเข้าเทรด
เริ่มหัวข้อโดย: tuinui ที่ 05 สิงหาคม 2019, 13:24:25 น.


ที่มา thaiforexbroker.com
หัวข้อ: Trapped traders รู้และใช้ประโยชน์เพื่อเพิ่มความเป็นไปได้การเข้าเทรด
เริ่มหัวข้อโดย: dukdik ที่ 05 สิงหาคม 2019, 14:32:58 น.
ขอบคุณครับ
หัวข้อ: Stop Hunting สิ่งที่ต้องเจอ
เริ่มหัวข้อโดย: tuinui ที่ 08 สิงหาคม 2019, 15:10:30 น.
เมื่อท่านผ่านการเทรดมาสักระยะท่านอาจจะได้ยินคำว่า stop hunt ล่า stops ของโบรกบ้าง ของรายใหญ่บ้าง ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะถ้าท่านเข้าใจการทำงานออเดอร์ประเภท Stop orders ท่านจะรู้ว่ามันจำเป็นและเป็นประเภทออเดอร์ที่สามารถบังคับให้เกิดได้ ถ้าท่านสามารถสร้างเงื่อนไขที่ทำให้ ราคาวิ่งไปถึงจุดตั้ง Stop orders พวกนี้ได้



ที่มา thaiforexbroker.com
หัวข้อ: Re: มุมมองรายย่อยกับขาใหญ่
เริ่มหัวข้อโดย: nottfx ที่ 08 สิงหาคม 2019, 18:09:13 น.
ขอบคุณครับ
หัวข้อ: ออเดอร์และมุมมองที่มาการเทรดด้วย Technical Analysis
เริ่มหัวข้อโดย: tuinui ที่ 09 สิงหาคม 2019, 12:29:28 น.
หลังจากที่เราเริ่มเข้าใจว่าราคาเคลื่อนไหวขึ้น-ลง เพราะจำนวนออเดอร์ที่เกิดจากการเปิดเทรดเพื่อเข้าตลาด เช่นเปิด Sell หรือ Buy จากการวิเคราะห์เพื่อหาความเป็นไปได้ และการจัดการออเดอร์ที่อยู่ในตลาดเพื่อออก เช่น ปิดทำกำไร ปิดเสีย  เรามาศึกษาต่อเรื่อง  หาโอกาสเข้า-ออกจุดตรงไหนและอย่งไร  หรือเพราะอะไรจุดต่างๆพวกนี้เป็นจุดที่เทรดเดอร์มักจะใช้เป็นข้อมูลหลักในการวิเคราะห์ที่มีอฺทธิพลต่อการตัดสินใจเข้าเทรดและออกเทรด



ที่มา thaiforexbroker.com

หัวข้อ: Supply/Demand Trading (การเทรดตาม อุปสงค์ / อุปทาน) (ตอน 1)
เริ่มหัวข้อโดย: tuinui ที่ 10 สิงหาคม 2019, 16:50:23 น.
ตอนนี้ถ้าคุยเรื่องการเทรดแนว supply/demand คงไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับการศึกษา technical analysis เพื่อการเทรด แม้ว่าได้อธิบายเรื่องราคาเคลื่อนไหวเพราะ demand/supply ที่ไม่สมดุลย์กันมานาน  ต้องรู้ว่ามีตัวกรองหลายตัวเพื่อวัดคุณภาพของ demand/supply ที่จะเทรดว่ามีความเป็นไปได้มากพอหรือเปล่า

 มีตัวกรองหลายๆ ตัวในการบอกคุณภาพของ supply/deman level ว่ามีความเป็นไปได้สูงพอที่จะเทรดหรือไม่ คือ



ที่มา thaiforexbroker.com
หัวข้อ: Supply/Demand Trading (การเทรดตาม อุปสงค์ / อุปทาน) (ตอน 2)
เริ่มหัวข้อโดย: tuinui ที่ 11 สิงหาคม 2019, 16:49:06 น.
Supply/Demand เห็นการเทรดรูปแบบ price level ที่ศึกษาเรื่องออเดอร์และพฤติกรรมของเทรดเดอร์ ที่เปิดเผยออกมาทาง price action มองจากชาร์ตเปล่า เราจะเห็นว่าสิ่งหนึ่งที่ขาใหญ่ไม่สามารถปกปิดได้ คือร่องรอยการเทรด (footprint)  เพราะเป็นออเดอร์ที่จบไปแล้ว (filled orders) ทางชาร์ต แต่สิ่งที่ยากต่อการสังเกตคือดูว่าขาใหญ่จะเข้าตลาดตอนไหนอีก เช่น วิธีการกระจายออเดอร์เพื่อการเข้าเทรดในพื้นที่เดียวกัน การใช้ประโยชน์จาก stop orders หรือที่เรียกกันว่า stop hunt เพื่อการเข้าตลาด เพราะจะได้เข้าในตำแหน่งราคาที่ดี และ มี liquidty มากพอ ....



ที่มา thaiforexbroker.com
หัวข้อ: Re: มุมมองรายย่อยกับขาใหญ่
เริ่มหัวข้อโดย: avatar ที่ 11 สิงหาคม 2019, 19:23:05 น.
ขอบคุณครับ
หัวข้อ: Round number เลขกลม ๆ สะท้อนพฤติกรรมเทรดเดอร์
เริ่มหัวข้อโดย: tuinui ที่ 14 สิงหาคม 2019, 15:36:05 น.
เมื่อมองชาร์ตเปล่า สามารถหาจุด strong move away in price เป็น ถ้าเข้าใจหลักการทำงานของตลาดและออเดอร์ ก็พอจะแกะร่องรอยต่อไปได้เพื่อเป็นจุดอ้างอิงการเข้าเทรด แต่มีสิ่งหนึ่งที่พอเราเพิ่มเข้าไปกรองชาร์ตกับช่วยให้เราสแกนหาจุดพวกนี้ได้เร็ว เพราะจุดราคาพวกนี้สะท้อนพฤติกรรมของเทรดเดอร์ล้วนๆ ราคาที่ลงท้ายด้วยตัวเลขกลมๆ เช่น 00 50 เป็นต้น เลขที่ลงท้าย 00 จะสำคัญกว่าพวก โดยธรรมชาติคนก็จะชอบจำอะไรที่กลมๆ จำง่ายๆ เวลาหาจุดอ้างอิงคนก็จะชอบอ้างอิงจุดพวกนี้ก่อน ธรรมชาตินี้สะท้อนมาทางชาร์ตการเทรดอย่างเห็นได้ชัด อย่างน้อยๆ ก็ช่วยให้เราเห็นว่า พื้นที่ liquidity เยอะๆ มีแถวไหนบ้าง...



ที่มา thaiforexbroker.com
หัวข้อ: Price Reaction ที่ไหนและอย่างไร
เริ่มหัวข้อโดย: tuinui ที่ 15 สิงหาคม 2019, 16:47:03 น.
การเข้าใจการโต้ตอบราคาเป็นอีกเรื่องที่ต้องสนใจ เพราะ price reaction เปิดเผยว่ามีออเดอร์อยู่ตรงจุดไหน ใช้ไปแล้วหรือยัง แรงกดดัน selling pressure หรือ buying pressure หรือ บอกนัยการทดสอบพื้นที่ราคานั้นไปในตัวว่ามีออเดอร์ฝั่งตรงข้ามมากพอหรือเปล่า การหา price reaction ดูได้จากบาร์ต่อเนื่องกันที่เปิดเผยผล (effort and result) พื้นที่เทรด price levels นั้นจำเป็นเพราะเราสามารถหาจุดที่น่าจะเทรดเป็น แต่เวลาในการเข้าที่เหมาะสมจะสามารถบอกได้หลังจาก price reaction เปิดเผย  เช่น ดู price reaction ประกอบกับ ราคากลับมาพื้นที่จะเทรด retracements ผลของการโต้ตอบแต่ละครั้งนั้นมีผลต่อการเคลื่อนไหวราคาที่ตามมาทั้งหมด...





ที่มา thaiforexbroker.com
หัวข้อ: การใช้ Fibonacci Retracement ประกอบการเข้าเทรด
เริ่มหัวข้อโดย: tuinui ที่ 16 สิงหาคม 2019, 16:31:29 น.
อีกทูลตัวหนึ่งในการใช้เทรดที่นิยมกัน เพื่อเทรดแนวรับแนวต้าน หลังจากเป็นราคาที่ทำ swing high และ swing low เพื่อหาโอกาสเทรดตอนราคาย่อตัว และอีกอย่างเพราะเทรดเดอรใช้เยอะ เทรดเดรอตที่มองก็ต่างกันไป เลยทำให้เกิดการเทรดเยอะที่จุดกลับตัวต่างๆ ของ Fibo อีกอย่างหนึ่งที่ทำให้ Fibonacci Retracement เป็นที่นิยมเพราะ Fibo จะทำงานได้ตอนตลาดทำเทรน หรือตอนที่มีร่องรอยเปิดเผยว่าขาใหญ่เข้าเทรดจริงๆ เลยทำให้เทรดเดอร์หาจุดอ้างอิงจากความรู้ที่ตัวเองชำนาญ จึงทำให้จุด Fibo Retracement leveles ดึงดูดเทรดเดอรต่างๆ ให้หันมาสนใจมากขึ้น



ที่มา thaiforexbroker.com
หัวข้อ: แนวโน้มของธุรกิจออนไลน์ในปี 2019
เริ่มหัวข้อโดย: kittikom ที่ 17 สิงหาคม 2019, 11:19:37 น.
แนวโน้มของธุรกิจออนไลน์ในปี 2017

เมื่อ 6 ปีก่อน ธุรกิจที่มาแรงที่สุด คงไม่พ้น MLM หรือที่เรียกว่า ขายตรง เป็นธุรกิจ ที่ช่วยให้คนอยากออกจากงานประจำและ มีเงินเพื่อมาสร้างความฝันมากที่สุด แต่หลายๆ ที่ก่อนจะเป็นสมาชิกระดับบนได้ก็ต้องใช้เงินเยอะพอสมควร

ยุคต่อมา 3 ปีก่อน ยุคของเน็ตไอดอล เพราะคนเริ่มใช้สื่อโซเชียลมากขึ้น จึงมีธุรกิจ ที่ดังมากและถือกำเนิดมา คือ ขายครีมผ่านตัวแทน และรับจ้างรีวิวสินค้ามากมาย เรียกได้ว่าเป็นยุคทองของคนสวย เป็นยุคทองของพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์เลยทีเดียว

และยุคนี้ที่กำลังจะเกิดขึ้น ยุคของการเล่นหุ้น หรือการซื้อขายสินทรัพย์ต่างๆ ผ่านโบรกเกอร์ ไม่ว่าจะเป็น ทอง หุ้น อัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินต่างๆ เพราะคนที่มีเงินน้อยก็สามารถเล่นได้ ปี 2017 ผมเชื่อว่าจะเป็นยุค ของ Forex ซึ่งไม่ว่าเน็ตไอดอลหรือคนดังหลายคนก็เริ่มเบนเข็มมาเล่น Forex และเริ่มสร้างองกรของตัวเองแล้ว
หัวข้อ: Trade setup probability วิเคราะห์หาโอกาสเทรดตามความเป็นไปได้
เริ่มหัวข้อโดย: tuinui ที่ 17 สิงหาคม 2019, 12:10:14 น.
ราคาเปลี่ยนแปลงตลาด ชาร์ตเปลี่ยนตลอด แนวรับ แนวต้าน หรือ supply/demand levels เปลี่ยนตลาด โอกาสการเทรดเพื่อทำกำไรจากราคาขึ้น-ลงในตลาดฟอเรกซ์มีตลอด ขึ้นกับวิธีการเทรด รูปแบบ เช่น บางคนเทรดแบบคาดหวังกำไรไม่กี่จุด scalpers บางคนเทรดรอเทรดระยะ supply/demand หรือ แนวรับ-แนวต้าน แต่เมื่อวิเคราะห์หาโอกาสเทรดตามความเป็นไปได้ เทรดเดอร์มองเห็นความเป็นไปได้ของการเทรดเป็นหลักว่าจะชนะหรือเปล่า



ที่มา thaiforexbroker.com
หัวข้อ: price structure และ มุมมองเทรดเดอร์
เริ่มหัวข้อโดย: tuinui ที่ 19 สิงหาคม 2019, 16:15:02 น.
เมื่อเทรดเดอร์เปิดชาร์ตขึ้นมาก็จะเปิดคู่ที่สามารถหาความเป็นไปได้ว่าราคาจะไปทางไหน มุมมองพวกนี้อาจมาจาก ความเข้าใจตลาด หรือ key levels หรือ fibo retracement ของการวิ่งแรงๆ หรือแม้แต่ chart pattterns ที่เหล่าเทรดเดอร์รู้จักกันดีน่าจะเป็น head and shoulder ซึ่งเป็นรูปแบบชาร์ตที่มีความเป็นไปได้สูงและพบเห็นได้บ่อยเมื่อราคากลับตัว ถ้าดูชาร์ตย้อนหลัง ท่านจะพบว่าท่านได้เห็น head and shoulder ที่จุดเปลี่ยนของชาร์ตเป็นประจำ...



ที่มา thaiforexbroker.com
หัวข้อ: วิธีการหาจุดที่กำหนด stop-loss
เริ่มหัวข้อโดย: tuinui ที่ 19 สิงหาคม 2019, 18:51:11 น.
มื่อเปิดออเดอร์ตำแหน่งที่ดีแล้ว ควรจะหาจุดตั้ง stop loss อย่างไร แถวไหน และทำไม

 Stop loss เทรดเดอร์ที่เทรดประจำน่าจะรู้จักกันดีและวิธีการตั้งก็แตกต่างกันออกไปตามวิธีการเทรด ที่สนใจคือว่าการตั้ง stop loss ที่ถูกต้องควรเป็นอย่างไร ตามทฤษดีแล้ว stop loss คือราคาวิ่งสวนกับตำแหน่งที่คุณเปิดเทรดแล้วไปต่อไกล ไม่ใช่แค่ราคาไปแล้วเด้งกลับมาอย่างรวดเร็ว อันนั้นเป็น stop hunt เพื่อเข้าตลาด การตั้ง stop loss ควรตระหนักถึง stop hunt ที่ขาใหญ่ใช้เพื่อเข้าตลาดให้ดีว่ามีความแตกต่างกัน



ที่มา thaiforexbroker.com
หัวข้อ: วิธีการหาจุดที่กำหนด take-profit
เริ่มหัวข้อโดย: tuinui ที่ 20 สิงหาคม 2019, 16:50:39 น.
หลายท่านเทรดมาน่าจะเจอกับตัวเองที่อาการเรียกว่า ขายหมูเร็วไป พอเมื่อปิดแล้วราคาวิ่งไปทางที่เราเปิดออเดอร์แถมไปไกลด้วย หลักการการเทรดจะกำไรก็ต่อเมื่อมีคนทำสิ่งเดียวกับที่ท่านทำหลังท่านเยอะและต่อเนื่อง เช่น ท่านเปิด buy positions ท่านต้องการ buy market orders หลังจากที่ท่านเปิด 1. ออเดออร์ที่วิ่งเข้าตลาดตอนนั้นต้องเยอะเช่น การเทรดจากขาใหญ่ 2. ต้องการความต่อเนื่อง ไม่ใช่แค่จำนวนเยอะไม่ใช่แค่กี่วินาทีหรือนาที และ 3. สุดท้ายท่านต้องการ market orders แบบที่จะเทรดโดยไม่สนใจราคาปัจจุบันคือถ้าไม่เทรดจะพลาดต้องเทรดให้ได้ หรือต้องออกถ้าไม่ออกจะเสียหายมากกว่าเดิม  เมื่อท่านเข้าใจหลักการพวกนี้ท่านจะรู้ว่าควรกำหนด take-profit ที่ตรงไหน



ที่มา thaiforexbroker.com
หัวข้อ: จะเทรดให้ดี ต้องหัดลบเครื่องมือที่ไม่ใช้ออกไปบ้าง
เริ่มหัวข้อโดย: tuinui ที่ 21 สิงหาคม 2019, 14:19:34 น.
การพยายามจะเทรดด้วยข้อมูลที่มากเกินไปอาจส่งผลเสียได้เท่าๆ กับการเทรดโดยมีข้อมูลไม่เพียงพอ เทรดเดอร์ที่ฉลาดย่อมรู้ดีว่าเครื่องมือใดที่จำเป็นต้องใช้และลบที่ไม่จำเป็นทิ้งไป เราจะแสดงให้คุณดู

เมื่อพูดถึงเรื่องการเทรด แน่นอนว่าการมีข้อมูลอยู่ในมือเป็นเรื่องดี แต่ก็หมายถึงข้อมูลในระดับที่พอเหมาะ

ยิ่งคุณมีอินดิเคเตอร์มาก คุณก็จะได้รับสัญญาณในการซื้อและขายมากขึ้นตามไปด้วย ตัวอย่างเช่น อินดิเคเตอร์บางตัวอาจบอกให้คุณเข้าซื้อ แต่ในเวลาเดียวกัน อีกตัวก็แจ้งเตือนว่าตลาดเกิด overbought การมีอินดิเคเตอร์มากเกินไปอาจทำให้ได้รับข้อมูลที่ขัดแย้งกันไปมาทำให้คุณเองต้องสับสน

วิธีแก้น่ะหรือ ลบเครื่องมือที่คุณไม่ใช้ออกเสีย

อ่านต่อ https://fxnews.exness.com/th/จะเทรดให้ดี-ต้องหัดลบเค/
หัวข้อ: การเทรดด้วย Dollar Index - correlation เพื่อยืนยัน price level
เริ่มหัวข้อโดย: tuinui ที่ 21 สิงหาคม 2019, 16:56:16 น.
วิธีการเทรดด้วยความความสัมพันธ์กับคู่เงินไม่ใช่เรื่องใหม่แต่ก็ยังเป็นที่นิยมกันอยู่ โดยเฉพาะการเทรดค่าเงินที่สัมพันธ์กันกับค่าเงินดอลลาร์ การใช้ Dollar Index  นั้นสามารถพูดง่ายๆ  โดยหลักความสัมพันธ์จะใช้ความแข็งและอ่อนของคู่เงินและมีเว็บไชต์หลายๆ ที่นำเสนอข้อมูลพพวกนี้ หรือแม้แต่มีอินดิเคเตอร์ที่บอกความสัมพันธ์พวกนี้  เช่น หาคู่ที่วิ่งไปในทางเดียวกันหรือวิ่งสวนทางกัน เทรดเดอร์สามารถใช้ข้อมูลพวกนี้เป็นข้อมูลเพิ่มเติมได้...



ที่มา thaiforexbroker.com
หัวข้อ: Stochastic – ความเข้าใจผิดๆของพวกเล่นสั้น
เริ่มหัวข้อโดย: dukdik ที่ 22 สิงหาคม 2019, 16:51:04 น.
เหล่าเทรดเดอร์สายเล่นรอบสั้นๆ มักใช้เครื่องมือนี้กันเป็นส่วนมาก แต่ส่วนมากมักเข้าใจการใช้เครื่องมือนี้กันอย่างผิดๆ เชื่อไหมครับว่า เทรดเดอร์หลายคนเข้าใจว่า Stochastic นั้นใช้วัด Overbought / oversold ซึ่งจริงๆ นั้น ผิด!!…จุดประสงค์หลักของ Stochastic คือให้ข้อมูลเกี่ยวกับโมเมนตันและความแข็งแกร่งของแนวโน้ม ไม่ได้เป็นตัวบ่งบอกถึงสัญญาณ Overbought/oversold

มาทำความเข้าใจเกี่ยวกับ Stochastic ก่อนเป็นอันดับแรก

    เมื่อช่วงที่ Stochastic มีค่าสูง แปลว่า ราคาได้ปิดที่ใกล้ระดับ Low ของช่วงเวลาที่คำนวณ ตามรูปตัวอย่างด้านล่าง ราคาได้ปิดที่ระดับ 2.17 ซึ่งใกล้ช่วงต่ำสุดของช่วงเวลาย้อนหลัง 14 วัน ที่ xx ซึ่งสามารถตีความได้ว่า โมเมนตัมหรือความเร็วในการเคลื่อนไหวของราคามีสูง และราคามีโอกาสที่จะปรับตัวขึ้นต่อ เพราะแนวโน้มในช่วงนั้นค่อนข้างแข็งแกร่ง

อ่านต่อได้ที่ http://thaiforexindicator.com/2016/06/18/stochastic-%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%83%e0%b8%88%e0%b8%9c%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%86%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%a7/
หัวข้อ: Bollinger Bands ช่วยยืนยันอย่างไร
เริ่มหัวข้อโดย: tuinui ที่ 22 สิงหาคม 2019, 17:14:09 น.
Bollinger Bands เป็นอินดิเคเตอร์ตัวหนึ่งที่คนนิยมใช้กันเยอะเพราะการใช้งานไม่ได้ซับช้อนอะไรมาก ถ้าเข้าใจตลาด เข้าใจว่าออเดอร์ทำงานอย่างไรก็พอเริ่มได้ แต่ที่จะกล่าวในที่นี้คือการใช้อินดี้พวกนี้มายืนยันจุดที่เข้าเทรด เพราะเมื่อเป็นอินดิเคเตอร์ที่เทรดเดอร์ใช้กันเยอะก็ย่อมมีออเดอร์ที่เปิดและจัดการบนพื้นฐานความรู้และหลักการข้อมูลจาก Bollinger Bands เกิดขึ้นเยอะ...



ที่มา thaiforexbroker.com
หัวข้อ: Re: มุมมองรายย่อยกับขาใหญ่
เริ่มหัวข้อโดย: kittikom ที่ 22 สิงหาคม 2019, 18:50:55 น.
ขอบคุณครับ ท่าน
หัวข้อ: สัญญานดูว่าเทรนเปลี่ยน ในการเทรด Forex
เริ่มหัวข้อโดย: tuinui ที่ 23 สิงหาคม 2019, 15:21:52 น.
 จากเทรด Forex พอผ่านมาสักระยะ อ่านชาร์ตเป็น เริ่มเข้าใจ technical analysis ถ้าบอกว่า Highs และ Lows มีส่วนสำคัญมากในการวิเคราะห์ น่าจะไม่ผิด อย่างการดูพัฒนาการของเทรดก็ใช้ดู highs และ lows ประกอบกัน เช่นถ้าเป็นเทรนขึ้นท่านก็จะเห็นป็น Higher Highs ตามด้วย Higher Lows หรือถ้าเป็นเทรนลงท่านก็จะเห็น Lower Lows และ Lower Highs ท่านจะเห็นชัดช่วงขาใหญ่เข้าเทรดแล้วดันราคาไปสักระยะเพื่อให้ถึงจุดที่ต้องการ แต่ถ้าความต่อเนื่องของการทำ high และ low ต่างกันออกไปต้องระวัง...



ที่มา thaiforexbroker
หัวข้อ: ใช้ Line charts กรอง price levels ใน Candlestick charts
เริ่มหัวข้อโดย: tuinui ที่ 23 สิงหาคม 2019, 15:47:00 น.
 ในโปรแกรมเทรด Metatrader 4 มี 3 ประเภทชาร์ตให้ท่านเลือกแทรด คือ Bar Charts Candlestick charts และ Line charts แต่ละอย่างมีการนำเสนอที่ต่างกันไป ก่อนจะมาศึกษาว่าใช้ชาร์ตอีกประเภทมากรอง price levels อีกประเภทได้อย่างไร ต้องอธิบายแต่ละชาร์ตโดยคร่าวๆ ก่อน



ที่มา thaiforexbroker
หัวข้อ: Currency Strength Meter จับคู่ความแรงของค่าเงิน
เริ่มหัวข้อโดย: narjant ที่ 23 สิงหาคม 2019, 16:14:15 น.
https://www.forexthai.in.th/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a-f/currency-strength-meter-%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2/
============================
Currency Strength Meter คือ ตัววัดค่าความอ่อน-แข็งค่าสกุลเงิน จะสามารถช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่ากราฟ (ราคา) ของหุ้น Forex จะมีราคาไปในทิศทางใด ถึงแม้ว่า การจับคู่ความแข็งแกร่งของค่าเงินนั้น เราจะเลือกมาถูกคู่แล้วก็ตาม แต่สิ่งที่ยังคงต้องระวัง ก็คือ เรื่องของข่าวสารตัวเลขเศรษฐกิจที่จะมีผลทำให้ความแข็งแกร่งนั้นเปลี่ยนแปลงไปด้วยนะครับ อีกทั้งกราฟราคายังขึ้นอยู่กับ ปัจจัยของความต้องการซื้อขายทั่วโลกด้วย
หัวข้อ: เข้าใจ Market session
เริ่มหัวข้อโดย: tuinui ที่ 24 สิงหาคม 2019, 12:03:11 น.
 เนื่องจากตลาดฟอเรกเป็นตลาดที่เทรดแบบต้องมีออเดอร์ตรงข้ามเสมอ อาจได้ยินคำว่า OTC (over-the-counter) นั้นหมายความว่าไม่มี centralized exchange แบบ พวก Futures หรือ Opitons หรือพวกตลาดหุ้น คนที่เข้าเทรด สามารถเทรดโดยตรงกับฝั่งตรงข้ามได้เลยผ่านโบรกเกอร หรือบางที่โบรกเกอร์ก็เป็นฝั่งตรงข้ามเอง ที่จะเห็นคำว่า Market Maker ใช้กับโบรก เพราะเป็นการทำงานของออเดอร์เลยทำให้ตลาดฟอเรกสามารถเทรดได้ตลอดเวลาเว้นวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ แต่ไม่ได้หมายความว่าเทรดได้ตลอด แต่ความเป็นไปได้สูงก็จะมีตลอด เพราะเมื่อเข้าใจตลาดและการทำงานเวลาเทรดท่านต้องการให้ liquidity มาก ถ้าน้อยราคาก็จะเคลื่อนไหวยาก...



ที่มา thaiforexbroker
หัวข้อ: วิธีการเทรด Breakout
เริ่มหัวข้อโดย: tuinui ที่ 24 สิงหาคม 2019, 12:05:00 น.
 การเทรด breakout น่าจะเป็นวิธีการหนึ่งที่เทรดเดอร์พยามหาวิธีการเทรดและใช้กันมานาน อาจเนื่องเพราะตลาดส่วนมากมักจะ sideway หรือ consolidation เสียส่วนใหญ่จากหลักการเทรดและออเดอร์ทำงาน เพราะส่วนมาก consolidation จะเกิดหลังจากที่ราคาวิ่งมาแรงๆ เป็นการพักตัว เพราะผลจากขาใหญ่ปิดทำกำไรออกจากตลาด และเป็นช่วงสะสมออเดอร์เพื่อเพิ่มจำนวน positionsไปในตัวด้วย...



ที่มา thaiforexbroker
หัวข้อ: 11 เหตุผล เรียนเยอะ แต่ยังทำกำไรไม่ได้
เริ่มหัวข้อโดย: Greenpips ที่ 25 สิงหาคม 2019, 10:00:16 น.
11 เหตุผล เรียนเยอะ แต่ยังทำกำไรไม่ได้

====

1. #เรียน_แต่_ไม่ทำ

คนเรียนส่วนใหญ่ไม่ยอมลงสนามจริง หนักหน่อยก็เรียนแล้วคิดเอง เออเอง ว่าคนนั้นสอนไม่ถูก คนนี้สอนไม่ใช่ สุดท้ายไม่ได้ลงมือทำ ลงมือทดสอบด้วยตัวเอง ก็ปล่อยวิชาทิ้งไป

ลองทำ ลองทดสอบดูหน่อยเถอะครับ มันไม่ใช่ ค่อยทิ้ง

2. #ทำ_แต่_ไม่ต่อเนื่อง

ข้อนี้ดีขึ้นมาหน่อยจากข้อแรก แต่ทำๆหยุดๆ ขาดวินัย ลองเทรด 3 วันเปลี่ยน 2 อาทิตย์ ยังขาดทุน ก็เปลี่ยน ไม่ได้เรียนรู้จากสิ่งที่เรียนมาจริง

3. #เรียนเยอะ_รู้เยอะ_แต่ไม่เอาจริงสักอย่าง

อันนี้สายเรียน สายเทคคอร์สลงเรียนทุกที่ อ่านหนังสือทุกเล่ม ใครพูดเรื่องะไร รู้หมด คุยได้หมด รู้ข้อดี ข้อเสีย วิจารย์เก่ง แต่เทรดไม่เก่ง ไม่รู้ลึกสักอย่าง

4. #ติดกับความสำเร็จเดิมๆ

เวลาเริ่มเทรดใหม่ๆ แล้วดวงดีได้กำไรเลย หรือไปเรียนนั้น นี้ โน้นมาแล้วใช้งานดีมากในอาทิตย์แรก ก็๋มักจะทำตามรูปแบบเดิมๆ ซ้ำๆ ไม่พัฒนาตัวเองต่อ

เวลาที่ตลาดเปลี่ยน คุณก็ยังคงทำสิ่งเดิมๆที่ มันทำกำไรไม่ได้อีกแล้ว

5. #ไม่รู้ว่าตัวเอง_ผิด_ตรงไหน

ไม่เคยโทษตัวเอง โทษแต่ระบบ โทษแต่วิชา ไม่สนใจว่าตัวเองทำพลาดตรงไหน อย่างไร

ตลาดผิด ทรัมป์ผิด จีนผิด ข่าวผิด สงครามผิด

6. #ก็เลยไม่รู้ว่าจะพัฒนายังไง

ก็นั้นแหละครับ สั้นๆ ง่ายๆ ไม่รู้ว่าตัวเองผิดตรงไหน ก็ไม่รู้ว่าจะเริ่ม หรือ ควรพัฒนาปรับปรุงอะไร

7. #ช่างเปรียบเทียบ

พอไปเรียนเยอะ ก็เจอคนเยอะ เจอร์อาจารย์เยอะ คนนั้นได้เท่านั้น คนนี้ได้เท่านี้

8. #โลภ

แล้วก็ตามมาด้วยความโลภ คนนั้นกำไร 10 คนนี้กำไร 20 แล้วเรากำไรแค่นี้ "ได้ไง" ก็เพิ่ม Risk

9. #กลัว

ทุกที่ ทุกคนสอนให้ Stop Loss ตัดขาดทุน แต่กลัวขาดทุนเลยไม่ทำตาม

สอนให้คำนวณไม้ วางโซนกว้างๆ ก็กลัวหลุดโซน ไม่เทรดมันซะงั้น 555+

10. #คุมตัวเองไม่ได้

ตลาดมีข่าว มี Story มากมายมาปั่นหัว ปั่นความรู้สึกเราเสมอ วันไหนที่เราควบคุมตัวเองไม่ได้ ไปรู้สึกตามที่เขาปัน เราก็เสร็จครับ

11. #คิดเยอะ_วางแผนเยอะ (เกิน)

เอาแต่คิด เอาแต่วางแผน ไม่ยอมลงมือทำ กลัวว่าแผนยังไม่ดีพอ กลัวว่าสิ่งที่ทำยังไม่ถูกต้อง แล้วก็กลับไปคิด วางแผนใหม่ วนลูปไม่รู้จบ สุดท้าย ไม่ได้เริ่มเทรดเก็บประสบการณ์เสียที

12. #หาตัวเองไม่เจอ

ไม่เคยถามตัวเองจริงจังว่าต้องการอะไร นิสัยแบบไหน แบบนี้ทำแล้วมีความสุขหรือไม่ สิ่งที่ทำ เทคนิคที่ใช้ กลยุทธ์ที่ออกแบบ เหมาะกับตัวตนของเราหรือเปล่า

====
ทีมา Meawbin Investor
หัวข้อ: Re: มุมมองรายย่อยกับขาใหญ่
เริ่มหัวข้อโดย: narjant ที่ 25 สิงหาคม 2019, 10:57:48 น.
สว่าง และ กระจ่างเลย ท่าน   ;D ;D
หัวข้อ: Re: มุมมองรายย่อยกับขาใหญ่
เริ่มหัวข้อโดย: tay ที่ 26 สิงหาคม 2019, 18:08:02 น.
ขอบคุณครับ
หัวข้อ: Commodity Channel Index หรือ CCI กับการเทรดชาร์ตเปล่า
เริ่มหัวข้อโดย: tuinui ที่ 27 สิงหาคม 2019, 18:24:31 น.
Commodity Channel Index หรือ CCI กับการเทรดชาร์ตเปล่า



ที่มา thaiforexbroker. com
หัวข้อ: Re: มุมมองรายย่อยกับขาใหญ่
เริ่มหัวข้อโดย: kittikom ที่ 27 สิงหาคม 2019, 20:00:20 น.
ขอบคุณครับ
หัวข้อ: False Breakout
เริ่มหัวข้อโดย: tuinui ที่ 28 สิงหาคม 2019, 16:33:44 น.
False Breakout

False Breakout อาจจะรู้จักกันในคำอื่นๆ คือ Fakeout, Shakout, Sellsers/Buyers Trap, Bull/Bear Tap, Stop Run, Stop Hunt, และ Liquidity Spike แต่บอกสิ่งเดียวกันคือ เป็นผลจากราคาวิ่งหา liquditity และตามด้วยการเปลี่ยนจากทิศทางการเคลื่อนไหวไปมาอีกทาง เมื่อท่านเข้าใจตลาด หลักของออเดอร์ทำงาน และการเทรดของขาใหญ่ False breakout เป็นส่วนหนึ่งของตลาดที่ต้องเกิด แค่เมื่อเทรดต้องทำความเข้าใจจะได้ช่วยให้การเทรดตามขาใหญ่ การตั้ง stop loss และ การกำหนด take profit ดียิ่งขึ้น



ที่มา thaiforexbroker. com
หัวข้อ: Flipping levels – เข้าใจและใช้ให้เป็น
เริ่มหัวข้อโดย: tuinui ที่ 29 สิงหาคม 2019, 18:35:54 น.
Support/Resistance น่าจะเป็นอีกเรื่องที่เทรดเดอร์รู้มากที่สุด น่าจะเป็นหลักการอ้างอิงการเทรดเบื้องต้น ถึงขั้นยากก็ว่าได้แล้วแต่ประยุกต์กันออกไป เข้ากับ technical analysis แต่คำว่า แนวรับ แนวต้าน ทุกเทรดเดอร์น่าจะรู้จักดี และรู้ว่าจะหาโอกาสเปิด sell เมื่อราคาถึงแนวต้าน (resistance) หรือเปิด buy เมื่อราคาลงมาถึงแนวรับ (support) รูปแบบการเทรดต่างๆ เช่น Position trading, Swing trading, Day trading และ Scalp trading ต่างมีวิธีถือออเดอร์ต่างกันออกไป มีผลต่อการถือออเดอร์ที่ support/resistnace level ยาวนานต่างกันออกไป ทำให้มีผลต่อราคาที่เคลื่อนไปหา support/resistance level นั้นๆ ต่างกันออกไป...



ที่มา thaiforexbroker. com
หัวข้อ: Re: มุมมองรายย่อยกับขาใหญ่
เริ่มหัวข้อโดย: kittikom ที่ 29 สิงหาคม 2019, 20:00:52 น.
ขอบคุณครับ
หัวข้อ: Day Trading Strategy เน้นเก็บการเคลื่อนไหวราคายาวๆ
เริ่มหัวข้อโดย: tuinui ที่ 30 สิงหาคม 2019, 13:39:43 น.
 เนื่องจาก trading styles แบ่งหลักการเทรดออกไปต่างๆ ตามการถือออเดอร์ต่างกันออกไป ที่เทรดแบบ position trading, swing trading, day trading และ scalp trading สำหรับเทรดเดอร์รายย่อยกลยุทธ day trading น่าจะตอบโจทย์ได้ดีที่สุด เพราะถ้าเทรดแบบ scalp trading ก็จะเสี่ยงเกินไป และไม่สามารถเก็บบีบจากราคาวิ่งยาวๆ ได้ เพราะกลยุทธ์ แบบนั้นเน้นเทรดตอนเห็น momentum ชัดๆ แล้วดูระยะจุดราคาวิ่งไปประกอบ แต่ Day trading กลับต่างออกไป เป็นการเทรดที่เน้นภาพใหญ่ขึ้น เน้นเก็บการเคลื่อนไหวราคายาวๆ ....



ที่มา thaiforexbroker. com
หัวข้อ: Path of least resistance ราคามักจะวิ่งไปทางที่มันวิ่งไปง่าย
เริ่มหัวข้อโดย: tuinui ที่ 02 กันยายน 2019, 16:50:49 น.
 ไม่มีใครรู้ว่าราคาจะขึ้น ลง หรือวิ่งในกรอบ สิ่งที่เทรดเดอ์ใช้เทรดแค่เทรดบนพื้นฐานที่ความเป็นไปได้สูงอยู่ข้างที่ตัวเองตัดสินใจ  แต่ที่รู้แน่ๆ คือราคาขึ้นลงเพราะ จำนวนออเดอร์เกินกันในการเข้าเทรด limit orders ไม่พอกับ market orders ที่เข้าไปราคานั้นๆ เลยต้องวิ่งไปหา liquidity ที่ราคาต่อไปที่จำนวนพอกับจำนวนออเดอร์ที่มาจาก market orders ถ้าไม่พอก็ไปต่อไป ถ้าพอก็หยุด market orders อีกข้างเกินเพราะ market orders ฝั่งแรกใช้ไปหมดแล้วหรือไม่มาต่อเนื่องอีกฝั่งก็วิ่งหา limit orders อีกฝั่ง ราคาก็วิ่งเป็นวัฏจักรแบบนี้



ที่มา thaiforexbroker.com
หัวข้อ: Keep It Simple Stupid การเทรดที่เรียบง่ายโดยใช้แค่ price chart เท่านั้น
เริ่มหัวข้อโดย: tuinui ที่ 03 กันยายน 2019, 15:45:15 น.
 การเทรดที่เรียบง่ายโดยใช้แค่ price chart เท่านั้น แม้ว่าจะเป็นเรื่องที่ยากสำหรับเทรดเดอร์ใหม่ๆ ที่ไม่ได้สนใจเรื่องนี้อย่างจริงจังหรือเพราะช่วงแรกที่เข้ามาศึกษาในการเทรด ก็โดนสอนให้ศึกษาการเทรดด้วยการใช้อินดีเคเตอร์เป็นหลัก หรือแม้แต่ศึกษาเองก็มีแต่ข้อมูลการเทรดที่อ้างอิงอินดิเคเตอร์เป็นหลัก เมื่อเวลาผ่านไปขบวนการตัดสินใจทุกอย่างจึงอิงข้อมูลที่มาจากอินดีเคเตอร์เป็นหลัก ต้องมีอะไรให้เห็นก่อนเช่นเห็นบาร์ยาวๆ เห็นการเคลื่อนไหวของราคาทางไดทางหนึ่งแรงๆ ค่อยกระตุ้นให้อยากเทรดหรือค่อยมีความมั่นใจในการเข้าเทรด รูปแบบการเทรดการวิเคราะห์การตัดสินใจถูกครอบงำด้วยอินดิเคเตอร์โดยไม่รู้ตัว แม้พยายามจะปรับจูนการเข้าหรืออะไรต่างๆ ที่อิงอินดีเคเตอร์เพื่อการเทรดที่ดีขึ้นเรื่อยๆ อีกต่อไปก็ตาม   แต่เมื่อท่านดูลึกลงไปจริงๆ แล้วจุดที่ท่านเข้าเทรดนั้นอิงข้อมูลจากอินดิเคเตอร์กลับกลายเป็นว่าราคาวิ่งไประดับหนึ่งหรือเยอะมากแล้ว เมื่อดู risk:reward ในส่วนที่เป็น risk ของท่านก็จะลดลงเยอะแล้ว



ที่มา thaiforexbroker.com
หัวข้อ: ต้นทุนคือสิ่งไร้ค่า
เริ่มหัวข้อโดย: tuinui ที่ 03 กันยายน 2019, 15:51:34 น.
… ไม่ว่าจะเป็นนักลงทุนแนวไหน เมื่อรู้ตัวว่าไปผิดทางก็ต้องคัท (Cut Loss แปลว่า การขายขาดทุน) โลกแห่งการลงทุนไม่มีคำว่าเลยจุดคัท ไม่มีว่าจุดคัทอยู่ที่ 10% ขาดทุนเกิน 10% ไปแล้วเลยจุดคัท ไม่คัทดีกว่า แบบนั้นไม่มี   เพราะเงินก็คือเงิน มูลค่าเหลือ 90% หรือ 80% หรือ 10% มันก็เป็นเงินทั้งนั้น   

ไม่ได้บอกว่าการรอคอยนั้นผิด แต่อยากบอกว่าการรอคอยมีราคา ดอยหุ้นรอไปหนึ่งปีกับการขาดทุน 10% เอาไปลงทุนตัวอื่นบางทีกำไร 20% 30% ไปแล้ว   ปีที่พอร์ตการลงทุนผมโตขึ้นมากๆ ส่วนหนึ่งมาจากตลาดดี ส่วนหนึ่งมาจากผมบริหารพอร์ตได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ตัวไหน ถ้ามาผิดทางผมก็ขาย ขาดทุนก็ขาย เพื่อไปหาโอกาสการลงทุนที่ดีกว่า บางตัวให้โอกาสมาเป็นปี ธุรกิจไม่ขยับ ผู้บริหารทำแบบที่ให้สัญญาไว้ไม่ได้ ผมก็ขาย บางตัววิเคราะห์ผิดตั้งแต่ต้น ธุรกิจอิงวงจรเศรษฐกิจมากเกินไป ผมก็ขาย   แต่อย่าขายตัวกำไร เพื่อมาชดเชยตัวขาดทุน!   มันไม่มีประโยชน์อะไรเลย บางคนรับไม่ได้ที่จะเห็นว่า เงินต้นลดลง เลยต้องขายตัวกำไรมาถัวเฉลี่ย สุดท้ายต้นไม้ที่ปลูกไว้ก็ไม่โต สิ่งสำคัญที่สุด คือ ลบอคติในใจให้ได้ เมื่อไหร่ที่ซื้อหุ้นแล้ว คือ จบแล้ว ต้นทุนที่ซื้อมา คือ สิ่งไร้ค่า   

ซื้อ ADVANCE มาตอน 250 บาท ตอนนี้ ไปขอขายใครที่ 200 ได้ไหม บอกมาซื้อมาแพง นี่ก็ลดให้ 20% แล้ว ไม่ได้ใช่ไหม เพราะทุกอย่างเป็นไปตามราคาตลาด   สิ่งที่นักลงทุนต้องมองให้เห็น คือ มูลค่า และ ราคาปัจจุบัน   ต้นทุนเป็นสิ่งไร้ค่า และ ราคาตกเกินจุดคัทไม่มีจริง   อยากให้พอร์ตเติบโต ต้องกำจัดวัชพืชไร้ค่า และเก็บรักษาดอกไม้งามไว้ หากเผลอไปทำตรงกันข้าม สุดท้ายพอร์ตของเราจะกลายเป็นดินแดนแห่งวัชพืชนานาพันธุ์   ข้ามผ่านภาพลวงตาของราคาต้นทุนมาให้ได้นะทุกคน

อ่านต่อได้ที่ http://www.investerest.co/attitude/useless-prices/ | ลงทุนศาสตร์ Investerest.co
หัวข้อ: Re: มุมมองรายย่อยกับขาใหญ่
เริ่มหัวข้อโดย: narjant ที่ 03 กันยายน 2019, 15:59:43 น.
ครับ พ๊ม 
หัวข้อ: Re: มุมมองรายย่อยกับขาใหญ่
เริ่มหัวข้อโดย: dukdik ที่ 03 กันยายน 2019, 19:20:52 น.
ขอบคุณครับ
หัวข้อ: Double Tops และ Double Bottoms
เริ่มหัวข้อโดย: tuinui ที่ 04 กันยายน 2019, 17:51:28 น.
 Price action pattern อีกอย่าง ที่เทรดเดอร์รู้จักกันดีและพยามเทรดกันมากที่สุดอีกรูปแบบหนึ่งน่าจะเป็น Double Tops และ Double Bottoms ซึ่งเป็นรูปแบบ price action ที่เห็นได้บ่อยมากที่สุดก็ว่าได้ เพราะเป็นรูปแบบที่เกิดขึ้นตอนเปลี่ยนเทรน และเป็นอีกรูปแบบหนึ่งที่ขาใหญ่สามารถใช้ประโยชน์จากพวก trapped traders เพื่อใช้ในการเร่งราคา



ที่มา thaiforexbroker. com
หัวข้อ: Engulfing Bar และ engulfing price action
เริ่มหัวข้อโดย: tuinui ที่ 05 กันยายน 2019, 17:41:39 น.
ราคาผ่านไป มองย้อนหลัง ทุกอย่างจะบอกเองว่าความเป็นไปได้เกิดขึ้นสูงที่รูปแบบ price action แบบไหน เพราะการมอง market structure ที่มาจากการเคลื่อนไหวของราคา หรือ price movement เมื่อมองผ่านแท่งเทียน แล้วค่อยมองพัฒนาการของภาพที่ใหญ่ขึ้นมารวมป็น market structure เพื่อเข้าใจว่าตลาดทำงานอย่างไร และ หาโอกาสเทรดจากความเป็นไปได้สูงจากข้อมูลที่เปิดเผยผ่านแท่งเทียนพวกนี้



ที่มา thaiforexbroker. com
หัวข้อ: Re: มุมมองรายย่อยกับขาใหญ่
เริ่มหัวข้อโดย: kittipong ที่ 03 ตุลาคม 2021, 23:57:13 น.
สวัสดีครับ ขอบคุณสำหรับข้อมูลมาก ๆ ครับ ผมกำลังศึกษาเกี่ยวกับโบรกเกอร์อยู่อยากลองลงทุนดู พอแนะนำให้ได้ไหมครับ ผมยังตัดสินใจเลือกโบรกเกอร์ไม่ได้  ผมอ่านหลายๆรีวิวเกี่ยวกับโบรกเกอร์จากเว็บไซต์นี้มาครับ (https://thaibrokersfx.com/) ให้ข้อมูลรีวิวน่าสนใจ แต่อยากได้คำแนะนำก่อนตัดสินใจเลือก ถ้าเป็นนักศึกษาควรลงทุนแบบไหนดีครับ